Page 38 - Nan
P. 38

30







                       โดยเฉพาะยางพาราเปนพืชที่มีนโยบายลดพื้นที่ปลูกเนื่องจากมีปริมาณผลผลิตมากสงผลใหราคาตกต่ํา
                       แตในอนาคตถาราคาดีและตลาดมีความตองการเพิ่มมากขึ้นอาจอาจสนับสนุนใหเกษตรกรกลับมา
                       ปลูกยางพาราในพื้นที่ดังกลาว


                         4.4  ลําไย
                             1) พื้นที่ปลูกลําไยที่มีความเหมาะสมสูง (S1) และปจจุบันยังปลูกลําไยอยู มีเนื้อที่
                       14,233 ไร พบมากอยูในเขตอําเภอเวียงสา อําเภอเมืองนาน อําเภอภูเพียง อําเภอทาวังผา และ

                       กระจายตัวในพื้นที่เล็ก ๆ ในอําเภอเชียงกลาง อําเภอปว อําเภอบานหลวง อําเภอทุงชาง อําเภอ
                       สันติสุข อําเภอบอเกลือ อําเภอนาหมื่น อําเภอนานอย ทั้งนี้โดยคณะอนุกรรมการพัฒนาที่ดินจังหวัด

                       สมควรใหมีการเสนอแผนการใชที่ดินเพื่อสงวนใหเปนแหลงผลิตลําไยที่สําคัญของจังหวัด และมีการ
                       บริหารจัดการน้ําชลประทาน การจัดการดิน ปุย พันธุลําไย โดยรวมกลุมเปนเกษตรแปลงใหญ พัฒนา

                       ตอยอดครบวงจรการตลาดในและตางประเทศการแปรรูป แหลงทุน มีภาครัฐสนับสนุนการทํา
                       มาตรฐานสินคาเกษตรอินทรีย และการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี (Good Agricultural Practices:

                       GAP) จะชวยใหเกษตรกรมีรายไดเพิ่มขึ้น และเปนการปรับปรุงบํารุงดิน
                             2) พื้นที่ปลูกลําไยที่มีความเหมาะสมปานกลาง (S2) และปจจุบันยังปลูกลําไยอยู มีเนื้อที่
                       32,810 ไร พบมากอยูในเขตอําเภอเวียงสา อําเภอเชียงกลาง อําเภอทาวังผา อําเภอปว อําเภอเมืองนาน

                       อําเภอภูเพียง อําเภอทุงชาง และกระจายตัวในพื้นที่เล็ก ๆ ใน อําเภอสันติสุข อําเภอบานหลวง อําเภอนา
                       นอย อําเภอแมจริม และอําเภอนาหมื่น เกษตรกรยังคงปลูกลําไยไดผลดี น้ําเปนสิ่งจําเปนตอการ

                       เจริญเติบโตของลําไยการผลิตลําไยเพื่อใหไดคุณภาพตองมีน้ําในปริมาณที่เพียงพอตลอดฤดูกาล
                       นอกจากนี้ควรทําการศึกษาคุณสมบัติของน้ําและวิธีการจัดการน้ําที่มีประสิทธิภาพ เหมาะสําหรับการ

                       ผลิตลําไยการสนับสนุนดานการชลประทาน จะสรางความมั่นใจใหกับเกษตรกรในการใชที่ดิน
                             3) พื้นที่ปลูกลําไยที่ไมมีความเหมาะสม (S3 และ N) และปจจุบันเกษตรกรยังคงใชที่ดิน

                       ปลูกลําไยอยู มีเนื้อที่ 9,697 ไร ซึ่งประสบปญหาขาดน้ํา ผลผลิตต่ํา กระทรวงเกษตรและสหกรณให
                       การชวยเหลือเกษตรกรที่ทํากินในพื้นที่นี้ โดยสนับสนุนการปรับโครงสรางที่ดินสนับสนุนแหลงน้ํา ให
                       เกษตรกรเลือกปลูกพืชชนิดใหมที่มีความเหมาะสม เปนการสรางรายได และผลิตอาหารเพื่อบริโภค

                             4) พื้นที่ที่มีศักยภาพ หรือมีความเหมาะสมสําหรับการปลูกลําไย แตปจจุบันเกษตรกรไมได
                       ใชพื้นที่ปลูกลําไย โดยหันมาปลูกขาวและขาวโพดเลี้ยงสัตวแทน สรางความเขาใจใหกับเกษตรกรใน

                       การบริหารจัดการพื้นที่ และการปรับปรุงบํารุงดินไมใหเสื่อมโทรม เกษตรกรมีความมั่นใจมากกวาการ
                       ปลูกลําไย แตในอนาคตเกษตรกรสามารถกลับมาปลูกลําไยหรือทําการเกษตรแบบผสมผสานไดอีก
   33   34   35   36   37   38   39   40   41   42   43