.........1. การปรับปรุงดินและเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของดินด้วยอินทรียวัตถุ เช่น ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยคอก หรือปลูกพืชตระกูลถั่ว แล้วไถกลบเป็นปุ๋ยพืชสด เพื่อเพิ่มความสามารถในการดูดซับธาตุอาหารพืชและความสามารถในการอุ้มน้ำแก่ดินปรับปรุงสมบัติทางกายภาพของดินทำให้ดินมีการเกาะยึดตัวดีขึ้น .........2. การอนุรักษ์ดินและน้ำที่เหมาะสม ปลูกพืชคลุมดินเพื่อป้องกันการชะล้างพังทลายของดิน การใช้วัสดุคลุมดินเพื่อป้องกันการระเหยของน้ำและรักษาความชื้นไว้ในดิน .........3. การเลือกชนิดพืชปลูกที่เหมาะสม ปลูกพืชทนแล้งหรือพืชที่ใช้น้ำน้อยมีอายุการเก็บเกี่ยวสั้น เช่น ถั่วเขียว ข้าวโพดหวาน ข้าวโพดฝักอ่อน หรือการปลูกพืชแบบหมุนเวียนไร่นาสวนผสม .........4. การจัดการน้ำที่เหมาะสมเพื่อให้การใช้น้ำเป็นไปอย่างประหยัดและมีประสิทธิภาพ เช่น การให้น้ำแบบหยด เป็นต้น หรือขุดสระเพื่อเก็บน้ำไว้ใช้ในช่วงที่พืชขาดน้ำ .........5. การใช้ปุ๋ยเคมีในดินที่มีความอุดมสมบูรณ์ต่ำมากและมีปริมาณธาตุอาหารพืชไม่เพียงพอ ควรใช้ปุ๋ยเคมีร่วมด้วยตามความเหมาะสมกับชนิดพืชที่ปลูกโดยใช้ปุ๋ยเคมีที่ละลายช้าแบ่งใส่ครั้งละน้อยๆ เป็นระยะใส่ในขณะที่ดินมีความชื้นเหมาะสมและควรใช้ร่วมกับปุ๋ยอินทรีย์หรือใช้ปุ๋ยเคมีตามค่าวิเคราะห์ดิน
.........การจัดการดินทรายเพื่อปลูกข้าว ดินทรายในพื้นที่ลุ่ม ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีการระบายน้ำค่อนข้างเลว มีน้ำท่วมขังในช่วงฤดูฝน สามารถปลูกข้าวได้โดยมีการปรับปรุงและเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของดินด้วยปุ๋ยอินทรีย์ชนิดต่างๆ เช่น ปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก การไถกลบพืชปุ๋ยสด ไถกลบตอซังฟางข้าว วัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรอื่นๆ เพื่อเพิ่มความสามารถในการอุ้มน้ำ การดูดซับธาตุอาหาร และทำให้ดินมีการเกาะยึดตัวกันดีขึ้น รวมทั้งการใช้น้ำหมักชีวภาพและปุ๋ยเคมีร่วมด้วย โดยเลือกใช้สูตรและอัตราที่เหมาะสมกับชนิดของข้าวที่ปลูกหรือใช้ปุ๋ยเคมีตามค่าวิเคราะห์ดิน .........การใส่ปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก ใช้อัตรา 4-6 ตันต่อไร่ ใส่แบบหว่านทั่วแปลงแล้วไถกลบ ช่วงเตรียมดินสำหรับปุ๋ยคอกใช้อัตรา 1.5-3 ตันต่อไร่ ใส่แบบหว่านทั่วแปลงเช่นเดียวกับปุ๋ยหมัก ในดินที่มีลักษณะเป็นทรายจัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ นอกจากการใช้ปุ๋ยอินทรีย์แล้วจำเป็นต้องใช้ปุ๋ยเคมี ร่วมด้วย โดยใช้ร่วมกับปุ๋ยเคมีสูตร 16-16-8 อัตรา 15-30 กิโลกรัมต่อไร่ หรือใช้ปุ๋ยเคมีตามค่าวิเคราะห์ดิน .........