Page 33 - Phayao
P. 33

25







                               3) พื้นที่ปลูกยางพาราในพื้นที่ไมมีความเหมาะสม (S3 และ N) และปจจุบันเกษตรกร
                       ยังคงใชที่ดินปลูกยางพาราอยู พื้นที่ดังกลาวประสบปญหาซ้ําซาก เชน น้ําทวม ขาดน้ํา ผลผลิตต่ํา
                       กระทรวงเกษตรและสหกรณใหการชวยเหลือเกษตรกรที่ทํากินในพื้นที่นี้ โดยสงเสริมใหมีการโคน
                       ยางพาราที่มีอายุตั้งแต 25 ป และหาพืชอื่นทดแทน เชน สงเสริมใหปลูกไมผล มะพราว ไผหวาน มัน

                       สําปะหลัง ยาสูบ แตงโม พืชไร และพืชผักตาง ๆ ทดแทน ใหการชวยเหลือเกษตรกรที่เลือกปลูกพืช
                       ชนิดใหมที่ใหผลตอบแทนที่ดีกวา หรือใชพื้นที่ผลิตพืชผัก บริโภคในครัวเรือน หรือเขาโครงการบริหาร
                       จัดการพื้นที่เกษตรกรรม (Zoning by Agri-Map) เปนตน และจัดหาตลาดใหกับเกษตรกร โดยเริ่ม
                       จากตลาดชุมชน

                             4) พื้นที่ที่มีศักยภาพ หรือมีความเหมาะสมสําหรับการปลูกยางพารา แตปจจุบันเกษตรกร
                       ไมไดใชพื้นที่ปลูกยางพารา พบวาเกษตรกรปลูกพืชอื่นทดแทน เชน ออยโรงงาน ขาวโพดเลี้ยงสัตว มัน
                       สําปะหลัง เปนตน ในสวนนี้ภาครัฐควรใหความรูความเขาใจถึงสถานการณดานการเกษตรในปจจุบัน

                       โดยเฉพาะยางพาราเปนพืชที่มีนโยบายลดพื้นที่ปลูกเนื่องจากมีปริมาณผลผลิตมากสงผลใหราคาตกต่ํา
                       แตในอนาคตถาราคาดีและตลาดมีความตองการเพิ่มมากขึ้นอาจอาจสนับสนุนใหเกษตรกรกลับมา

                       ปลูกยางพาราในพื้นที่ดังกลาว

                         4.4  ลําไย

                             1) พื้นที่ปลูกลําไยที่มีความเหมาะสมสูง (S1) และปจจุบันยังปลูกลําไยอยู มีเนื้อที่ 26,476
                       ไร อยูในเขต อําเภอจุน อําเภอเชียงคํา อําเภอดอกคําใต อําเภอเมืองพะเยา อําเภอเชียงมวน อําเภอภูซาง
                       และกระจายตัวในพื้นที่เล็ก ๆ ในอําเภอปง  อําเภอแมใจ อําเภอภูกามยาว ทั้งนี้โดยคณะอนุกรรมการ

                       พัฒนาที่ดินจังหวัดสมควรใหมีการเสนอแผนการใชที่ดินเพื่อสงวนใหเปนแหลงผลิตลําไยที่สําคัญของ
                       จังหวัด และมีการบริหารจัดการน้ําชลประทาน การจัดการดิน ปุย พันธุลําไย โดยรวมกลุมเปนเกษตร

                       แปลงใหญ พัฒนาตอยอดครบวงจรการตลาดในและตางประเทศการแปรรูป แหลงทุน มีภาครัฐสนับสนุน
                       การทํามาตรฐานสินคาเกษตรอินทรีย และการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี (Good Agricultural Practices:
                       GAP)  จะชวยใหเกษตรกรมีรายไดเพิ่มขึ้น และเปนการปรับปรุงบํารุงดิน

                             2) พื้นที่ปลูกลําไยที่มีความเหมาะสมปานกลาง (S2) และปจจุบันยังปลูกลําไยอยู มีเนื้อที่
                       47,146 ไร กระจายตัวอยูในทุกอําเภอของจังหวัดพะเยา เกษตรกรยังคงปลูกลําไยไดผลดี น้ําเปน

                       สิ่งจําเปนตอการเจริญเติบโตของลําไยการผลิตลําไยเพื่อใหไดคุณภาพตองมีน้ําในปริมาณที่เพียงพอตลอด
                       ฤดูกาล นอกจากนี้ควรทําการศึกษาคุณสมบัติของน้ําและวิธีการจัดการน้ําที่มีประสิทธิภาพ เหมาะ

                       สําหรับการผลิตลําไยการสนับสนุนดานการชลประทาน จะสรางความมั่นใจใหกับเกษตรกรในการใชที่ดิน
                               3) พื้นที่ปลูกลําไยที่ไมมีความเหมาะสม (S3 และ N) และปจจุบันเกษตรกรยังคงใช

                       ที่ดินปลูกลําไยอยู มีเนื้อที่ 4,049 ไร ซึ่งประสบปญหาขาดน้ํา ผลผลิตต่ํา กระทรวงเกษตรและสหกรณ
                       ใหการชวยเหลือเกษตรกรที่ทํากินในพื้นที่นี้ โดยสนับสนุนการปรับโครงสรางที่ดินสนับสนุนแหลงน้ํา
                       ใหเกษตรกรเลือกปลูกพืชชนิดใหมที่มีความเหมาะสม เปนการสรางรายได และผลิตอาหารเพื่อบริโภค

                             4) พื้นที่ที่มีศักยภาพ หรือมีความเหมาะสมสําหรับการปลูกลําไย แตปจจุบันเกษตรกรไมได
                       ใชพื้นที่ปลูกลําไย โดยหันมาปลูกขาวและขาวโพดเลี้ยงสัตวแทน สรางความเขาใจใหกับเกษตรกรใน
   28   29   30   31   32   33   34   35   36   37   38