Page 39 - Surin
P. 39
31
- ส่งเสริมให้มีการปลูกอ้อยโรงงานที่มีสายพันธุ์ต้านทานโรค
2) พื้นที่ปลูกอ้อยโรงงานที่มีความเหมาะสมปานกลาง (S2) และปัจจุบันยังปลูกอ้อยโรงงานอยู่
มีเนื้อที่ 132,423 ไร่ ส่วนใหญ่อยู่ในเขตอําเภอปราสาท อําเภอกาบเชิง และอําเภอบัวเชด เกษตรกรยังคง
ปลูกอ้อยโรงงานได้ผลดี หลายแห่งประสบปัญหาขาดน้ําในบางช่วงของการเพาะปลูก ควรสนับสนุน
และส่งเสริมการจัดการด้านต่าง ๆ เพื่อเพิ่มผลผลิตและลดต้นทุนการผลิต ได้แก่
- พัฒนาศักยภาพของพื้นที่ให้มากขึ้น ในเรื่องของคุณภาพดินและการบริหารจัดการน้ํา
ให้มีเพียงพอและเหมาะสมต่อการเพาะปลูก
- สร้างความรู้ความเข้าใจให้กับเกษตรกรในการจัดการพื้นที่ การปลูก การดูแลรักษา
และการเก็บเกี่ยว
- ส่งเสริมการเพิ่มมูลค่าของเสียจากโรงงานน้ําตาล และการนําของเสียจากโรงงานน้ําตาล
ไปใช้ในการปรับปรุงบํารุงดินในไร่อ้อย เพื่อเพิ่มผลผลิตและลดต้นทุนให้แก่เกษตรกรชาวไร่่อ้อย โดยไม่มี
ผลเสียต่อสุขภาพ สิ่งแวดล้อม และชุมชนชาวไร่อ้อย
3) พื้นที่ปลูกอ้อยโรงงานในพื้นที่ไม่มีความเหมาะสม (S3 และ N) และปัจจุบันเกษตรกรยังคง
ใช้ที่ดินปลูกอ้อยโรงงานอยู่ มีประมาณ 4 หมื่นไร่ ซึ่งประสบปัญหาน้ําท่วมซ้ําซาก ขาดน้ํา ผลผลิตต่ํา
หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรบูรณาการทํางานร่วมกันเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
ให้การช่วยเหลือเกษตรกรที่ทํากินในพื้นที่นี้ โดยสนับสนุนการปรับโครงสร้างที่ดิน ปรับปรุงบํารุงดิน
สนับสนุนแหล่งน้ํา ให้เกษตรกรเลือกปลูกพืชชนิดใหม่ที่มีความเหมาะสมและให้ผลตอบแทนที่ดีกว่า
หรือใช้พื้นที่ผลิตอาหารเพื่อบริโภคในครัวเรือน หรือเข้าร่วมโครงการบริหารจัดการพื้นที่เกษตรกรรม
(Zoning by Agri-Map) รวมถึงการสนับสนุนข้อมูลด้านการตลาดของพืชชนิดใหม่ เพื่อให้เกษตรกรใช้
เป็นแนวทางในการตัดสินใจสําหรับการปรับเปลี่ยนมาปลูกพืชชนิดใหม่
(4) พื้นที่ที่มีศักยภาพหรือมีความเหมาะสมสําหรับการปลูกอ้อยโรงงาน แต่ปัจจุบันเกษตรกร
ไม่ได้ใช้พื้นที่ปลูกอ้อยโรงงาน พบว่าเกษตรกรปลูกพืชอื่นทดแทน เช่น ข้าว มันสําปะหลัง เป็นต้น
ทั้งนี้ภาครัฐควรให้ความรู้แก่เกษตรกรในการปรับปรุงบํารุงดินไม่ให้เสื่อมโทรม และสร้างแรงจูงใจให้
กลับมาปลูกอ้อยโรงงาน เนื่องจากพื้นที่มีความเหมาะสม ทําให้ใช้ต้นทุนการผลิตต่ําและผลผลิตมีคุณภาพดี
ทั้งนี้เกษตรกรต้องพิจารณาแหล่งรับซื้อร่วมด้วย
4.4 มันสําปะหลัง
1) พื้นที่ปลูกมันสําปะหลังที่มีความเหมาะสมสูง (S1) และปัจจุบันยังปลูกมันสําปะหลังอยู่
มีเนื้อที่ 2,305 ไร่ ส่วนใหญ่อยู่ในเขตอําเภอสําโรงทาบ อําเภอเมืองสุรินทร์ และอําเภอท่าตูม ทั้งนี้โดย
คณะอนุกรรมการพัฒนาที่ดินจังหวัด ควรให้มีการเสนอแผนการใช้ที่ดินเพื่อสงวนให้เป็นแหล่งผลิต
มันสําปะหลังคุณภาพดีที่สําคัญของจังหวัดให้สอดคล้องตามยุทธศาสตร์มันสําปะหลัง ปี 2564 - 2567
เน้นให้เกษตรกรเข้าถึงพันธุ์มันสําปะหลังที่ต้านทานโรคใบด่างมันสําปะหลัง (Cassava mosaic disease:
CMD) ให้เชื้อแป้งสูง และมีผลผลิตเฉลี่ยต่อไร่ไม่ต่ํากว่า 5 ตัน ภายในปี 2567 เน้นการเพิ่มผลผลิตและ
การลดต้นทุนการผลิตมันสําปะหลังในพื้นที่ที่มีศักยภาพสูง

