Page 36 - Surin
P. 36
28
3.4 พืชสมุนไพร ด้วยนโยบายของรัฐบาลที่ให้การสนับสนุนแนวคิด BCG (Bio-Circular-Green
Economy) หรือเศรษฐกิจชีวภาพในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ พืชสมุนไพรเป็นเรื่องหนึ่งที่ได้รับ
ความสนใจ เนื่องจากเป็นแหล่งของสาระสําคัญที่นําไปใช้ประโยชน์ในด้านต่างๆ เช่น การแพทย์ ผลิตภัณฑ์
เสริมอาหาร และเครื่องสําอาง จึงสนับสนุนให้พืชสมุนไพรเป็นพืชทางเลือกในปี 2564 โดยดําเนินการ
ภายใต้ตลาดนําการผลิต และหากทิศทางของตลาดสมุนไพรขยายตัวเพิ่มมากขึ้นจะช่วยให้เกษตรกรผู้ปลูก
พืชสมุนไพร มีรายได้และความมั่นคงในการดํารงชีพจากฐานข้อมูล Agri-Map Online จังหวัดสุรินทร์
มีพื้นที่ศักยภาพที่สามารถส่งเสริมให้ปลูกพืชสมุนไพรได้หลายชนิด เช่น ขมิ้นชันและบัวบก เป็นต้น
ขมิ้นชันเป็นพืชปลูกง่าย ชอบแสงแดดจัดและมีความชื้นสูง ชอบดินร่วนซุย มีการระบายน้ําดี
ไม่ชอบน้ําขัง เกษตรกรสามารถปลูกขมิ้นชันแซมในสวนเป็นการใช้พื้นที่ให้เกิดประโยชน์และมีรายได้
ระหว่างรอการเติบโตของพืชหลักหรือปลูกเป็นแปลงเดี่ยวเพื่อการค้าก็ได้ โดยจังหวัดสุรินทร์มีพื้นที่
ศักยภาพในการปลูกขมิ้นชันที่ระดับความเหมาะสมสูง (S1) 56,464 ไร่
บัวบก ขยายพันธุ์ได้โดยใช้เมล็ดและใช้ลําต้นหรือที่เรียกว่าไหล สามารถปลูกได้ทั้งในที่ร่ม
และที่โล่งแจ้ง เจริญเติบโตได้ดีในดินที่มีความอุดมสมบูรณ์ ดินมีความชุ่มชื้นมากพอ สภาพพื้นที่ปลูกต้อง
สามารถควบคุมน้ําได้ดีหรือไม่มีน้ําขัง มีการระบายน้ําดี สามารถปลูกแซมระหว่างแปลงพืชหลักได้
โดยจังหวัดสุรินทร์มีพื้นที่ศักยภาพในการปลูกบัวบกที่ระดับความเหมาะสมสูง (S1) 17,071 ไร่
4. แนวทางการส่งเสริมการปลูกพืชเศรษฐกิจ
4.1 ข้าว
1) พื้นที่ปลูกข้าวที่มีความเหมาะสมสูง (S1) และปัจจุบันยังปลูกข้าวอยู่ มีเนื้อที่ 147,779 ไร่
ส่วนใหญ่อยู่ในเขตอําเภอเมืองสุรินทร์ อําเภอรัตนบุรี และอําเภอสังขะ ทั้งนี้โดยคณะอนุกรรมการ
พัฒนาที่ดินจังหวัด ควรให้มีการเสนอแผนการใช้ที่ดินเพื่อสงวนให้เป็นแหล่งผลิตข้าวที่สําคัญของจังหวัด
และมีการบริหารจัดการน้ําชลประทาน การจัดการดินและปุ๋ย พันธุ์ข้าว โดยรวมกลุ่มเกษตรกร
เพื่อทําระบบส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่ พัฒนาต่อยอดครบวงจรการตลาดในและต่างประเทศ การแปรรูป
แหล่งทุน มีภาครัฐสนับสนุนการทํามาตรฐานสินค้าเกษตรอินทรีย์และเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต
ควรส่งเสริมให้เกษตรกรเพาะปลูกตามการปฎิบัติทางการเกษตรที่ดี (Good Agricultural Practices: GAP)
และการปลูกพืชหลังนาจะช่วยให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น
2) พื้นที่ปลูกข้าวที่มีความเหมาะสมปานกลาง (S2) และปัจจุบันยังปลูกข้าวอยู่ มีเนื้อที่
1,895,235 ไร่ พบทั่วไปทุกอําเภอแต่ส่วนใหญ่อยู่ในเขตอําเภอเมืองสุรินทร์ อําเภอชุมพลบุรี อําเภอ
ศีขรภูมิ อําเภอปราสาท และอําเภอท่าตูม ซึ่งบริเวณดังกล่าวเป็นพื้นที่ปลูกข้าวที่มีข้อจํากัดไม่มากนัก
เกษตรกรยังคงปลูกข้าวได้ผลดี หลายพื้นที่ประสบปัญหาขาดน้ําในบางช่วงของการเพาะปลูก การสนับสนุน
ด้านการชลประทานจะสร้างความมั่นใจให้กับเกษตรกรในการใช้ที่ดิน ปัญหาการละทิ้งถิ่นฐานจะลดลง
และพื้นที่ในเขตนี้มีความเหมาะสมสูงสําหรับการเกษตรแบบผสมผสาน หรือเกษตรทฤษฎีใหม่
3) พื้นที่ปลูกข้าวที่ไม่มีความเหมาะสม (S3 และ N) และปัจจุบันเกษตรกรยังคงใช้ที่ดินปลูกข้าวอยู่
มีประมาณ 1.3 ล้านไร่ ซึ่งประสบปัญหาน้ําท่วมซ้ําซาก ขาดน้ํา ผลผลิตต่ํา หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควร
บูรณาการทํางานร่วมกันเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้การช่วยเหลือเกษตรกร

