Page 34 - Phitsanulok
P. 34

26








                         4.3  มันสําปะหลัง
                               1) พื้นที่ปลูกมันสําปะหลังที่มีความเหมาะสมสูง (S1) และปจจุบันยังปลูกมันสําปะหลังอยู
                       มีเนื้อที่ 68,782 ไร มีพื้นที่ปลูกมากในเขตอําเภอวัดโบสถ อําเภอชาติตระการ และอําเภอวังทอง

                       ตามลําดับ ซึ่งตามมาตรการยุทธศาสตรมันสําปะหลัง 2564 - 2567 เนนใหเกษตรกรเขาถึงพันธุมัน
                       สําปะหลังตานทานโรคใบดาง (Cassava Mosaic Disease: CMD) ใหเชื้อแปงสูง และมีผลผลิต

                       เฉลี่ยตอไรไมต่ํากวา 5 ตัน ภายในป 2567 นั้น โดยเนนการเพิ่มผลผลิตมันสําปะหลังและลดตนทุน
                       การผลิตในพื้นที่ที่มีศักยภาพสูง ดังนั้นในพื้นที่ดังกลาวควรเรงหาแนวทางแกไขปญหาโรคโคนเนา

                       หัวเนา และโรคใบดางมันสําปะหลัง อีกทั้งควรมีการสงเสริมการทําระบบน้ําหยดในพื้นที่ที่มีศักยภาพ
                       มีการปรับปรุงบํารุงดิน การใสปุยที่ถูกตองและมีประสิทธิภาพ ทําการวิเคราะหคุณภาพดินอยูเสมอ

                       สงเสริมเกษตรกรแปรรูปมันสําปะหลังเบื้องตนเพื่อเพิ่มมูลคา เชน การแปรรูปมันเสนสะอาด สราง
                       ความรวมมือระหวางเกษตรกรและโรงงาน เพื่อวางแผนการขุดของเกษตรกร ประชาสัมพันธให
                       เกษตรกรเก็บเกี่ยวในชวงอายุ และระยะเวลาที่เหมาะสม ใชทอนพันธุที่ตานทานโรค และใหผลผลิต

                       สูง เขารวมโครงการระบบสงเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ และสงเสริมใหเกษตรกรเปน
                       Smart Farmer รวมทั้งประชาสัมพันธใหเกษตรกรเก็บเกี่ยวในชวงอายุ และระยะเวลาที่

                       เหมาะสม
                              2)  พื้นที่ปลูกมันสําปะหลังที่มีความเหมาะสมปานกลาง (S2) และปจจุบันยังปลูกมัน

                       สําปะหลังอยู มีเนื้อที่ 102,773 ไร สวนใหญอยูในเขตอําเภอวัดโบสถ อําเภอวังทอง และอําเภอ
                       ชาติตระการ ซึ่งเกษตรกรยังคงปลูกมันสําปะหลังไดผลดี หลายแหงประสบปญหาโครงสรางของดิน

                       หรือดินดาน ทั้งนี้ควรพัฒนาศักยภาพของพื้นที่ใหมากขึ้น ในเรื่องของคุณภาพดิน และทําการตรวจ
                       วิเคราะหคุณภาพดินอยูเสมอ สงเสริมใหมีการใสปุยตามคาวิเคราะหดิน ซึ่งอาจตองใชปุยสั่งตัด สราง
                       ความรูความเขาใจใหกับเกษตรกรในการจัดการพื้นที่ การปลูก การดูแลรักษา การปองกันโรค

                       แมลงศัตรูพืช และการเก็บเกี่ยว สงเสริมการใชทอนพันธุที่ตานทานโรค และใหผลผลิตสูง พัฒนา
                       ระบบน้ําหยดและการใชน้ําจากแหลงน้ําในพื้นที่ ใหมีการใชประโยชนกับมันสําปะหลังใหมากที่สุด

                       สงเสริมเกษตรกรแปรรูปมันสําปะหลังเบื้องตนเพื่อเพิ่มมูลคา เชน การแปรรูปมันเสนสะอาด
                       ประชาสัมพันธใหเกษตรกรเก็บเกี่ยวในชวงอายุ และระยะเวลาที่เหมาะสม
                              3) พื้นที่ปลูกมันสําปะหลังในพื้นที่ไมมีความเหมาะสม (S3 และ N) และปจจุบันเกษตรกร

                       ยังคงใชที่ดินปลูกมันสําปะหลังอยู พื้นที่ดังกลาวประสบปญหาซ้ําซาก เชน น้ําทวม ขาดน้ํา ผลผลิตต่ํา
                       ดังนั้นควรมีการสงเสริมและสรางความรูความเขาใจในการไถระเบิดดินดาน ใหเกษตรกรมีวิธีปองกัน

                       และแกไขปญหาที่ลดตนทุน ใหการชวยเหลือเกษตรกรที่เลือกปลูกพืชชนิดใหมที่ใหผลตอบแทนที่
                       ดีกวา หรือใชพื้นที่ผลิตอาหารเพื่อบริโภคในครัวเรือน หรือเขาโครงการบริหารจัดการพื้นที่เกษตรกรรม

                       (Zoning by Agri-Map) เปนตน ทั้งนี้ควรจัดหาตลาดใหกับเกษตรกรในการปลูกพืชไร หรือพืชผัก
                       ทดแทน โดยอาจเริ่มจากตลาดชุมชน
   29   30   31   32   33   34   35   36   37   38   39