Page 52 - NakhonRatchasima
P. 52
44
สร้างความมั่นใจให้กับเกษตรกรในการใช้ที่ดิน ปัญหาการละทิ้งถิ่นฐานจะลดลง และพื้นที่ในเขตนี้มีความ
เหมาะสมสูงสำหรับการเกษตรแบบผสมผสาน หรือเกษตรทฤษฎีใหม่
3) พื้นที่ปลูกข้าวในพื้นที่ไม่มีความเหมาะสม (S3 และ N) และปัจจุบันเกษตรกรยังคงใช้
ที่ดินปลูกข้าวอยู่ ซึ่งประสบปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก ขาดน้ำ ผลผลิตต่ำ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้
การช่วยเหลือเกษตรกรที่ทำกินในพื้นที่นี้ โดยสนับสนุนการปรับโครงสร้างดิน สนับสนุนแหล่งน้ำ ให้
เกษตรกรเลือกปลูกพืชชนิดใหม่ที่มีความเหมาะสมและให้ผลตอบแทนที่ดีกว่า หรือใช้พื้นที่เพื่อผลิต
อาหารบริโภคในครัวเรือน
4) พื้นที่ที่มีศักยภาพหรือมีความเหมาะสมสำหรับการปลูกข้าว แต่ปัจจุบันเกษตรกรไม่ได้
ใช้พื้นที่ปลูกข้าว โดยเกษตรกรใช้พื้นที่ดังกล่าวในการปลูกยางพารา ปาล์มน้ำมัน มันสำปะหลัง
เป็นต้น ทั้งนี้หากพืชที่ปลูกเป็นพืชไร่ ในอนาคตเกษตรกรสามารถกลับมาปลูกข้าวหรือทำการเกษตร
แบบผสมผสานได้
4.2 มันสำปะหลัง
1) พื้นที่ปลูกมันสำปะหลังที่มีความเหมาะสมสูง (S1) และปัจจุบันยังปลูกมันสำปะหลัง
อยู่ มีเนื้อที่ 24,776 ไร่ มีพื้นที่ปลูกมากในเขตอำเภอปากช่อง อำเภอโชคชัย อำเภอด่านขุนทด และ
อำเภอครบุรี ตามลำดับ ทั้งนี้ตามมาตรการยุทธศาสตร์มันสำปะหลัง 2564 -2567 มุ่งเน้นให้มีการเพิ่ม
ผลผลิตมันสำปะหลังในพื้นที่ที่มีศักยภาพสูง และลดต้นทุนการผลิต เร่งหาแนวทางแก้ไขปัญหาโรค
โคนเน่าหัวเน่า และโรคใบด่างมันสำปะหลัง ควรส่งเสริมการทำระบบน้ำหยดในพื้นที่ที่มีศักยภาพ การ
ปรับปรุงบำรุงดิน การใส่ปุ๋ยที่ถูกต้องและมีประสิทธิภาพ ทำการวิเคราะห์คุณภาพดินอยู่เสมอ ส่งเสริม
เกษตรกรให้แปรรูปมันสำปะหลังเบื้องต้นเพื่อเพิ่มมูลค่า เช่น การแปรรูปมันเส้นสะอาด สร้างความ
ร่วมมือระหว่างเกษตรกรและโรงงาน เพื่อวางแผนการขุดของเกษตรกร (ขายและค่อยขุด)
ประชาสัมพันธ์ให้เกษตรกรเก็บเกี่ยวในช่วงอายุ และระยะเวลาที่เหมาะสม ใช้ท่อนพันธุ์ที่ต้านทานโรค
และให้ผลผลิตสูง รวมทั้งส่งเสริมให้เกษตรกรเป็น Smart Farmer
2) พื้นที่ปลูกมันสำปะหลังที่มีความเหมาะสมปานกลาง (S2) และปัจจุบันยังปลูก
มันสำปะหลังอยู่ มีเนื้อที่ 2,095,036 ไร่ ส่วนใหญ่อยู่ในเขตอำเภอด่านขุนทด อำเภอสีคิ้ว อำเภอครบุรี
อำเภอหนองบุญมาก อำเภอสูงเนิน และอำเภอเสิงสาง ซึ่งบริเวณดังกล่าวเป็นพื้นที่ปลูกมันสำปะหลังที่มี
ข้อจำกัดไม่มากนัก เกษตรกรยังคงปลูกมันสำปะหลังได้ผลดี แต่หลายแห่งประสบปัญหาขาดน้ำในบาง
ช่วงของการเพาะปลูก ดังนั้นควรสนับสนุนด้านการชลประทาน จะช่วยสร้างความมั่นใจให้กับ
เกษตรกรในการใช้ที่ดิน และพื้นที่ในเขตนี้ควรส่งเสริมให้ทำเกษตรแบบผสมผสาน หรือเกษตรทฤษฎี
ใหม่ มีการพัฒนาศักยภาพของพื้นที่ให้มากขึ้น โดยเฉพาะในเรื่องของคุณภาพดิน ควรทำการตรวจ
วิเคราะห์คุณภาพดินอยู่เสมอ ส่งเสริมให้มีการใส่ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดิน ซึ่งอาจต้องใช้ปุ๋ยสั่งตัด
นอกจากนั้นควรสร้างความรู้ความเข้าใจให้กับเกษตรกรในการจัดการพื้นที่ การปลูก การดูแลรักษา
การป้องกันโรค แมลงศัตรูพืช และการเก็บเกี่ยว ส่งเสริมการใช้ท่อนพันธุ์ที่ต้านทานโรค และให้ผล

