Page 19 - NongBuaLamPhu
P. 19
11
ตารางที่ 5 (ต่อ)
เนื อที่ชั นความเหมาะสม (ไร่)
อ าเภอ ประเภทพื นที่
S1 S2 S3 N รวม
251,006 44,570 230,654 526,230
พื้นที่ศักยภาพของที่ดิน -
(100.00%) (100.00%) (100.00%) (100.00%)
พื้นที่เพาะปลูกในชั้นความ
ศรีบุญ เหมาะสมต่าง ๆ (ปลูกจริง) - 165,052 25,333 260 190,645
เรือง
(65.76%) (56.84%) (0.11%) (36.23%)
85,954 85,955
พื้นที่มีศักยภาพคงเหลือ - - -
(34.24%) (16.33%)
80,796 94,260 123,417 298,473
พื้นที่ศักยภาพของที่ดิน -
(100.00%) (100.00%) (100.00%) (100.00%)
สุวรรณ พื้นที่เพาะปลูกในชั้นความ - 28,945 28,046 43 57,034
คูหา เหมาะสมต่าง ๆ (ปลูกจริง) (35.82%) (29.75%) (0.03%) (19.11%)
51,851 51,852
พื้นที่มีศักยภาพคงเหลือ - - -
(64.18%) (17.37%)
700,818 318,645 1,123,080 2,142,543
พื้นที่ศักยภาพของที่ดิน -
(100.00%) (100.00%) (100.00%) (100.00%)
รวมทั ง พื้นที่เพาะปลูกในชั้นความ - 398,852 121,081 1,425 521,358
จังหวัด เหมาะสมต่าง ๆ (ปลูกจริง) (56.91%) (38%) (0.13%) (24.33%)
301,966 301,966
พื้นที่มีศักยภาพคงเหลือ - - -
(43.09%) (14.09%)
ทั้งนี้ ในการส่งเสริมการปลูกพืชจะพิจารณาเฉพาะพื้นที่ที่มีศักยภาพคงเหลือในระดับความ
เหมาะสมสูง (S1) และระดับความเหมาะสมปานกลาง (S2) เท่านั้น เนื่องจากสภาพพื้นที่ปลูกพืชตรง
ตามศักยภาพของดิน ลงทุนต่ าก็สามารถเพิ่มผลผลิตได้ จึงควรส่งเสริมในพื้นที่ดังกล่าว
เมื่อวิเคราะห์ข้อมูลศักยภาพพื้นที่ร่วมกับพื้นที่ปลูกพืชในปัจจุบัน พบว่า พื้นที่ที่ควร
พิจารณาให้มีการปรับเปลี่ยนไปปลูกอ้อยโรงงาน คือ บริเวณที่เป็นพื้นที่ปลูกข้าว (S3+N) 68,571 ไร่
และพื้นที่ปลูกยางพารา (S3) 8,156 ไร่ รายละเอียดดังตารางที่ 6

