Page 41 - RoiEt
P. 41
33
3.3 ยาสูบเตอร์กิช เป็นอีก 1 ผลิตผลที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่ จังหวัดร้อยเอ็ด
ได้เป็นอย่างดี เป็นแหล่งปลูกยาสูบพันธุ์เตอร์กิชที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย ใบยาเตอร์กิชเป็นใบยา
ที่ค่อนข้างแตกต่างจากใบยาอื่น ๆ เพราะเป็นใบยาบ่มแดด มีความหอมเฉพาะตัวจากแว็กซ์ หรือเรซิ่นที่
สะสมอยู่ในใบยา เหมาะมากกับบรรยากาศแบบแห้งแล้ง ดินทรายจัด ไม่อุ้มน้ำ เพราะใบยาจะได้สร้าง
แว็กซ์ขึ้นมาเพื่อป้องกันการระเหยของน้ำ ยิ่งแว็กซ์มากยิ่งทำให้ใบยาหอมมาก ซึ่งคุณสมบัตินี้เป็นที่
ต้องการมาก หากน้ำเยอะทำให้ใบใหญ่สวยงามแต่แว็กซ์น้อยและไม่หอม โดยทางโรงงานยาสูบ
สนับสนุนกรอบหรือเฟรมตากใบยาที่ตรงตามคุณภาพการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี (Good Agricultural
Practices: GAP) ให้กับชาวไร่ยาสูบในการตากใบยา (การยาสูบแห่งประเทศไทย, 2558)
3.4 พืชสมุนไพร ด้วยนโยบายของรัฐบาลที่ให้การสนับสนุนแนวคิด BCG (Bio-Circular-Green
Economy) หรือ เศรษฐกิจชีวภาพในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ พืชสมุนไพรเป็นเรื่องหนึ่งที่
ได้รับความสนใจ เนื่องจากเป็นแหล่งของสาระสำคัญที่นำไปใช้ประโยชน์ในด้านต่าง ๆ เช่น การแพทย์
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร และเครื่องสำอาง จึงสนับสนุนให้พืชสมุนไพรเป็นพืชทางเลือกในปี 2564
โดยดำเนินการภายใต้ตลาดนำการผลิต และหากทิศทางของตลาดสมุนไพรขยายตัวเพิ่มมากขึ้นจะช่วย
ให้เกษตรกรผู้ปลูกพืชสมุนไพร มีรายได้และความมั่นคงในการดำรงชีพจากฐานข้อมูล Agri-Map Online
จังหวัดร้อยเอ็ดมีพื้นที่ศักยภาพที่สามารถส่งเสริมให้ปลูกพืชสมุนไพรได้หลายชนิด อาทิ ขมิ้นชัน
ขมิ้นชัน เป็นพืชปลูกง่าย ชอบแสงแดดจัด และมีความชื้นสูง ชอบดินร่วนซุย มีการระบาย
น้ำดี ไม่ชอบน้ำขัง เกษตรกรสามารถปลูกขมิ้นชันแซมในสวนเป็นการใช้พื้นที่ให้เกิดประโยชน์ โดยพื้นที่
จังหวัดร้อยเอ็ดมีพื้นที่ศักยภาพในการปลูกขมิ้นชันที่ระดับความเหมาะสมสูง (S1) ประมาณ 140,658 ไร่
กระจายอยู่ในอำเภอโพธิ์ชัย อำเภอโพนทอง อำเภอเสลภูมิ อำเภอหนองพอก อำเภอพนมไพร
อำเภอธวัชบุรี อำเภอจังหาร อำเภอเกษตรวิสัย อำเภอเมยวดี อำเภอเชียงขวัญ อำเภอปทุมรัตต์
อำเภออาจสามารถ อำเภอสุวรรณภูมิ อำเภอหนองฮี อำเภอโพนทราย และอำเภอทุ่งเขาหลวง
อีกทั้งจังหวัดร้อยเอ็ดยังสามารถผลิตสินค้าเกษตรที่มีคุณภาพเป็นที่ต้องการของตลาดอื่น ๆ ได้แก่
พืชผัก หอมแบ่ง (ต้นหอม) ฟักทอง และข้าวโพดหวาน เป็นต้น
4. แนวทางการส่งเสริมการปลูกพืชเศรษฐกิจ
4.1 ข้าว
1) พื้นที่ปลูกข้าวที่มีความเหมาะสมสูง (S1) และปัจจุบันยังปลูกข้าวอยู่ มีเนื้อที่ 134,122 ไร่
อยู่ในเขตอำเภอจังหาร อำเภอเกษตรวิสัย อำเภอเชียงขวัญ อำเภอธวัชบุรี อำเภอสุวรรณภูมิ
อำเภอปทุมรัตต์ อำเภอพนมไพร อำเภอโพนทราย และอำเภอเมืองร้อยเอ็ด ตามลำดับ และกระจายตัว
ในพื้นที่เล็ก ๆ ในอำเภอหนองฮี อำเภอเมยวดี อำเภออาจสามารถ อำเภอศรีสมเด็จ อำเภอหนองพอก
พื้นที่ทั้ง 14 อำเภอ ตั้งอยู่ในเขตชลประทาน ทั้งนี้โดยคณะอนุกรรมการพัฒนาที่ดินจังหวัดสมควรให้มี
การเสนอแผนการใช้ที่ดินเพื่อสงวนให้เป็นแหล่งผลิตข้าวที่สำคัญของจังหวัด และมีการบริหารจัดการน้ำ
ชลประทาน การจัดการดิน ปุ๋ย พันธุ์ข้าว มีการรวมกลุ่มเป็นเกษตรแปลงใหญ่ พัฒนาต่อยอดครบ
วงจรด้านการตลาดในและต่างประเทศการแปรรูป แหล่งทุน มีภาครัฐสนับสนุนการทำมาตรฐาน
สินค้าเกษตรอินทรีย์ และการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี (Good Agricultural Practices: GAP) และ

