Page 38 - Surin
P. 38

30






                           - เน้นการพัฒนาการตลาดในพื้นที่ เช่น จัดตั้งจุดรับซื้อ โรงงานแปรรูปผลิตภัณฑ์ในพื้นที่
                       ที่มีความเหมาะสมปานกลางให้มากขึ้น
                           - ส่งเสริมให้มีการโค่นยางพาราที่มีอายุตั้งแต่ 25 ปี และปลูกยางพาราทดแทนในพื้นที่เดิม
                           - พัฒนาตลาดและช่องทางจัดจําหน่ายให้มากขึ้น โดยเน้นการแปรรูปยางหรือไม้ยางพารา

                       เพิ่มมากขึ้น ซึ่งอาจเน้นจากชุมชนที่เข้มแข็งเป็นพื้นที่ต้นแบบ

                           3) พื้นที่ปลูกยางพาราในพื้นที่ไม่มีความเหมาะสม (S3 และ N) และปัจจุบันเกษตรกรยังคง
                       ใช้ที่ดินปลูกยางพาราอยู่ มีประมาณ 3 หมื่นไร่ ซึ่งประสบปัญหาน้ําท่วมซ้ําซาก เช่น น้ําท่วม ขาดน้ํา
                       ผลผลิตต่ํา ควรใช้มาตรการการปรับเปลี่ยนพื้นที่ไปปลูกพืชที่เหมาะสมกว่าหรือพืชทางเลือก และการทํา
                       เกษตรแบบผสมผสาน โดยภาครัฐต้องให้การสนับสนุน เช่น

                           - ส่งเสริมให้มีการโค่นยางพาราที่มีอายุตั้งแต่ 25 ปี และหาพืชอื่นทดแทน เช่น ส่งเสริมให้
                       ปลูกไม้ผล มะพร้าว ไผ่หวาน มันสําปะหลัง ยาสูบ แตงโม พืชไร่ พืชผักต่างๆ ทดแทน เป็นต้น
                           - ให้การช่วยเหลือเกษตรกรที่เลือกปลูกพืชชนิดใหม่ที่ให้ผลตอบแทนที่ดีกว่า หรือใช้พื้นที่
                       ผลิตพืชผัก บริโภคในครัวเรือน หรือเข้าโครงการบริหารจัดการพื้นที่เกษตรกรรม (Zoning by Agri-Map)

                       เป็นต้น
                           - จัดหาตลาดให้กับเกษตรกรในการปลูกพืชผักทดแทน โดยอาจเริ่มจากตลาดชุมชน

                          4) พื้นที่ที่มีศักยภาพหรือมีความเหมาะสมสําหรับการปลูกยางพารา แต่ปัจจุบันเกษตรกร
                       ไม่ได้ใช้พื้นที่ปลูกยางพารา พบว่า เกษตรปลูกพืชอื่นทดแทน เช่น ข้าว อ้อยโรงงาน มันสําปะหลัง เป็นต้น

                       ในส่วนนี้ภาครัฐควรให้ความรู้ความเข้าใจถึงสถานการณ์ด้านการเกษตรในปัจจุบัน โดยเฉพาะยางพารา
                       ที่มีราคาต่ํา และปัจจุบันตามมาตรการยุทธศาสตร์ยางพารา เน้นการลดพื้นที่การปลูกยางพาราอยู่แล้ว
                       ฉะนั้นควรสร้างความตระหนักให้เกษตรกร เน้นการทําการเกษตรแบบผสมผสาน หรือการเข้าร่วม
                       โครงการเกษตรทฤษฎีใหม่ หรือวนเกษตร เพื่อทําให้เกษตรกรสามารถใช้พื้นที่อย่างคุ้มค่ามากที่สุด

                        4.3  อ้อยโรงงาน

                          1) พื้นที่ปลูกอ้อยโรงงานที่มีความเหมาะสมสูง (S1) และปัจจุบันยังปลูกอ้อยโรงงานอยู่
                       มีเนื้อที่ 203 ไร่ อยู่ในเขตอําเภอเมืองสุรินทร์ อําเภอจอมพระ อําเภอท่าตูม และอําเภอสําโรงทาบ

                       ทั้งนี้โดยคณะอนุกรรมการพัฒนาที่ดินจังหวัด ควรให้มีการเสนอแผนการใช้ที่ดินเพื่อสงวนให้เป็นแหล่ง
                       ผลิตอ้อยโรงงานคุณภาพดีที่สําคัญของจังหวัด ให้สอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ของสํานักงานคณะกรรมการ
                       อ้อยและน้ําตาลทราย ปี 2560 - 2564 ที่ส่งเสริม สนับสนุนการวิจัย การบริหารจัดการ และการเพิ่ม

                       ประสิทธิภาพการผลิตอุตสาหกรรมอ้อยน้ําตาลทราย เน้นให้มีการเพิ่มผลผลิตและลดต้นทุนการผลิต
                       อ้อยโรงงานในพื้นที่ที่มีศักยภาพสูง
                           - ส่งเสริมให้เกษตรกรใช้ปุ๋ยอินทรีย์แบบคุณภาพสูง
                           - รณรงค์ลดการเผาตอซังก่อนการเก็บเกี่ยวผลผลิต เพื่อเพิ่มผลผลิตและลดปัญหาภาวะ

                       โลกร้อน
                           - หน่วยงานที่เกี่ยวข้องคิดค้นเทคโนโลยีการเก็บเกี่ยวโดยใช้เครื่องจักร เพื่อลดปัญหาแรงงาน
                           - ส่งเสริมให้เกษตรกรรวมกลุ่มและเข้าร่วมโครงการระบบส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่
                           - จัดหาปัจจัยการผลิตให้กับเกษตรกร และอบรมให้ความรู้แก่เกษตรกรด้านการปรับปรุงบํารุงดิน
   33   34   35   36   37   38   39   40   41   42   43