การใช้ปุ๋ยพืชสด พืชตระกูลถั่วที่เหมาะสมปลูกเป็นปุ๋ยพืชสดในนาดินทราย ได้แก่ ถั่วพร้า ปอเทือง ถั่วพุ่ม และโสนอัฟริกัน โดยหว่านหรือหยอดเมล็ดพันธุ์ลงในแปลงนาให้ทั่วแปลง อัตราเมล็ดพันธุ์ที่แนะนำคือ ถั่วพร้า 10 กิโลกรัมต่อไร่ ปอเทืองและโสนอัฟริกัน 5 กิโลกรัมต่อไร่ สำหรับถั่วพุ่มใช้เมล็ดพันธุ์อัตรา 8 กิโลกรัมต่อไร่ ไถกลบลงดินในระยะพืชกำลังออกดอกทิ้งไว้ให้ย่อยสลายประมาณ 15 วัน แล้วปลูกข้าวตาม นอกจากนี้การไถกลบตอซังก็เป็นการเพิ่มอินทรียวัตถุให้กับดินทำให้ดินมีความอุดมสมบูรณ์เพิ่มมากขึ้น และมีผลต่อการเจริญเติบโตและให้ผลผลิตของข้าวเพิ่มขึ้นเช่นกัน .........การจัดการดินทรายเพื่อปลูกพืชผัก พืชไร่ ไม้ผล และไม้ยืนต้นบางชนิด ดินทรายในพื้นที่ดอนที่มีการระบายน้ำดีหรือดีปานกลาง ไม่มีน้ำแช่ขังในฤดูฝนสามารถปลูกพืชได้หลายชนิด เช่น ข้าวไร่ ปอแก้ว ถั่วลิสง มันสำปะหลัง สับปะรด ข้าวโพด แตงโม ไม้ผล และไม้ยืนต้นบางชนิด เช่น มะม่วงมะขาม น้อยหน่า พุทรา นุ่น สะเดา ไผ่ ยูคาลิปตัส กระถินณรงค์ และกระถินเทพา รวมทั้งใช้ปลูกพืชผักบางชนิด เช่น แตงกวา ผักกาดเขียวปลี ผักกาดหอม และพริกขี้หนูเป็นต้น เลือกชนิดพืชปลูกที่เหมาะสมทำการปรับปรุงดินและเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของดินด้วยอินทรียวัตถุ เช่น ปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก หรือปลูกพืชตระกูลถั่วแล้วไถกลบเป็นปุ๋ยพืชสดเพื่อเพิ่มความสามารถในการอุ้มน้ำของดิน ร่วมกับใช้น้ำหมักชีวภาพ หรือใช้ปุ๋ยเคมีในอัตราที่เหมาะสมตามคำแนะนำของชนิดพืชที่ปลูกและควรใช้ปุ๋ยเคมีร่วมกับปุ๋ยอินทรีย์หรือใช้ปุ๋ยเคมีตามค่าวิเคราะห์ดิน .........การปลูกพืชผักและพืชไร่ ควรปรับปรุงดินด้วยอินทรียวัตถุ ได้แก่ ปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก อัตรา 2-4 ตันต่อไร่ หรือปลูกพืชตระกูลถั่วแล้วไถกลบเป็นปุ๋ยพืชสด ร่วมกับการใช้ปุ๋ยเคมีสูตรและอัตราที่เหมาะสมสำหรับพืชผักแต่ละชนิด หรือใช้ปุ๋ยเคมีตามค่าวิเคราะห์ดิน การใช้วัสดุคลุมดินเพื่อป้องกันการระเหยของน้ำและเก็บรักษาความชื้นไว้ในดินสำหรับพืชไร่ เช่น ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ มันสำปะหลัง การใช้ปุ๋ยพืชสด เกษตรกรอาจหว่านเมล็ดพืชตระกูลถั่วแล้วไถกลบก่อนปลูกพืชหลักหรือปลูกแซมระหว่างแถว แล้วสับกลบ โดยปลูกหลังจากพืชหลักเจริญเติบโตแล้วเพื่อป้องกันการแย่งน้ำและธาตุอาหาร .........การปลูกไม้ผลและไม้ยืนต้น ขุดหลุมปลูกให้กว้างกว่าปกติ ใส่ปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอกรองก้นหลุม อัตรา 25-30 กิโลกรัมต่อต้น ปลูกพืชคลุมดินหรือใช้วัสดุคลุมโคนต้น เพื่อป้องกันการระเหยของน้ำ และรักษาความชื้นไว้ในดินและมีการจัดการน้ำที่เหมาะสม เช่น การฝังกระบอกดินเผา หรือตุ่มดินบริเวณโคนต้น หรือการให้น้ำแบบหยด เป็นต้น
.........กลุ่มวิจัยและพัฒนาการจัดการดินเสื่อมโทรม กองวิจัยและพัฒนาการจัดการที่ดิน กรมพัฒนาที่ดิน โทรศัพท์ 02-579-1103