Page 38 - MahaSarakham
P. 38
30
4. แนวทางการส่งเสริมการปลูกพืชเศรษฐกิจ
4.1 ข้าว
1) พื้นที่ปลูกข้าวที่มีความเหมาะสมสูง (S1) และปัจจุบันยังปลูกข้าวอยู่ มีเนื้อที่ 159,757 ไร่
อยู่ในเขตอําเภอโกสุมพิสัย อําเภอเชียงยืน อําเภอวาปีปทุม อําเภอนาเชือก อําเภอบรบือ อําเภอเมือง
มหาสารคาม และกระจายตัวในพื้นที่เล็ก ๆ ในอําเภอกันทรวิชัย อําเภอแกดํา และอําเภอยางสีสุราช
ทั้งนี้โดยคณะอนุกรรมการพัฒนาที่ดินจังหวัดควรให้มีการเสนอแผนการใช้ที่ดินเพื่อสงวนให้เป็นแหล่ง
ผลิตข้าวที่สําคัญของจังหวัด และมีการบริหารจัดการน้ําชลประทาน การจัดการดินและปุ๋ย พันธุ์ข้าว
โดยรวมกลุ่มเป็นเกษตรแปลงใหญ่ พัฒนาต่อยอดครบวงจรการตลาดในและต่างประเทศ การแปรรูป
แหล่งทุน มีภาครัฐสนับสนุนการทํามาตรฐานสินค้าเกษตรอินทรีย์ และการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี
(Good Agricultural Practices: GAP) และเนื่องจากเป็นพื้นที่ศักยภาพสูง ควรส่งเสริมการปลูกพืชหลังนา
จะช่วยให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้นและเป็นการปรับปรุงบํารุงดิน
2) พื้นที่ปลูกข้าวที่มีความเหมาะสมปานกลาง (S2) และปัจจุบันยังปลูกข้าวอยู่ มีเนื้อที่
844,959 ไร่ ส่วนใหญ่อยู่ในเขตอําเภอพยัคฆภูมิพิสัย อําเภอกันทรวิชัย อําเภอโกสุมพิสัย อําเภอเชียงยืน
อําเภอเมืองมหาสารคามและอําเภอวาปีปทุม เป็นพื้นที่ปลูกข้าวที่มีข้อจํากัดไม่มากนัก เกษตรกรยังคง
ปลูกข้าวได้ผลดี หลายแห่งประสบปัญหาขาดน้ําในบางช่วงของการเพาะปลูกควรเพิ่มการสนับสนุนด้าน
การชลประทาน เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับเกษตรกรในการใช้ที่ดิน ทําให้ปัญหาการทิ้งถิ่นฐานไปทํางาน
ที่อื่นจะลดลง และพื้นที่ในเขตนี้มีความเหมาะสมสําหรับการเกษตรแบบผสมผสาน หรือเกษตรทฤษฎีใหม่
3) พื้นที่ปลูกข้าวที่ไม่มีความเหมาะสม (S3 และ N) และปัจจุบันเกษตรกรยังคงใช้ที่ดิน
ปลูกข้าวอยู่ มีประมาณกว่าล้านไร่ ซึ่งประสบปัญหาน้ําท่วมซ้ําซาก ขาดน้ํา ผลผลิตต่ํา กระทรวง
เกษตรและสหกรณ์ให้การช่วยเหลือเกษตรกรที่ทํากินในพื้นที่นี้ โดยสนับสนุนการปรับโครงสร้างที่ดิน
สนับสนุนแหล่งน้ํา ให้เกษตรกรเลือกปลูกพืชชนิดใหม่ที่มีความเหมาะสมและให้ผลตอบแทนที่ดีกว่า
หรือใช้พื้นที่เพื่อผลิตอาหารบริโภคในครัวเรือน
4) พื้นที่ที่มีศักยภาพหรือมีความเหมาะสมสําหรับการปลูกข้าว แต่ปัจจุบันเกษตรกรไม่ได้
ใช้พื้นที่ปลูกข้าว โดยหันมาปลูกมันสําปะหลังและยางพาราแทน แต่ในอนาคตเกษตรกรสามารถ
กลับมาปลูกข้าวหรือทําการเกษตรแบบผสมผสานได้เหมือนเดิม

