Page 13 - Phitsanulok
P. 13

5








                       ตารางที่ 2 พื้นที่ปลูกพืชเศรษฐกิจที่มีพื้นที่ปลูกมาก 4 ลําดับแรกของจังหวัดพิษณุโลก

                                พืชเศรษฐกิจ                  เนื้อที่ (ไร)     รอยละของพื้นที่เกษตรกรรม
                             1. ขาว                        1,616,518                     45.90
                             2. ออยโรงงาน                    296,942                      8.43

                             3. มันสําปะหลัง                  216,179                      6.14
                             4. ขาวโพดเลี้ยงสัตว            166,382                      4.72
                       ที่มา: https://agri-map-online.moac.go.th, 2564


                         2.1  ขาว
                                ขาวเปนพืชเศรษฐกิจหลักของจังหวัดพิษณุโลก จากสภาพพื้นที่สวนใหญเปนที่ราบลุม
                       มีความเหมาะสมในการปลูกขาว จากฐานขอมูลในแผนที่เกษตรเชิงรุก หรือ Agri-Map Online

                       วิเคราะหขอมูลไดดังนี้ (ตารางที่ 3 และภาพที่ 6 - 7)
                               1) การวิเคราะหศักยภาพของพื้นที่ปลูกขาว
                                   ระดับที่ 1 เปนพื้นที่ความเหมาะสมสูง (S1) มีเนื้อที่ 1,613,346 ไร คิดเปนรอยละ 46.38

                       ของพื้นที่ศักยภาพของที่ดิน กระจายตัวมากอยูในอําเภอบางระกํา 421,673 ไร อําเภอพรหมพิราม
                       398,056 ไร และอําเภอเมืองพิษณุโลก 301,243 ไร
                                   ระดับที่ 2 เปนพื้นที่ความเหมาะสมปานกลาง (S2) มีเนื้อที่ 373,862 ไร คิดเปนรอยละ
                       10.75 ของพื้นที่ศักยภาพของที่ดิน กระจายตัวมากอยูในอําเภอวังทอง 105,963 ไร อําเภอเนินมะปราง

                       84,766 ไร และอําเภอนครไทย 57,743 ไร
                                   ระดับที่ 3 เปนพื้นที่ความเหมาะสมเล็กนอย (S3) มีเนื้อที่ 50,773 ไร คิดเปนรอยละ 1.46
                       ของพื้นที่ศักยภาพของที่ดิน กระจายตัวมากอยูในอําเภอวังทอง 16,780 ไร อําเภอชาติตระการ 10,314 ไร
                       และอําเภอนครไทย 9,905 ไร

                                   ระดับที่ 4 เปนพื้นที่ไมเหมาะสม (N) มีเนื้อที่ 1,440,671 ไร
                               2) การวิเคราะหพื้นที่ปลูกขาวในปจจุบัน ซึ่งจําแนกตามชั้นความเหมาะสมของที่ดิน ไดดังนี้
                                   (1) พื้นที่เหมาะสมสูง (S1) มีเนื้อที่ 1,251,431 ไรคิดเปนรอยละ 77.57 ของพื้นที่
                       ศักยภาพสูง กระจายตัวมากอยูในอําเภอพรหมพิราม 342,434 ไร อําเภอบางระกํา 295,016 ไร และ

                       อําเภอเมืองพิษณุโลก 220,182 ไร
                                   (2) พื้นที่เหมาะสมปานกลาง (S2) มีเนื้อที่ 283,907 ไร คิดเปนรอยละ 75.94ของพื้นที่
                       ศักยภาพปานกลาง กระจายตัวมากอยูในอําเภอวังทอง 74,940 ไร อําเภอเนินมะปราง 63,740 ไร และ

                       อําเภอนครไทย 45,995 ไร
                                   (3) พื้นที่เหมาะสมเล็กนอย (S3) มีเนื้อที่ 50,763 ไร คิดเปนรอยละ 99.98 ของพื้นที่
                       ศักยภาพเล็กนอย กระจายตัวมากอยูในอําเภอวังทอง 16,780 ไร อําเภอชาติตระการ 10,314 ไร และ
                       อําเภอนครไทย 9,895 ไร
                                   (4) พื้นที่ไมเหมาะสม (N) มีเนื้อที่ 30,417 ไร


                                3) พื้นที่มีศักยภาพคงเหลือ คือ พื้นที่ที่มีศักยภาพในการปลูกขาวแตยังไมใชพื้นที่ปลูก
                       พิจารณาจากพื้นที่ศักยภาพของที่ดินสําหรับการปลูกขาว และพื้นที่ปลูกขาวในชั้นความเหมาะสมตาง ๆ
   8   9   10   11   12   13   14   15   16   17   18