Page 35 - Nan
P. 35

27







                             ไพล เปนเจริญไดดีในดินรวนซุย ปลูกงาย ดูแลงาย สามารถปลูกแซมในแปลงพืชหลักได
                       โดยพื้นที่จังหวัดนาน มีพื้นที่ศักยภาพในการปลูกบัวบกที่ระดับความเหมาะสมสูง (S1) ประมาณ
                       1,545 ไร

                       4  แนวทางการสงเสริมการปลูกพืชเศรษฐกิจ

                          4.1  ขาวโพดเลี้ยงสัตว

                             1) พื้นที่ปลูกขาวโพดเลี้ยงสัตวที่มีความเหมาะสมสูง (S1) และปจจุบันยังปลูกขาวโพด
                       เลี้ยงสัตวอยู มีเนื้อที่ 2,569 ไร มีพื้นที่ปลูกอยูในเขตอําเภอปว อําเภอเวียงสา อําเภอทาวังผา อําเภอ

                       ทุงชาง อําเภอเชียงกลาง และอําเภอบอเกลือ ตามลําดับ ทั้งนี้โดยคณะอนุกรรมการพัฒนาที่ดิน
                       จังหวัดสมควรใหมีการเสนอแผนการใชที่ดินเพื่อสงวนใหเปนแหลงปลูกขาวโพดเลี้ยงสัตวที่สําคัญของ

                       จังหวัด และมีการบริหารจัดการระบบน้ํา การจัดการดิน ปุย พันธุขาวขาวโพดเลี้ยงสัตว โดยรวมกลุม
                       เปนเกษตรแปลงใหญ พัฒนาตอยอดครบวงจรการตลาดในและตางประเทศ การแปรรูป แหลงทุน มี

                       ภาครัฐสนับสนุนการทํามาตรฐานสินคาเกษตรอินทรีย และการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี (Good
                       Agricultural Practices: GAP) เนื่องจากเปนพื้นที่ศักยภาพสูง ภาครัฐควรใหความรูความเขาใจกับ
                       เกษตรกรโดยแนะนําวาไมควรปรับเปลี่ยนไปปลูกพืชชนิดอื่น หากราคาไมดีหรือประสบปญหาโรค

                       แมลงรบกวน และเกษตรกรตองการเปลี่ยนชนิดพืชควรเปลี่ยนเปนพืชไร เพื่อที่วาในอนาคตจะได
                       กลับมาปลูกขาวโพดเลี้ยงสัตวไดอีก

                             2) พื้นที่ปลูกขาวโพดเลี้ยงสัตวที่มีความเหมาะสมปานกลาง (S2) และปจจุบันยังปลูก
                       ขาวโพดเลี้ยงสัตวอยู มีเนื้อที่ 36,884 ไร อยูในเขตอําเภอเวียงสา อําเภอทุงชาง อําเภอภูเพียง อําเภอนา
                       นอย อําเภอเมืองนาน อําเภอเชียงกลาง อําเภอปว อําเภอทาวังผา อําเภอบานหลวง และกระจายตัว

                       ในพื้นที่เล็ก ๆ ในอําเภอสันติสุข อําเภอนาหมื่น อําเภอแมจริม เกษตรกรยังคงปลูกขาวโพดเลี้ยงสัตว
                       ไดผลดี หลายแหงประสบปญหาโครงสรางของดิน ในพื้นที่ดังกลาวควรสนับสนุนดานการบริหาร

                       จัดการระบบน้ํา เชน ชลประทาน จะสรางความมั่นใจใหกับเกษตรกรในการใชที่ดิน ปญหาการทิ้งถิ่น
                       ฐานไปทํางานที่อื่นจะลดลง และพื้นที่ในเขตนี้มีความเหมาะสมสําหรับการเกษตรแบบผสมผสาน

                       เกษตรแมนยําหรือเกษตรทฤษฎีใหม เปนตน และภาครัฐควรใหความรูความเขาใจกับเกษตรกรโดย
                       แนะนําวาไมควรปรับเปลี่ยนไปปลูกพืชชนิดอื่น ทั้งนี้หากขาวโพดเลี้ยงสัตวราคาไมดีและตองการปรับ

                       เลี่ยนการผลิตควรเปนพืชไร เพื่อที่วาในอนาคตยังสามารถกลับมาปลูกขาวโพดเลี้ยงสัตวดังเดิมไดอีก
                             3) พื้นที่ปลูกขาวโพดเลี้ยงสัตวในพื้นที่ไมมีความเหมาะสม (S3 และ N) และปจจุบัน
                       เกษตรกรยังคงใชที่ดินปลูกขาวโพดเลี้ยงสัตวอยู มีเนื้อที่ 191,162 ไร พื้นที่ดังกลาวประสบปญหา

                       ซ้ําซาก เชน น้ําทวม ขาดน้ํา ผลผลิตต่ํา ดังนั้นควรใหการชวยเหลือเกษตรกรที่ทํากินในพื้นที่นี้ โดย
                       สนับสนุนการปรับโครงสรางที่ดิน ปรับปรุงบํารุงดิน สนับสนุนแหลงน้ํา ใหเกษตรกรเลือกปลูกพืชชนิด

                       ใหมที่มีความเหมาะสม และใหผลตอบแทนที่ดีกวา หรือใชพื้นที่ผลิตอาหารเพื่อบริโภคในครัวเรือน
                       หรือหรือเขาโครงการบริหารจัดการพื้นที่เกษตรกรรม (Zoning by Agri-Map) เปนตน
   30   31   32   33   34   35   36   37   38   39   40