Page 37 - Nan
P. 37

29







                       สําปะหลัง ขาวโพดเลี้ยงสัตว เปนตน ในอนาคตขาวราคาดี เกษตรกรอาจกลับมาปลูกขาวได
                       เหมือนเดิม แตหากเปนไมผลหรือไมยืนตน การกลับมาปลูกขาวอาจเปนเรื่องยาก ดังนั้นอาจสงเสริม
                       ในเรื่องของการทําเกษตรรูปแบบอื่น เชน เกษตรผสมผสาน


                         4.3  ยางพารา
                             1) พื้นที่ปลูกยางพาราที่มีความเหมาะสมสูง (S1) และปจจุบันยังปลูกยางพาราอยู มีเนื้อ
                       ที่ 1,742 ไร พบกระจายตัวในพื้นที่เล็ก ๆอยูในเขตอําเภอทุงชาง อําเภอเชียงกลาง อําเภอเวียงสา

                       อําเภอปว และอําเภอสันติสุข ตามมาตรการยุทธศาสตรยางพาราระยะ 20ป ( พ.ศ. 2560- 2579)
                       เนนใหมีการเพิ่มผลผลิตยางพาราตอไรตอป ภายในป 2579 นั้น ควรมีการจัดการที่เหมาะสมในเรื่อง

                       ตางๆ ไดแก การคัดเลือกพันธุใหเหมาะสมกับสภาพพื้นที่และตานทานโรค การปรับปรุงบํารุงดิน การ
                       ใสปุยที่ถูกตองและมีประสิทธิภาพ การปลูกพืชแซมและพืชคลุมดินใหเหมาะสมเพราะมีผลตอการ

                       เจริญเติบโตของยางพารา การบํารุงรักษา การใสปุยการตัดแตงกิ่ง และเทคนิคการกรีดยางใหมี
                       ปริมาณน้ํายางสูงมีคุณภาพและตรงตามมาตรฐานเนนการพัฒนาการตลาดในพื้นที่ เชน จัดตั้งจุดรับ

                       ซื้อ โรงงานแปรรูปผลิตภัณฑในพื้นที่ที่มีความเหมาะสมสูง และสงเสริมใหเกษตรกรชาวสวนยางใน
                       พื้นที่มีความเขมแข็ง มีการบริหารงานแบบมืออาชีพและสามารถถายทอดกิจการใหกับคนรุนใหม
                             2) พื้นที่ปลูกยางพาราที่มีความเหมาะสมปานกลาง (S2) และปจจุบันยังปลูกยางพารา

                       อยู มีเนื้อที่ 44,509 ไร กระจายตัวอยูเกือบทุกอําเภอของจังหวัดนาน ยกเวนในเขตอําเภอเฉลิมพระเกียรติ
                       เปนพื้นที่ปลูกยางพาราที่มีขอจํากัดไมมากนัก เกษตรกรยังคงปลูกยางพาราไดผลดี ควรสนับสนุนใหมี

                       การเพิ่มผลผลิตยางพารา โดยเนนการจัดการที่เหมาะสมในเรื่องตางๆ เชนเดียวกันกับพื้นที่เหมาะสม
                       สูง โดยเฉพาะการปรับปรุงบํารุงดิน เนนการพัฒนาการตลาดในพื้นที่ เชน จัดตั้งจุดรับซื้อ โรงงานแปร

                       รูปผลิตภัณฑในพื้นที่ที่มีความเหมาะสมปานกลางใหมากขึ้น โคนยางพาราที่มีอายุตั้งแต 25 ป และ
                       ปลูกยางพาราทดแทนในพื้นที่เดิม และมีการพัฒนาตลาดและชองทางจัดจําหนายใหมากขึ้น โดยเนน

                       การแปรรูปยาง หรือไมยางพาราเพิ่มมากขึ้นซึ่งอาจเนนจากชุมชนที่เขมแข็งเปนพื้นที่ตนแบบ
                              3) พื้นที่ปลูกยางพาราในพื้นที่ไมมีความเหมาะสม (S3 และ N) และปจจุบันเกษตรกร
                       ยังคงใชที่ดินปลูกยางพาราอยู พื้นที่ดังกลาวประสบปญหาซ้ําซาก เชน น้ําทวม ขาดน้ํา ผลผลิตต่ํา

                       กระทรวงเกษตรและสหกรณใหการชวยเหลือเกษตรกรที่ทํากินในพื้นที่นี้ โดยสงเสริมใหมีการโคน
                       ยางพาราที่มีอายุตั้งแต 25 ป และหาพืชอื่นทดแทน เชน สงเสริมใหปลูกไมผล มะพราว ไผหวาน มัน

                       สําปะหลัง ยาสูบ แตงโม พืชไร และพืชผักตางๆ ทดแทน ใหการชวยเหลือเกษตรกรที่เลือกปลูกพืช
                       ชนิดใหมที่ใหผลตอบแทนที่ดีกวา หรือใชพื้นที่ผลิตพืชผัก บริโภคในครัวเรือน หรือเขาโครงการบริหาร

                       จัดการพื้นที่เกษตรกรรม (Zoning by Agri-Map) เปนตน และจัดหาตลาดใหกับเกษตรกร โดยเริ่ม
                       จากตลาดชุมชน

                             4) พื้นที่ที่มีศักยภาพ หรือมีความเหมาะสมสําหรับการปลูกยางพารา แตปจจุบันเกษตรกร

                       ไมไดใชพื้นที่ปลูกยางพารา พบวาเกษตรกรปลูกพืชอื่นทดแทน เชน ออยโรงงาน ขาวโพดเลี้ยงสัตว มัน
                       สําปะหลัง เปนตน ในสวนนี้ภาครัฐควรใหความรูความเขาใจถึงสถานการณดานการเกษตรในปจจุบัน
   32   33   34   35   36   37   38   39   40   41   42