Page 26 - NongBuaLamPhu
P. 26
18
ตารางที่ 9 (ต่อ)
เนื อที่ชั นความเหมาะสม (ไร่)
อ าเภอ ประเภทพื นที่
S1 S2 S3 N รวม
272,481 121,930 132,435 526,846
พื้นที่ศักยภาพของที่ดิน -
(100.00%) (100.00%) (100.00%) (100.00%)
พื้นที่เพาะปลูกในชั้นความ 12,303 12,252 10 24,565
ศรีบุญเรือง -
เหมาะสมต่าง ๆ (ปลูกจริง) (4.52%) (10.05%) (0.01%) (4.66%)
260,178 260,178
พื้นที่มีศักยภาพคงเหลือ - - -
(95.48%) (49.38%)
93,414 99,718 105,433 298,565
พื้นที่ศักยภาพของที่ดิน -
(100.00%) (100.00%) (100.00%) (100.00%)
สุวรรณ พื้นที่เพาะปลูกในชั้นความ - 7,110 16,994 1,498 25,602
คูหา เหมาะสมต่าง ๆ (ปลูกจริง) (7.61%) (17.04%) (1.42%) (8.58%)
86,304 86,304
พื้นที่มีศักยภาพคงเหลือ - - -
(92.39%) (28.91%)
1,171,915 375,070 597,070 2,144,055
พื นที่ศักยภาพของที่ดิน -
(100.00%) (100.00%) (100.00%) (100.00%)
รวมทั ง พื นที่เพาะปลูกในชั นความ - 56,576 39,076 3,217 98,869
จังหวัด เหมาะสมต่าง ๆ (ปลูกจริง) (4.83%) (10.42%) (0.54%) (4.61%)
1,115,339 1,115,339
พื นที่มีศักยภาพคงเหลือ - - -
(95.17%) (52.02%)
ทั้งนี้ ในการส่งเสริมการปลูกพืชจะพิจารณาเฉพาะพื้นที่ที่มีศักยภาพคงเหลือในระดับ
ความเหมาะสมสูง (S1) และระดับความเหมาะสมปานกลาง (S2) เท่านั้น เนื่องจากสภาพพื้นที่ปลูกพืช
ตรงตามศักยภาพของดิน การลงทุนต่ าก็สามารถเพิ่มผลผลิตได้ จึงควรส่งเสริมในพื้นที่ดังกล่าว
เมื่อวิเคราะห์ข้อมูลศักยภาพพื้นที่ร่วมกับพื้นที่ปลูกพืชในปัจจุบัน พบว่าพื้นที่ที่ควร
พิจารณาให้มีการปรับเปลี่ยนไปปลูกยางพารา คือ บริเวณที่เป็นพื้นที่ปลูกข้าว (S3+N) 322,318 ไร่
และพื้นที่ปลูกอ้อยโรงงาน (S3) 14,553 ไร่ แต่เนื่องจากนโยบายของคณะกรรมการนโยบายบริหาร
จัดการข้าวต้องการรักษาดุลยภาพผลผลิตข้าว ดังนั้น จึงควรพิจารณาปลูกพืชเศรษฐกิจชนิดอื่นที่
สอดคล้องกับความต้องการของตลาด (ตารางที่ 10)

