Page 44 - Kalasin
P. 44
36
วิเคราะห์ดินอยู่เสมอจะสร้างความมั่นใจให้กับเกษตรกรในการใช้ที่ดิน ซึ่งจะส่งผลให้ปัญหาการละทิ้ง
ถิ่นฐานลดลง
3) พื้นที่ปลูกมันสําปะหลังในพื้นที่ไม่เหมาะสม (S3 และ N) แต่ปัจจุบันเกษตรกรยังคงใช้
ที่ดินปลูกมันสําปะหลัง พื้นที่ดังกล่าวประสบปัญหาซ้ําซาก เช่น น้ําท่วม ขาดน้ํา ผลผลิตต่ํา กระทรวง
เกษตรและสหกรณ์ให้การช่วยเหลือเกษตรกรที่ทํากินในพื้นที่นี้ โดยสนับสนุนการปรับโครงสร้างที่ดิน
สนับสนุนแหล่งน้ํา ให้เกษตรกรเลือกปลูกพืชชนิดใหม่ที่มีความเหมาะสม ให้ผลตอบแทนที่ดีกว่า และ
ใช้พื้นที่เพื่อผลิตอาหารบริโภคในครัวเรือน รวมถึงการสนับสนุนข้อมูลด้านการตลาดของพืชชนิดใหม่
4) พื้นที่ที่มีศักยภาพหรือมีความเหมาะสมสําหรับการปลูกมันสําปะหลัง แต่ปัจจุบัน
เกษตรกรไม่ได้ใช้พื้นที่ปลูกมันสําปะหลัง โดยเกษตรกรใช้พื้นที่ดังกล่าวในการปลูกข้าวและ
อ้อยโรงงาน แต่ในอนาคตเกษตรกรสามารถกลับมาปลูกมันสําปะหลังหรือทําการเกษตรแบบ
ผสมผสานได้
4.4 ยางพารา
1) พื้นที่ปลูกยางพาราที่มีความเหมาะสมสูง (S1) และปัจจุบันยังปลูกยางพาราอยู่ มีเนื้อที่
479 ไร่ มีพื้นที่ปลูกมากในเขตอําเภอยางตลาด ทั้งนี้โดยคณะอนุกรรมการพัฒนาที่ดินจังหวัดควรให้มี
การเสนอแผนการใช้ที่ดินเพื่อสงวนให้เป็นแหล่งปลูกยางพาราคุณภาพดีที่สําคัญของจังหวัด ควรมีการ
จัดการดินและปุ๋ย พันธุ์คุณภาพดี ความรู้ด้านการปรับปรุงบํารุงดินที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่
สนับสนุนการรวมกลุ่มเป็นเกษตรแปลงใหญ่เพื่อลดต้นทุนการผลิตและสร้างความเข้มแข็ง พัฒนาต่อ
ยอดครบวงจรการตลาดในและต่างประเทศการแปรรูป แหล่งทุน มีภาครัฐสนับสนุนการทํามาตรฐาน
สินค้าเกษตร และเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและพัฒนาควรส่งเสริมให้เกษตรกรเพาะปลูกตามการ
ปฎิบัติทางการเกษตรที่ดี (Good Agricultural Practices : GAP) เนื่องจากเป็นพื้นที่ศักยภาพสูง
2) พื้นที่ปลูกยางพาราที่มีความเหมาะสมปานกลาง (S2) และปัจจุบันยังปลูกยางพาราอยู่
มีเนื้อที่ 192,624 ไร่ ส่วนใหญ่อยู่ในเขตอําเภอกุฉินารายณ์ อําเภอเมืองกาฬสินธุ์ อําเภอหนองกุงศรี
อําเภอดอนจาน อําเภอท่าคันโท อําเภอห้วยผึ้ง และอําเภอสหัสขันธ์ เกษตรกรยังคงปลูกยางพารา
ได้ผลดี หลายแห่งประสบปัญหาโครงสร้างของดิน ส่งเสริมการปรับปรุงบํารุงดินและการสนับสนุน
อินทรียวัตถุจะสร้างความมั่นใจให้กับเกษตรกรในการใช้ที่ดิน สนับสนุนการพัฒนาการตลาดในพื้นที่
ให้เหมาะสม ซึ่งจะส่งผลให้ปัญหาการละทิ้งถิ่นฐานลดลง
3) พื้นที่ปลูกยางพาราในพื้นที่ไม่เหมาะสม (S3 และ N) และปัจจุบันเกษตรกรยังคงใช้
ที่ดินปลูกยางพารา พื้นที่ดังกล่าวประสบปัญหาซ้ําซาก เช่น น้ําท่วม ขาดน้ํา ผลผลิตต่ํา กระทรวง
เกษตรและสหกรณ์ให้การช่วยเหลือเกษตรกรที่ทํากินในพื้นที่นี้ โดยสนับสนุนการปรับโครงสร้างที่ดิน
สนับสนุนแหล่งน้ํา ส่งเสริมให้มีการโคนยางพาราที่มีอายุมากและสนับสนุนให้เกษตรกรเลือกปลูกพืช
ชนิดใหม่ที่มีความเหมาะสม ให้ผลตอบแทนที่ดีกว่า และใช้พื้นที่เพื่อผลิตอาหารบริโภคในครัวเรือน
รวมถึงการสนับสนุนข้อมูลด้านการตลาดของพืชชนิดใหม่
4) พื้นที่ที่มีศักยภาพหรือมีความเหมาะสมสําหรับการปลูกยางพารา แต่ปัจจุบันเกษตรกร
ไม่ได้ใช้พื้นที่ปลูกยางพารา โดยเกษตรกรใช้พื้นที่ดังกล่าวในการปลูกข้าวและอ้อยโรงงาน แต่ใน
อนาคตเกษตรกรสามารถกลับมาปลูกยางพาราหรือทําการเกษตรแบบผสมผสานได้

