การจัดการปัญหาดินตื้น
..ความหมายของดิน
..ลักษณะของดิน
..สภาพปัญหาของดิน
..การแจกกระจายพื้นที่ดิน
..การใช้ประโยชน์พื้นที่ในปัจจุบัน
..แนวทางการจัดการดิน
..สรุปและข้อเสนอแนะ
..สอบถามเพิ่มเติม
   
ความหมายของดิน
.........ดินตื้น (shallow soils) หมายถึง ดินที่มีชิ้นส่วนเนื้อหยาบที่เป็นลูกรัง ก้อนกรวดหรือเศษหินในปริมาณเท่ากับหรือมากกว่าร้อยละ 35 โดยปริมาตร หรือพบชั้นมาร์ล ชั้นหินพื้น ชั้นดานแข็งหรือชั้นเชื่อมแข็งภายในความลึก 50 เซนติเมตรจากผิวดิน
   
ลักษณะของดิน
......... ดินตื้นพบทั่วไปในทุกภาคของประเทศ มีเนื้อที่ 46,090,109 ไร่ ได้แก่ กลุ่มชุดดินที่ 25 45 46 47 48 49 51 และกลุ่มชุดดินที่ 52 ประเภทของดินตื้นแบ่งออกเป็น 4 ประเภท คือ
......... 1. ดินตื้นในพื้นที่ลุ่มถึงชั้นลูกรังหรือก้อนกรวด มีเนื้อที่ 8,881,718 ไร่ ได้แก่ กลุ่มชุดดินที่ 25
......... 2. ดินตื้นในพื้นที่ดอนถึงชั้นลูกรังก้อนกรวดหรือเศษหิน มีเนื้อที่ 26,133,752 ไร่ ได้แก่ กลุ่มชุดดินที่ 46 47 48 และกลุ่มชุดดินที่ 49
......... 3. ดินตื้นในพื้นที่ดอนถึงชั้นหินพื้น มีเนื้อที่ 8,977,961ไร่ ได้แก่ กลุ่มชุดดินที่ 45 และ 51
......... 4. ดินตื้นในพื้นที่ดอนถึงชั้นมาร์ล มีเนื้อที่ 2,096,678 ไร่ ได้แก่ กลุ่มชุดดินที่ 52 ดินตื้นประเภทนี้เป็นดินที่มีสารประกอบจำพวกแคลเซียมหรือแมกนีเซียมคาร์บอเนตปนอยู่ จัดเป็นดินที่มีความอุดมสมบูรณ์สูง แต่มีข้อเสียคือ มีปฏิกิริยาดินเป็นด่างเป็นข้อจำกัดต่อพืชบางชนิดที่ไวต่อความเป็นด่าง
   
สภาพปัญหาของดิน
......... มีชั้นลูกรัง ก้อนกรวด หรือเศษหินปะปน ทำให้เป็นอุปสรรคต่อการชอนไชของรากพืชและการไถพรวนและการเกษตรกรรมอื่นๆ ดินมีความอุดมสมบูรณ์ต่ำ ความสามารถในการดูดซับน้ำและธาตุอาหารต่ำ เนื้อดินเหนียวมีน้อยทำให้การเกาะยึดตัวของเม็ดดินไม่ดีเกิดการชะล้างพังทลายได้ง่าย
   
การแจกกระจายพื้นที่ดิน
......... ดินทรายพบทั่วไปในทุกภาคของประเทศ มีเนื้อที่รวมทั้งประเทศ 11,756,733 ไร่ พบมากในภาคต่างๆ ดังนี้
......... - ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 8,534,794 ไร่
......... - ภาคกลาง 1,007,927 ไร่
......... - ภาคตะวันออก 996,237 ไร่
......... - ภาคใต้ 958,298 ไร่ และ
......... - ภาคเหนือ 259,477 ไร่
   
การใช้ประโยชน์พื้นที่ในปัจจุบัน
......... ดินทรายบริเวณที่ลุ่มใช้ประโยชน์ที่ดินเป็นนาข้าว ส่วนที่ดอนใช้ปลูกพืชไร่ ปาล์มน้ำมัน ทุ่งหญ้า และไม้ละเมาะ ดินทรายบริเวณชายทะเลใช้ปลูกมะพร้าวเป็นพืชหลัก ส่วนดินทรายในที่ดอนที่มีชั้นดานอินทรีย์ มีการใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อปลูกมะพร้าวเป็นหลัก แต่มักให้ผลผลิตต่ำ 
   
