Page 31 - NongBuaLamPhu
P. 31
23
2) สภาพพื นที่ที่เหมาะสมในการปลูกล าไย
ดิน ล าไยสามารถขึ้นได้ดีในดินแทบทุกชนิด แม้กระทั่งดินลูกรังแต่ดินที่ล าไยชอบมาก
คือ ดินร่วนปนทราย และดินตะกอน ซึ่งเกิดจากตะกอนกรวด หิน ดิน ทราย อินทรียวัตถุที่น้ าพัดพา
มาเกิดการทับถมของอินทรียวัตถุ ซึ่งจะสังเกตได้จากต้นล าไยที่ปลูกตามที่ราบลุ่มแม่น้ าปิง ในเขต
จังหวัดเชียงใหม่ ล าพูน เจริญงอกงามและให้ผลผลิตดี ดินที่ปลูกล าไยควรมีหน้าดินลึก การระบายน้ าดี
ส าหรับค่าของความเป็นกรด-ด่าง (pH) เท่ากับ 6
อุณหภูมิ โดยทั่วไปล าไยต้องการอากาศค่อนข้างเย็น อุณหภูมิที่สามารถเจริญเติบโตได้
อยู่ระหว่าง 4-30 องศาเซลเซียส และต้องการอุณหภูมิต่ า (10-20 องศาเซลเซียส) ในฤดูหนาว
ช่วงหนึ่งคือประมาณเดือนพฤศจิกายนถึงมกราคมเพื่อการออกดอก ซึ่งจะสังเกตว่าถ้าปีไหนอากาศ
หนาวเย็นนาน โดยไม่มีอากาศอบอุ่นเข้ามาแทรกล าไยจะมีการออกดอกติดผลดี
น้ าและความชื้น น้ าเป็นสิ่งจ าเป็นในการเจริญเติบโตของต้นล าไยในแหล่งปลูกล าไย ควร
มีปริมาณน้ าฝนอยู่ในเกณฑ์เฉลี่ยประมาณ 1,250 มิลลิเมตรต่อปี และควรมีการกระจายตัวของฝนดี
ประมาณ 100 - 150 วันต่อปี แต่อย่างไรก็ตามในบางช่วงล าไยต้องการน้ าน้อย คือในช่วงก่อนออกดอก
แต่ในช่วงออกดอกติดผลล าไยต้องการน้ ามาก
แสง แหล่งปลูกล าไยต้องโล่งแจ้ง มีแสงแดดส่องตลอดเวลา
3.4 ยูคาลิปตัส
1) ลักษณะทั่วไป
ล าต้น เป็นไม้ขนาดกลางถึงขนาดใหญ่มีความสูง 24-26 เมตร และอาจสูงถึง 50
เมตรความโตทางเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 1-2 เมตร หรืออาจโตมากกว่านี้ รูปทรงสูงเปลาตรงมีกิ่งก้าน
น้อย
ใบ เป็นคู่ตรงข้ามเรียงสลับกันลักษณะใบเป็นรูปหอกมีขนาด 2.5-12x0.3-0.8 นิ้ว ก้าน
ใบยาวใบสีเขียวอ่อนทั้งสองด้าน บางครั้งมีสีเทาใบบางห้อยลงเส้นใบมองเห็นได้ชัด
เปลือก มีลักษณะเรียบเป็นมันมีสีเทาสลับสีขาวและน้ าตาลแดงเป็นบางแห่ง เปลือก
นอกจะแตกร่อนเป็นแผ่นหลุดออกจากผิวของล าต้นเมื่อแห้งและลอกออกได้ง่าย ในขณะสดหลังจากการ
ตัดเปลือกนอกหนาประมาณ ½ เซนติเมตร
เมล็ด ขนาดเล็กกว่า 1 มิลลิเมตร สีเหลืองเมล็ด 1 กิโลกรัมมีเมล็ดประมาณ 1-200,000
เมล็ด
ช่อดอก เกิดที่ข้อต่อระหว่างกิ่งกับใบมีก้านดอกเรียวยาวและมีก้านย่อยแยกไปอีก
ออกดอกเกือบตลอดปีขึ้นอยู่กับความสมบูรณ์ของต้นไม้ บางครั้งมีทั้งดอกตูมดอกบานผลอ่อนและผล
แก่ในกิ่งเดียวกันออกดอกปีละ 7-8 เดือน เหมาะกับการเลี้ยงผึ้ง
ผลมีลักษณะครึ่งวงกลมหรือรูปถ้วยมีขนาด 0.2-0.3x0.2-0.3 นิ้วผิวนอกแข็งเมื่อยัง
อ่อนอยู่จะมีสีเขียวและจะเปลี่ยนเป็นสีน้ าตาล เมื่อแก่เมื่อผลแก่ปลายผลจะแยกออกท าให้เมล็ดที่อยู่
ภายในร่วงหล่นออกมา ลักษณะเนื้อไม้มีแก่นสีน้ าตาลกระพี้สีน้ าตาลอ่อน และแก่นสีแตกต่างเห็นได้
ชัดไม้ยูคาลิปตัส คามาลดูเลนซิส ที่มีอายุมากขึ้น จะมีสีน้ าตาลแดงเข้มกว่าไม้อายุน้อย เนื้อไม้มี
ลักษณะค่อนข้างละเอียดเสี้ยนสน (interlocked grain) บางครั้งบิดไปตามแนวล าต้นเนื้อไม้
มีความถ่วงจ าเพาะอยู่ระหว่าง 0.6-0.9 ในสภาพแห้งแล้งซึ่งขึ้นอยู่กับอายุของไม้ เนื้อไม้แตกง่าย หลังจาก

