Page 40 - Songkhla
P. 40

32







                             2) พื้นที่ปลูกข้าวที่มีความเหมาะสมปานกลาง (S2) และปัจจุบันยังปลูกข้าวอยู่ มีเนื้อที่
                       18,013 ไร่ ส่วนใหญ่อยู่ในเขตอำเภอเมืองสงขลา อำเภอหาดใหญ่ อำเภอจะนะ อำเภอบางกล่ำ เป็นพื้นที่
                       ปลูกข้าวที่มีข้อจำกัดไม่มากนัก เกษตรกรยังคงปลูกข้าวได้ผลดี หลายแห่งประสบปัญหาขาดน้ำในบางช่วง

                       ของการเพาะปลูก ควรสนับสนุนด้านการบริหารจัดการน้ำ เช่น ชลประทาน จะสร้างความมั่นใจให้กับ
                       เกษตรกรในการใช้ที่ดิน ปัญหาการทิ้งถิ่นฐานไปทำงานที่อื่นจะลดลง และพื้นที่ในเขตนี้มีความเหมาะสม

                       สำหรับการเกษตรแบบผสมผสาน เกษตรแม่นยำหรือเกษตรทฤษฎีใหม่ เป็นต้น และภาครัฐควรให้
                       ความรู้ความเข้าใจกับเกษตรกรโดยแนะนำว่าไม่ควรปรับเปลี่ยนไปปลูกพืชชนิดอื่น หากข้าวราคาไม่ดี

                       และต้องการปรับเปลี่ยนการผลิตควรเป็นพืชไร่ เพื่อที่ว่าในอนาคตยังสามารถกลับมาทำนาได้อีก
                             3) พื้นที่ปลูกข้าวที่ไม่มีความเหมาะสม (S3 และ N) และปัจจุบันเกษตรกรยังคงใช้ที่ดิน

                       ปลูกข้าวอยู่ ทั้งนี้ควรให้การช่วยเหลือเกษตรกรที่ทำกินในพื้นที่นี้ เนื่องจากเป็นพื้นที่ไม่เหมาะสม
                       โดยสนับสนุนการปรับโครงสร้างที่ดิน ปรับปรุงบำรุงดิน สนับสนุนแหล่งน้ำ ให้เกษตรกรเลือกปลูกพืช
                       ชนิดใหม่ที่มีความเหมาะสม และให้ผลตอบแทนที่ดีกว่า หรือใช้พื้นที่ผลิตอาหารเพื่อบริโภคในครัวเรือน

                       หรือเข้าโครงการบริหารจัดการพื้นที่เกษตรกรรม (Zoning by Agri-Map) เป็นต้น
                             4) พื้นที่ที่มีศักยภาพหรือมีความเหมาะสมสำหรับการปลูกข้าว แต่ปัจจุบันเกษตรกรไม่ได้ใช้

                       พื้นที่ปลูกข้าว พบว่าเกษตรกรปลูกพืชอื่นทดแทน เช่น ยางพารา มังคุด ปาล์มน้ำมัน ทั้งนี้หากพืชที่ปลูก
                       เป็นพืชไร่ หากในอนาคตข้าวราคาดีเกษตรกรอาจกลับมาปลูกข้าวได้เหมือนเดิม แต่หากเป็นไม้ผลหรือ

                       ไม้ยืนต้นการกลับมาปลูกข้าวอาจเป็นเรื่องยาก ดังนั้นอาจส่งเสริมในเรื่องของการทำเกษตรรูปแบบอื่น เช่น
                       ทำการเกษตรแบบผสมผสานทดแทน

                         4.3  มังคุด
                             1) พื้นที่ปลูกมังคุดที่มีความเหมาะสมสูง (S1) และปัจจุบันยังปลูกมังคุดอยู่ มีเนื้อที่ 32,901 ไร่
                       มีพื้นที่ปลูกมากในเขตอำเภอสะบ้าย้อย อำเภอนาทวี และอำเภอเทพา ตามลำดับ ทั้งนี้คณะอนุกรรมการ

                       พัฒนาที่ดินจังหวัดเห็นควรให้มีการเสนอแผนการใช้ที่ดินเพื่อสงวนให้เป็นพื้นที่ปลูกมังคุดที่สำคัญของ
                       จังหวัด และมีการบริหารจัดการน้ำอย่างดี รวมทั้งการจัดการดินและปุ๋ยตามมาตรฐาน ส่งเสริมให้มีการใช้

                       ปุ๋ยให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ สนับสนุนการรวมกลุ่มเป็นเกษตรแปลงใหญ่ สร้างเครือข่ายในรูปแบบของ
                       สหกรณ์ กลุ่มเกษตรกร วิสาหกิจชุมชน ปรับเปลี่ยนวิถีการผลิตสู่การผลิตผลไม้ครบวงจร เช่น บริหารจัดการ
                       ผลผลิตแบบป้องกันความเสี่ยงโดยใช้การตลาดนำการผลิตเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและพัฒนาให้

                       เกษตรกรเพาะปลูกตามการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี (Good Agriculture Practices : GAP) เน้นการถ่ายทอด
                       องค์ความรู้และเทคโนโลยีการพัฒนาคุณภาพผลไม้ให้สอดคล้องตามฤดูกาล การผลิตผลไม้คุณภาพ

                       ตามแหล่งกำเนิดภูมิศาสตร์ (GI) และไม้ผลอัตลักษณ์ของจังหวัด
                             2) พื้นที่ปลูกมังคุดที่มีความเหมาะสมปานกลาง (S2) และปัจจุบันยังปลูกมังคุดอยู่ มีเนื้อที่

                       17,384 ไร่ ส่วนใหญ่อยู่ในเขตอำเภอนาทวี อำเภอเทพา และอำเภอสะบ้าย้อย เกษตรกรยังคงปลูกมังคุด
                       เนื่องจากเป็นไม้ผล ซึ่งบางช่วงมีความต้องการการใช้น้ำในปริมาณที่มาก ควรสนับสนุนด้านการบริหาร

                       จัดการน้ำ เช่น ชลประทาน แหล่งน้ำในไร่นานอกเขตชลประทาน ใช้ปัจจัยการผลิตในอัตราและช่วงเวลา
   35   36   37   38   39   40   41   42   43   44   45