Page 50 - KhonKaen
P. 50
42
4.2 อ้อยโรงงาน
1) พื้นที่ปลูกอ้อยโรงงานที่มีความเหมาะสมสูง (S1) และปัจจุบันยังปลูกอ้อยโรงงานอยู่
มีเนื้อที่ 1,649 ไร่ มีพื้นที่ปลูกมากในเขตอําเภอน้ําพอง อําเภอบ้านฝาง และอําเภอซําสูง ตามลําดับ
ทั้งนี้โดยคณะอนุกรรมการพัฒนาที่ดินจังหวัดควรให้มีการเสนอแผนการใช้ที่ดินเพื่อสงวนให้เป็น
แหล่งผลิตอ้อยโรงงานคุณภาพดีที่สําคัญของจังหวัด ควรมีการจัดการดินและปุ๋ย พันธุ์อ้อยโรงงาน
คุณภาพดีและต้านทานโรค โดยรวมกลุ่มเป็นระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่เพื่อลดต้นทุน
การผลิต พัฒนาต่อยอดครบวงจรการตลาดในและต่างประเทศพัฒนาเทคโนโลยีการเก็บเกี่ยว โดยใช้
เครื่องจักร เพื่อลดปัญหาแรงงาน การแปรรูป แหล่งทุน มีภาครัฐสนับสนุนการทํามาตรฐานสินค้า
เกษตรอินทรีย์ และเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและพัฒนาควรส่งเสริมให้เกษตรกรเพาะปลูกตามการ
ปฎิบัติทางการเกษตรที่ดี (Good Agricultural Practices : GAP) เนื่องจากเป็นพื้นที่ศักยภาพสูง
2) พื้นที่ปลูกอ้อยโรงงานที่มีความเหมาะสมปานกลาง (S2) และปัจจุบันยังปลูกอ้อย
โรงงานอยู่มีเนื้อที่ 869,446 ไร่ ส่วนใหญ่อยู่ในเขตอําเภอกระนวน อําเภอสีชมพู และอําเภอน้ําพอง
เกษตรกรยังคงปลูกอ้อยโรงงานได้ผลดี หลายพื้นที่ประสบปัญหาขาดน้ําในบางช่วงของการเพาะปลูก
การสนับสนุนด้านการพัฒนาคุณภาพของที่ดินและระบบชลประทาน เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับ
เกษตรกรในการใช้ที่ดิน ซึ่งจะส่งผลให้ปัญหาการละทิ้งถิ่นฐานลดลง ควรส่งเสริมการปรับปรุงบํารุงดิน
ในไร่อ้อย เพื่อเพิ่มผลผลิตและลดต้นทุนการผลิต
3) พื้นที่ปลูกอ้อยโรงงานในพื้นที่ไม่เหมาะสม (S3 และ N) แต่ปัจจุบันเกษตรกรยังคงใช้
ที่ดินปลูกอ้อยโรงงานอยู่ พื้นที่ดังกล่าวประสบปัญหาซ้ําซาก เช่น น้ําท่วม ขาดน้ํา ผลผลิตต่ํา
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้การช่วยเหลือเกษตรกรที่ทํากินในพื้นที่นี้ โดยสนับสนุนการปรับ
โครงสร้างที่ดินสนับสนุนแหล่งน้ํา ให้เกษตรกรเลือกปลูกพืชชนิดใหม่ที่มีความเหมาะสมให้
ผลตอบแทนที่ดีกว่า และใช้พื้นที่เพื่อผลิตอาหารบริโภคในครัวเรือน รวมถึงการสนับสนุนข้อมูลด้าน
การตลาดของพืชชนิดใหม่
4) พื้นที่ที่มีศักยภาพหรือมีความเหมาะสมสําหรับการปลูกอ้อยโรงงาน แต่ปัจจุบัน
เกษตรกรไม่ได้ใช้พื้นที่ปลูกอ้อยโรงงาน โดยเกษตรกรใช้พื้นที่ดังกล่าวในการปลูกข้าวและยางพารา
ทั้งนี้ภาครัฐควรให้ความรู้แก่เกษตรกรในการปรับปรุงบํารุงดิน และสร้างแรงจูงใจให้กลับมาปลูก
อ้อยโรงงาน เนื่องจากเป็นพื้นที่มีความเหมาะสม ซึ่งจะช่วยให้ใช้ต้นทุนการผลิตและได้ผลผลิตมีคุณภาพดี
ทั้งนี้เกษตรกรต้องพิจารณาแหล่งรับซื้อร่วมด้วย