แนวทางการจัดการดิน

.........1. เลือกพื้นที่ทำการเกษตรที่มีหน้าดิน ไม่น้อยกว่า 20 เซนติเมตรและไม่มีก้อนกรวดหรือลูกรังกระจัดกระจายอยู่ที่ผิวดินมากนัก ส่วนพื้นที่ที่เป็นดินตื้นมาก และมีเศษชิ้นส่วนก้อนกรวดหินเนื้อหยาบปะปนอยู่หน้าผิวดินจำนวนมากไม่เหมาะสมสำหรับการปลูกพืชเศรษฐกิจควรใช้ปลูกไม้ยืนต้นโตเร็ว เช่น กระถินณรงค์ กระถินยักษ์ ขี้เหล็กบ้าน สีเสียดแก่น สะเดา ยูคาลิปตัส ก้ามปู นนทรี หรือทำทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์ โดยการปลูกหญ้าผสมถั่ว
.........2. เลือกชนิดพืชปลูกและมีการจัดการที่เหมาะสม หากเป็นพืชไร่ควรเลือกพืชที่มีระบบรากตื้น พืชทนแล้งหรือปลูกพืชแบบผสมผสาน สำหรับการปลูกไม้ผล ไม้ยืนต้น ควรมีการจัดการเฉพาะหลุม ขุดหลุมปลูกให้กว้างประมาณ 75x75x75 เซนติเมตร นำหน้าดินหรือดินจากที่อื่นผสมกับปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักรองก้นหลุม
.........3. มีการเขตกรรมที่เหมาะสม ไถพรวนดินให้น้อยที่สุดเพื่อป้องกันการชะล้างพังทลายของดิน
.........4. เพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของดินโดยใช้ปุ๋ยอินทรีย์ ได้แก่ ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยคอก หรือปลูกพืชตระกูลถั่วแล้วไถกลบเพื่อเพิ่มความสามารถในการดูดซับธาตุอาหารและน้ำให้แก่ดินและใช้ปุ๋ยเคมีร่วมด้วยตามความเหมาะสมกับชนิดพืชที่ปลูก
.........5. การจัดการน้ำที่เหมาะสมจัดหาแหล่งน้ำให้พอเพียงกับการเพาะปลูก และมีการให้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพ เช่น ให้น้ำแบบหยด และใช้วัสดุคลุมดินเพื่อป้องกันการระเหยของน้ำและเก็บรักษาความชื้นในดิน
.........6. พื้นที่ที่มีความลาดชันควรมีมาตรการอนุรักษ์ดินและน้ำ ไถพรวน และปลูกพืชตามแนวระดับขวางความลาดเทของพื้นที่ ปลูกพืชคลุมดิน เช่น หญ้ารูซี่ กระถิน ถั่วฮามาต้า ถั่วมะแฮะ แคฝรั่ง โดยปลูกสลับกับแถวพืชหลักที่ปลูกไว้เพื่อลดการชะล้างพังทลายของดินหรือปลูกหญ้าแฝก เป็นต้น
.........7. ดินตื้นที่มีปฏิกิริยาดินเป็นด่าง การปลูกพืชในดินประเภทนี้ อาจมีปัญหาการขาดธาตุอาหารบางชนิด เช่น ฟอสฟอรัส เหล็ก และแมงกานีส ดังนั้น การปลูกพืชในดินดังกล่าว จึงควรเลือกชนิดพืชที่เหมาะสมพืชที่ชอบสภาพดินกรด เช่น ข้าวโพด ถั่วลิสง ไม้ผลบางชนิด เช่น ขนุน น้อยหน่า และมะพร้าว หากพืชที่ปลูกแสดงอาการขาดธาตุเหล็กหรือสังกะสี อาจให้ปุ๋ยในรูปสารละลายเกลือของธาตุดังกล่าว หรือให้ปุ๋ยทางใบและปรับปรุงสมบัติทางกายภาพของดินโดยการไถพรวนและใส่ปุ๋ยอินทรีย์ร่วมด้วย

 
สรุปและข้อเสนอแนะ

.........ดินลูกรังหรือดินตื้นมีความอุดมสมบูรณ์ของดินต่ำ เป็นดินกรด มีชั้นดินกรวด ลูกรังเป็นอุปสรรคต่อรากพืช ดินไม่อุ้มน้ำทำให้ขาดความชุ่มชื้น การใช้ประโยชน์ดินลูกรังขึ้นอยู่กับสภาพสิ่งแวดล้อมและระดับการจัดการเกษตรกรรมต้องลงทุนต่ำ เกษตรกรรมถาวรและเกษตรผสมผสานจะเป็นแนวทางของการจัดการ นอกจากนี้การใช้ที่ดินเพื่อการเกษตรจำเป็นต้องมีการใช้เทคโนโลยีหรือมีการจัดการดินและพืชที่เหมาะสมด้วย ได้แก่ ชลประทาน การปรับปรุงคุณสมบัติทางกายภาพและเคมีของดิน การรักษาความอุดมสมบูรณ์ของดินการใช้ปุ๋ยในรูปที่เหมาะสมและเกิดประโยชน์สูงสุดในการพัฒนาดินลูกรังมาใช้ในการเพาะปลูกพืชหลายอย่าง

 
ติดต่อสอบถาม

.........กลุ่มวิจัยและพัฒนาการจัดการดินเสื่อมโทรม กองวิจัยและพัฒนาการจัดการที่ดิน กรมพัฒนาที่ดิน โทรศัพท์ 02-579-1103