Page 33 - Nan
P. 33

25







                       3. พืชเศรษฐกิจอนาคตไกลของจังหวัด

                         3.1  ฝาย เปนไมพุม ลําตน มีสีน้ําตาลแดงอาจเปนเหลี่ยม ใบเดี่ยว รูปไขกวาง ปลายใบแหลม
                       ขอบใบหยัก 3-5 หยัก ฐานใบเปนรูปหัวใจ กานใบคอนขางยาว ดอกเดี่ยว มีใบประดับ 5 กลีบติดกัน
                       กลีบดอกสีเหลือง ผลกลมปลายยาวแหลม สภาพแวดลอมที่เหมาะสม พื้นที่ดอน หรือที่ลุมไมมี

                       น้ําทวมขัง ความสูงจากระดับน้ําทะเลไมเกิน 1,000 เมตร ชอบดินรวนเหนียว ดินเหนียว ดินรวนทราย
                       หรือดินทราย ในจังหวัดนานปลูกมากในอําเภอเมือง อําเภอปว และอําเภอทาวังผา ปจจุบันผาฝาย
                       ธรรมชาติเปนที่ตองการของตลาดมากขึ้น หลายคนจึงเปลี่ยนจากการปลูกขาวโพดมาปลูกฝายแทน
                       ทําใหจังหวัดนานยังคงมีฝายธรรมชาติใหไดชมและใหไดเก็บดอกฝายมาปนทําเปนเสนฝาย ผาพื้นเมือง

                       ดั้งเดิมของนาน ไดแก ผาพื้น ผาขาวมา ถุงยาม ผาหม (ผาสาแสง หรือผาตาโกง) ผาลายคาดกานแบบนาน
                       ผาขึ้นชื่อของจังหวัดนานคือ “ผาซิ่นเมืองนาน”

                         3.2  งาดํา เปนพืชน้ํามันที่สําคัญทางเศรษฐกิจพืชหนึ่ง และมีแนวโนมที่จะทวีความสําคัญขึ้น
                       ทุกป เนื่องจากเปนพืชที่มีศักยภาพในการผลิตและการตลาดสูง สามารถปลูกขึ้นงาย ลงทุนนอย
                       ทนตอสภาพความแหงแลงไดดี เกษตรกรนิยมปลูกงาดํากอนและหลังการทํานา หรือหลังจากการเก็บ

                       เกี่ยวพืชหลัก การปลูกงาดํามีทั้งในสภาพไรและสภาพนา ขึ้นอยูกับสภาพพื้นที่ของแตละทองถิ่น
                       เมล็ดงาและน้ํามันงามีคุณคาทางดานโภชนาการสูง เมล็ดงา ประกอบดวย น้ํามัน โปรตีน คารโบไฮเดรต
                       วิตามิน และแรธาตุตาง ๆ ที่จําเปนหลายชนิด ในเมล็ดงาจะมีน้ํามันงา ประมาณรอยละ 47 - 60 มี

                       กรดไขมันไมอิ่มตัวสูง จึงเหมาะที่จะนํามาใชบริโภค เพราะชวยรักษาระดับโคเลสเตอรอลในรางกาย
                       ปองกันไมใหเกิดหลอดเลือดแข็งตัวหรือเสนเลือดอุดตัน ซึ่งเปนสาเหตุหนึ่งของโรคหัวใจขาดเลือด

                         3.3  ลิ้นจี่ เปนผลไมที่อุดมไปดวย วิตามิน และน้ําตาล ลิ้นจี่ที่ปลูกในจังหวัดนานเปนพันธุฮงฮวย
                       ซึ่งเปนพันธุที่มีเกษตรกรชาวสวนทางภาคเหนือปลูกกันมากที่สุด เหตุผลที่มีผูนิยมปลูกกันมากกวา
                       ลิ้นจี่พันธุอื่น คือ ติดผลเกือบทุกป ผลโต สีชมพู ผลรูปไข รสอมหวาน จากขอมูลสํานักงานเกษตร

                       จังหวัดนาน จังหวัดนานมีพื้นที่ปลูกลิ้นจี่ที่สามารถเก็บผลผลิตได จํานวน 16,630 ไร มีพื้นที่ปลูกใน
                       14 อําเภอ พบการปลูกมากในพื้นที่ ตําบลเมืองจัง อําเภอภูเพียง ตําบลบอ อําเภอเมืองนาน ตําบล
                       ภูคา ตําบลสะกาด อําเภอปว ตําบลนาไรหลวง อําเภอสองแคว และตําบลทุงชาง อําเภอทุงชาง

                         3.4  สมสีทองนาน เปนสมสายพันธุสมเขียวหวานที่เพาะปลูกในจังหวัดนาน จุดเดนคือมีผิวเปน
                       สีทองเกลี้ยงมันวาว เปลือกบาง เนื้อมีเสนใยนอย ไมฉ่ําน้ํา ผลทรงแปน หัวและทายบุม รสชาติหวาน

                       อมเปรี้ยวเล็กนอย สาเหตุที่สมสีทองนานมีผิวเหลืองทองโดดเดนกวาสมเขียวหวานที่ปลูกในทองถิ่นอื่น
                       ทั้งนี้เปนผลของดินฟาอากาศ ที่วากันวาอุณหภูมิกลางวันและกลางคืนตางกัน 8 องศาเซลเซียส เปน
                       เหตุให  สาร “คารทีนอยพิคเมนท” ในเปลือกสมเปลี่ยนจากสีเขียวเปนสีทอง กลายเปนชื่อเรียก และ
                       เปนของดีของจังหวัดนาน นอกจากนี้สมสีทองเมืองนานยังไดรับคัดเลือกเปนสินคาจีไอ หรือสิ่งบงชี้

                       ทางภูมิศาสตร (Geographical Indications : GI)

                         3.5  มะมวงหิมพานต มีพื้นที่เพาะปลูก จํานวน 23,090 ไร เนื้อที่ใหผล 13,554 ไร ผลผลิตรวม
                       6,573,690 กิโลกรัมตอป โดยผลผลิตสวนใหญรอยละ 90 ขายใหแกผูรวบรวมในทองถิ่น สวนที่เหลือ
                       อีกรอยละ 10 ขายใหโรงงานแปรรูป เพื่อเขาสูกระบวนการแปรรูปเปนเมล็ดกะเทาะเปลือก  พื้นที่
   28   29   30   31   32   33   34   35   36   37   38