Page 36 - MahaSarakham
P. 36

28







                           (2) พื้นที่ที่ควรปรับเปลี่ยนการผลิตในพื้นที่ไม่เหมาะสม (S3  หรือ N) ควรสนับสนุนให้
                       เข้าโครงการปรับเปลี่ยนการผลิต เช่น เปลี่ยนชนิดพืชที่มีความเหมาะสมกว่าการปลูกยางพารา
                       มีต้นทุนที่ต่ํา และให้ผลตอบแทนที่ดีกว่า เป็นต้น แต่ทั้งนี้ต้องพิจารณาแหล่งรับซื้อร่วมด้วย

                       3. พืชเศรษฐกิจอนาคตไกลของจังหวัด

                         3.1  กก เป็นไม้ล้มลุกชอบที่ชื้นแฉะ มีรูปร่างลักษณะเหมือนหญ้ามีลําต้นตันเป็นสามเหลี่ยม นํามา

                       ปลูกขยายพันธุ์ การปลูกต้นกกเริ่มจากการเตรียมต้นกก (หน่อ) และแปลงปลูกโดยพรวนดิน 2  ครั้ง
                       เพื่อให้ดินร่วนซุย โดยระยะห่างระหว่างต้นประมาณ 1-2 ฟุต เก็บเกี่ยวเมื่ออายุกกได้ประมาณ 2-4 เดือน
                       โดยสังเกตต้นกกออกดอกซึ่งเป็นระยะที่มีความเหนียวจึงเริ่มตัดได้โดยตัดบริเวณโคนต้นเพื่อให้
                       แตกหน่อขึ้นมาใหม่ ตัดต้นกกมาตากจากนั้นย้อมสี แล้วจึงจะทอให้เป็นผืนเสื่อได้ จากสินค้าพื้นบ้าน

                       ของอําเภอโกสุมพิสัย จังหวัดมหาสารคาม ที่ทอใช้ภายในครัวเรือนสู่การรวมตัวเพื่อทอขาย
                       เชิงพาณิชย์ สร้างรายได้เสริมแก่สมาชิกในชุมชน สร้างรายได้อีกทางหนึ่งให้แก่คนในหมู่บ้านโดยเริ่ม
                       จากการขายพื้นที่ใกล้เคียงและเอาเอกลักษณ์ของทางภาคอีสานคือลายมัดหมี่ เข้ามาผสมผสานในการ
                       ทําลวดลายเสื่อ ย้อมสีกก และให้เป็นโทนสีน้ําตาล เพื่อความคลาสสิกแตกต่างจากเสื่อของที่อื่น


                         3.2  หม่อนเพื่อเลี้ยงไหม หม่อนเป็นไม้ยืนต้นประเภทพุ่ม ซึ่งมีถิ่นกําเนิดอยู่ในแถบเอเชียสามารถ
                       ปลูกได้ทั่วไปในประเทศไทยเจริญเติบโตได้ดีที่สุดในฤดูฝน การเจริญเติบโตจะลดน้อยลงไปเรื่อย ๆ
                       จนเข้าหน้าแล้ง พันธุ์หม่อนในจังหวัดที่ได้มีการรวบรวมไว้ ได้แก่ พันธุ์สกลนคร และพันธุ์บุรีรัมย์ 60
                       เป็นต้น การปลูกหม่อนของชาวบ้านจะปล่อยให้ต้นหม่อนเจริญเติบโตเองตามธรรมชาติและจะไม่ใช้
                       สารเคมีโดยเด็ดขาดเพราะสารเคมีจะตกค้างและมีผลกระทบต่อการเลี้ยงหนอนไหม  หนอนไหม

                       มีความสามารถในการเปลี่ยนโปรตีนจากใบหม่อนเป็นเส้นใยไหมได้ดีกว่าการเลี้ยงด้วยพืชชนิดอื่น
                       โดยใบหม่อน 108-120  กิโลกรัม สามารถเปลี่ยนเป็นรังไหมได้ประมาณ 6-7  กิโลกรัม เมื่อนํามาสาว
                       เป็นเส้นไหมจะได้ประมาณ 1 กิโลกรัม หลังจากนั้นจะทอผ้าไหมเป็นผลิตภัณฑ์หลัก

                         3.3  มันแกว เป็นพืชเศรษฐกิจสําคัญชนิดหนึ่ง เป็นพืชไม่ชอบดินชื้นแฉะ เจริญเติบโตได้ดีใน
                       พื้นที่ดินเหนียวปนทราย ดินร่วนปนทราย และดินทราย ผลผลิตมีคุณภาพดี รสชาติอร่อยหวานกรอบ

                       และมีสีขาวนวลสะดุดตาผู้ซื้อ สร้างอาชีพและรายได้ให้เกษตรกรมากกว่าปีละ 30    ล้านบาท
                       โดยแหล่งปลูกที่สําคัญอยู่ในพื้นที่อําเภอบรบือ และอําเภอกุดรัง เป็นต้น นิยมปลูกเป็นพืชเสริมรายได้
                       หลังหมดฤดูทํานา เพราะใช้ระยะเวลาปลูกเพียง 90 วันก็เก็บเกี่ยวผลผลิตได้ สามารถขายผลผลิตสด

                       และแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆเช่น ทอดกรอบ ไส้กะหรี่ปั๊บและพาย (เทคโนโลยีชาวบ้านออนไลน์, 2564)

                        3.4  ยูคาลิปตัส    ปัจจุบันทั้งภาครัฐและเอกชนให้ความสําคัญในการปลูกสวนป่ากันมากขึ้น
                       โดยเฉพาะการปลูกสร้างสวนป่าไม้โตเร็วโดยเฉพาะยูคาลิปตัส พื้นที่ปลูกส่วนใหญ่เคยใช้ปลูกพืชชนิด
                       อื่นมาก่อน แล้วมีปัญหาเรื่องดินขาดความอุดมสมบูรณ์จึงหันมาปลูกยูคาลิปตัสมากขึ้น ยูคาลิปตัส
                       ต้องใช้เวลาประมาณ 5 ปีจึงจะตัดไม้ไปขายได้ เกษตรควรคํานึงถึงเรื่องเวลาและความเสี่ยงในการปลูก

                       แต่ในปัจจุบันยูคาลิปตัสเป็นวัตถุดิบที่สําคัญในอุตสาหกรรมเยื่อกระดาษ ชิ้นไม้สับ เผาถ่าน และ
                       งานแปรรูปต่าง ๆ มีความต้องการใช้เพิ่มสูงขึ้น และรองรับการขยายตัวของอุตสาหกรรมไม้ในอนาคต
                       ดังนั้นจึงเป็นทางเลือกการเพาะปลูกที่ดีทางหนึ่งแก่เกษตรกร
   31   32   33   34   35   36   37   38   39   40   41