Page 10 - MahaSarakham
P. 10

2







                           (1) สันดินริมน้ํา (Levee)  เป็นที่ดอน เกิดจากการทับถมของตะกอนน้ําพาบริเวณริมฝั่ง
                       แม่น้ํา เป็นสันนูนขนานไปกับริมฝั่งแม่น้ํา การระบายน้ําค่อนข้างดีถึงดี เนื้อดินค่อนข้างหยาบ อาทิ
                       ชุดดินชุมพลบุรี (Chp)
                           (2) ส่วนต่ําของสันดินริมน้ํา (Lower part of levee)  เป็นดินลุ่ม มีสภาพพื้นที่ค่อนข้าง
                       ราบเรียบ ดินลึกมาก เนื้อดินร่วนหยาบถึงดินทรายแป้งละเอียด มีสีเทาและน้ําตาลปนเทา การระบายน้ํา
                       ค่อนข้างเลว เช่น ชุดดินกันทรวิชัย (Ka) และชุดดินพิมาย (Pm)

                           2) ที่ราบตะกอนน้ําพา (Alluvial plain) เป็นบริเวณที่ได้รับอิทธิพลของแม่น้ําหรือลําน้ํา
                       สาขา วัตถุต้นกําเนิดดินเป็นตะกอนน้ําพา (Alluvium) มีสภาพพื้นที่เป็นที่ราบขนาดใหญ่สองฝั่งแม่น้ํา
                       แต่ละฝั่งอาจมีที่ราบแบบขั้นบันไดหรือตะพักได้หลายระดับ แบ่งเป็น
                           (1) ตะพักลําน้ําระดับต่ํา (Low  terrace)  เป็นที่ลุ่ม มีสภาพพื้นที่ราบเรียบ ดินลึกมาก

                       เนื้อดินอาจเป็นดินเหนียวละเอียดถึงดินทรายแป้งละเอียด สีเทา น้ําตาลปนเทา และน้ําตาล มีจุดประ
                       สีต่าง ๆ การระบายน้ําค่อนข้างเลวถึงเลว เช่น ชุดดินธวัชบุรี (Th) และชุดดินหนองบุญนาก (Nbn)
                           (2) ตะพักลําน้ําระดับกลางและระดับสูง (Middle and high terrace) เป็นที่ดอน
                       มีสภาพพื้นที่ค่อนข้างราบเรียบถึงลูกคลื่นลอนลาด ดินตื้นถึงชั้นกรวดลูกรังถึงดินลึกมาก เนื้อดินเป็น
                       ดินร่วนหยาบ ดินร่วนละเอียดหรือดินร่วนปนชิ้นส่วนหยาบมาก สีน้ําตาล เหลือง น้ําตาลปนแดง
                       ไปจนถึงแดง การระบายน้ําดีปานกลางถึงดี อาทิ ชุดดินชุมพวง (Cpg)

                           3) พื้นเกือบราบ (Peneplain)  เป็นภูมิลักษณ์ของพื้นผิวดินภายหลังการกร่อน เกิดจาก
                       การผุพังด้วยกระบวนการกร่อนทําลายโดยน้ํา ทําให้พื้นที่สูงเดิมซึ่งขรุขระและสูงต่ําแตกต่างกันมาก
                       มีระดับต่ําลงจนมีลักษณะคล้ายลูกคลื่นลอนลาดหรือพื้นที่เกือบราบ วัตถุต้นกําเนิดดินเกิดจากการผุพัง
                       สลายตัวอยู่กับที่หรือเคลื่อนย้ายมาในระยะทางไม่ไกล ดินมีลักษณะเด่นตามวัตถุต้นกําเนิดหรือหิน
                       ที่รองรับอยู่ด้านล่างและระดับการพัฒนาตัวของดิน แบ่งเป็น

                                  (1) พื้นที่ราบเรียบถึงลูกคลื่นลอนลาดเล็กน้อย ดินลึก เนื้อดินส่วนใหญ่เป็นดินเหนียวปน
                       ทราย ดินร่วนเหนียว และดินร่วนเหนียวปนทราย มีสีเทาหรือน้ําตาลปนเทา ตอนบนพบจุดประสี
                       น้ําตาลหรือแดง ตอนล่างพบจุดประสีน้ําตาล น้ําตาลปนเหลือง และเหลือง และอาจพบศิลาแลงอ่อน
                       ในตอนล่างของหน้าตัดดิน การระบายน้ําค่อนข้างเลวถึงดีปานกลาง เช่น ชุดดินร้อยเอ็ด (Re) และ
                       ชุดดินอุบล (Ub)

                            (2) พื้นที่ลูกคลื่นลอนลาด ลูกคลื่นลอนชัน และเนินเขา ดินลึกและลึกปานกลาง เนื้อดินมี
                       ทรายปน ได้แก่ ดินร่วนเหนียวปนทราย ดินร่วนปนทราย ดินทรายปนดินร่วน สีน้ําตาล น้ําตาลปน
                       แดง อาจพบจุดประสีต่าง ๆ ลูกรัง และเศษหินปะปนในตอนล่างของหน้าตัดดิน การระบายน้ําค่อนข้างดี
                       ถึงดี เช่น ชุดดินมหาสารคาม (Msk) และชุดดินบ้านไผ่ (Bpi)

                           4) ที่ลาดเชิงเขา (Piedmont) เขา (Hill) ภูเขา (Mountain) มีสภาพพื้นที่เป็นลูกคลื่น
                       ลอนลาดถึงเนินเขา ที่เกิดจากการที่หินผุพังสลายตัวอยู่กับที่หรือถูกเคลื่อนย้ายโดยแรงโน้มถ่วงของ
                       โลกในระยะทางใกล้ ๆ และถูกควบคุมด้วยลักษณะของโครงสร้างทางธรณีวิทยา ส่วนใหญ่พบหิน
                       ปะปนในหน้าตัดดินและลอยหน้า พื้นที่จังหวัดมหาสารคามเป็นส่วนที่พัฒนาจากหินทราย ดินมีการ

                       ระบายน้ําตั้งแต่ดีปานกลางถึงค่อนข้างมากเกินไป สีน้ําตาล น้ําตาลปนเหลือง เหลือง น้ําตาลปนแดง
                       เหลืองปนแดง จนถึงสีแดง เนื้อดินมีทรายปนอย่างชัดเจน พบเศษหินปะปนในหน้าตัดดินหรือบนผิว
                       ดินค่าปฏิกิริยาดินเป็นกรดจัดมากถึงเป็นกรดจัด อาทิ ชุดดินปักธงชัย (Ptc)
   5   6   7   8   9   10   11   12   13   14   15