Page 43 - RoiEt
P. 43

35






                       ให้กับเกษตรกรที่มีพื้นที่ที่มีความเหมาะสมสูง ในการปลูกอ้อยโรงงาน เพื่อแก้ไขปัญหา
                       การปรับเปลี่ยนพื้นที่
                             2) พื้นที่ปลูกอ้อยโรงงานที่มีความเหมาะสมปานกลาง (S2) และปัจจุบันยังปลูก
                       อ้อยโรงงานอยู่ มีเนื้อที่ 200,513 ไร่ ส่วนใหญ่อยู่ในเขตอำเภอหนองพอก อำเภอโพนทอง อำเภอเสลภูมิ

                       อำเภอเมยวดี และอำเภอโพธิ์ชัย ตามลำดับ และกระจายตัวในพื้นที่เล็ก ๆ ในอำเภอจตุรพักตรพิมาน
                       อำเภอปทุมรัตต์ อำเภอจังหาร อำเภอเกษตรวิสัย อำเภออาจสามารถ อำเภอธวัชบุรี เกษตรกรยังคงปลูก
                       อ้อยโรงงานได้ผลดี หลายแห่งประสบปัญหาขาดน้ำในบางช่วงของการเพาะปลูก พัฒนาศักยภาพของ
                       พื้นที่ให้มากขึ้น ในเรื่องของคุณภาพดิน และ การบริหารจัดการน้ำ ให้มีเพียงพอและเหมาะสมต่อ

                       การเพาะปลูก สร้างความรู้ความเข้าใจให้กับเกษตรกรในการจัดการพื้นที่ การปลูก การดูแลรักษา
                       และการเก็บเกี่ยว ส่งเสริมการเพิ่มมูลคาของเสียจากโรงงานน้ำตาล และการนำของเสียจาก
                       โรงงานน้ำตาลไปใชในการปรับปรุงบำรุงดินในไร่อ้อย เพื่อเพิ่มผลผลิตและลดต้นทุนใหแก่เกษตรกร
                       ชาวไร่อ้อย โดยไม่มีผลเสียต่อสุขภาพ สิ่งแวดลอม และชุมชนชาวไร่อ้อย

                             3) พื้นที่ปลูกอ้อยโรงงานในพื้นที่ไม่มีความเหมาะสม (S3 และ N) และปัจจุบันเกษตรกร
                       ยังคงใช้ที่ดินปลูกอ้อยโรงงานอยู่ พื้นที่ดังกล่าวประสบปัญหาซ้ำซาก เช่น น้ำท่วม ขาดน้ำ ผลผลิตต่ำ
                       กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้การช่วยเหลือเกษตรกรที่เลือกปลูกพืชชนิดใหม่ที่ให้ผลตอบแทนที่ดีกว่า

                       หรือใช้พื้นที่ผลิตพืชผัก บริโภคในครัวเรือน หรือเข้าโครงการ ปรับเปลี่ยนการผลิต (Zoning by Agri-Map)
                       เป็นต้น จัดหาตลาดให้กับเกษตรกรในการปลูกพืชผักทดแทน โดยอาจเริ่มจากตลาดชุมชน
                             4) พื้นที่ที่มีศักยภาพหรือมีความเหมาะสมสำหรับการปลูกอ้อยโรงงาน แต่ปัจจุบัน
                       เกษตรกรไม่ได้ใช้พื้นที่ปลูกอ้อยโรงงาน โดยมาปลูกพืชชนิดอื่นทดแทน เช่น ข้าว มันสำปะหลัง ยางพารา
                       เป็นต้น ควรสร้างความเข้าใจให้กับเกษตรกรในการบริหารจัดการพื้นที่ และการปรับปรุงบำรุงดินไม่ให้

                       เสื่อมโทรม หากเกษตรกรต้องการกลับมาใช้พื้นที่ปลูกอ้อยโรงงานเหมือนเดิม จะได้ไม่ต้องมีต้นทุน
                       การผลิตสูงในการปรับปรุงบำรุงดิน

                         4.3  มันสำปะหลัง
                             1) พื้นที่ปลูกมันสำปะหลังที่มีความเหมาะสมสูง (S1) และปัจจุบันยังปลูกมันสำปะหลัง

                       อยู่ มีเนื้อที่ 10,623 ไร่ มีพื้นที่ปลูกมากในเขตอำเภอโพธิ์ชัย อำเภอโพนทอง และอำเภอเสลภูมิ
                       ตามลำดับ และกระจายตัวในพื้นที่เล็ก ๆ ในอำเภอเมยวดี อำเภอทุ่งเขาหลวง อำเภอหนองพอก ทั้งนี้
                       ตามมาตรการยุทธศาสตร์มันสำปะหลัง 2564-2567 เน้นให้เกษตรกรเข้าถึงพันธุ์มันสำปะหลังที่
                       ต้านทานโรคใบด่างมันสำปะหลัง (Cassava Mosaic Disease: CMD) ให้เชื้อแป้งสูง และมีผลผลิต

                       เฉลี่ยต่อไร่ไม่ต่ำกว่า 5 ตัน ภายในปี 2567 โดยเน้นการเพิ่มผลผลิตมันสำปะหลังและลดต้นทุน
                       การผลิตในพื้นที่ที่มีศักยภาพสูง เร่งหาแนวทางแก้ไขปัญหาโรคโคนเน่าหัวเน่า และโรคใบด่าง
                       มันสำปะหลัง ส่งเสริมการทำระบบน้ำหยดในพื้นที่ที่มีศักยภาพ การปรับปรุงบำรุงดิน การใส่ปุ๋ยที่
                       ถูกต้องและมีประสิทธิภาพ ทำการวิเคราะห์คุณภาพดินอยู่เสมอ ส่งเสริมเกษตรกรให้แปรรูป

                       มันสำปะหลังเบื้องต้นเพื่อเพิ่มมูลค่า เช่น การแปรรูปมันเส้นสะอาด สร้างความร่วมมือระหว่าง
                       เกษตรกรและโรงงาน เพื่อวางแผนการเก็บเกี่ยวผลผลิตของเกษตรกร ประชาสัมพันธ์ให้เกษตรกร
                       เก็บเกี่ยวผลผลิตในช่วงอายุ และระยะเวลาที่เหมาะสม รวมทั้งเข้าร่วมโครงการเกษตรแปลงใหญ่ และ
                       ส่งเสริมให้เกษตรกรเป็น Smart Farmer
   38   39   40   41   42   43   44   45   46   47   48