Page 35 - ChaiNat
P. 35
27
4.3 มันส าปะหลัง
1) พื้นที่ปลูกมันส าปะหลังที่มีความเหมาะสมสูง (S1) และปัจจุบันยังปลูกมันส าปะหลังอยู่
มีเนื้อที่ 562 ไร่ มีกระจายตัวอยู่ในอ าเภอเมืองชัยนาท ตามมาตรการยุทธศาสตร์มันส าปะหลัง
2564 – 2567 เน้นให้เกษตรกรเข้าถึงพันธุ์มันส าปะหลังต้านทานโรคใบด่าง (Cassava Mosaic
Disease: CMD) ให้เชื้อแป้งสูงและมีผลผลิตเฉลี่ยต่อไร่ไม่ต่ ากว่า 5 ตัน ภายในปี 2567 นั้น ท าให้มี
การเพิ่มผลผลิตมันส าปะหลังในพื้นที่ที่มีศักยภาพสูง แต่เน้นการลดต้นทุนผลผลิต เร่งหาแนวทางแก้ไข
ปัญหาโรคโคนเน่าหัวเน่า และโรคใบด่างมันส าปะหลัง ส่งเสริมการท าระบบน้ าหยดในพื้นที่ที่มีศักยภาพ
การปรับปรุงบ ารุงดิน การใส่ปุ๋ยที่ถูกต้องและมีประสิทธิภาพ ท าการวิเคราะห์คุณภาพดินอยู่เสมอ ส่งเสริม
เกษตรกรแปรรูปมันส าปะหลังเบื้องต้นเพื่อเพิ่มมูลค่า อาทิ การแปรรูปมันเส้นสะอาด สร้างความร่วมมือ
ระหว่างเกษตรกรและโรงงาน เพื่อวางแผนการขุดของเกษตรกร ประชาสัมพันธ์ให้เกษตรกรเก็บเกี่ยว
ในช่วงอายุและระยะเวลาที่เหมาะสม ใช้ท่อนพันธุ์ที่ต้านทานโรค และให้ผลผลิตสูง เข้าร่วมโครงการ
ระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ และส่งเสริมให้เกษตรกรเป็น Smart Farmer
2) พื้นที่ปลูกมันส าปะหลังที่มีความเหมาะสมปานกลาง (S2) และปัจจุบันยังปลูกมันส าปะหลัง
อยู่ มีเนื้อที่ 106,797 ไร่ กระจายตัวอยู่ในอ าเภอหันคา อ าเภอเนินขาม และอ าเภอวัดสิงห์ เกษตรกร
ยังคงปลูกมันส าปะหลังได้ผลดี พัฒนาศักยภาพของพื้นที่ให้มากขึ้น ในเรื่องของคุณภาพดินและท าการ
ตรวจวิเคราะห์คุณภาพดินอยู่เสมอ สร้างความรู้ความเข้าใจให้กับเกษตรกรในการจัดการพื้นที่ การปลูก
การดูแลรักษา การป้องกันโรค แมลงศัตรูพืช และการเก็บเกี่ยว ส่งเสริมการใช้ท่อนพันธุ์ที่ต้านทานโรค
และให้ผลผลิตสูง ส่งเสริมเกษตรกรแปรรูปมันส าปะหลังเบื้องต้นเพื่อเพิ่มมูลค่า เช่น การแปรรูปมันเส้น
สะอาด
3) พื้นที่ปลูกมันส าปะหลังในพื้นที่ไม่มีความเหมาะสม (S3 และ N) และปัจจุบันเกษตรกร
ยังคงใช้ที่ดินปลูกมันส าปะหลังอยู่ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้การช่วยเหลือเกษตรกรที่ท ากิน
ในพื้นที่นี้ โดยสนับสนุนการปรับโครงสร้างที่ดินสนับสนุนแหล่งน้ า ให้เกษตรกรเลือกปลูกพืชชนิดใหม่
ให้ผลตอบแทนที่ดีกว่า หรือใช้พื้นที่ผลิตอาหารเพื่อ บริโภคในครัวเรือน หรือเข้าโครงการ ปรับเปลี่ยน
การผลิต (Zoning by Agri-Map) ที่มีความเหมาะสม เป็นการสร้างรายได้ และผลิตอาหารเพื่อบริโภค
4) พื้นที่ที่มีศักยภาพหรือมีความเหมาะสมส าหรับการปลูกมันส าปะหลัง แต่ปัจจุบัน
เกษตรกรไม่ได้ใช้พื้นที่ปลูกมันส าปะหลัง พบว่าเกษตรกรปลูกพืชอื่นทดแทน เช่น ข้าว อ้อยโรงงาน
ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปาล์มน้ ามัน ยางพารา เป็นต้น ภาครัฐควรให้ความรู้แก่เกษตรกรและสร้างแรงจูงใจ
ให้กลับมาปลูกมันส าปะหลังเหมือนเดิม เนื่องจากพื้นที่มีความเหมาะสม ท าให้ใช้ต้นทุนการผลิตต่ า
และผลผลิตมีคุณภาพดี ทั้งนี้เกษตรกรต้องพิจารณาแหล่งรับซื้อร่วมด้วย

