Page 36 - LopBuri
P. 36

28







                       ใหเกษตรกรเก็บเกี่ยวในชวงอายุและระยะเวลาที่เหมาะสม ใชทอนพันธุที่ตานทานโรค และใหผลผลิต
                       สูง เขารวมโครงการเกษตรแปลงใหญ และสงเสริมใหเกษตรกรเปน Smart farmer
                             2)  พื้นที่ปลูกมันสําปะหลังที่มีความเหมาะสมปานกลาง (S2)  มีเนื้อที่ 1,650,923ไร
                       โดยอําเภอที่มีพื้นที่ปลูกมันสําปลังมากที่สุด ไดแก อําเภอชัยบาดาล อําเภอพัฒนานิคม และอําเภอ

                       โคกสําโรง  พัฒนาศักยภาพในพื้นที่ใหมากขึ้นในเรื่องของคุณภาพดินและทําการตรวจวิเคราะห
                       คุณภาพดินอยูเสมอนอกจากนี้ยังสรางความเขาใจใหเกษตรกรในการจัดการพื้นที่ปลูก การดูแลรักษา
                       การปองกันโรคและแมลงศัตรูพืชและการเก็บเกี่ยว
                             3) พื้นที่ปลูกมันสําปะหลังในพื้นที่ไมมีความเหมาะสม (S3 และ N)  และปจจุบัน

                       เกษตรกรยังคงใชที่ดินปลูกมันสําปะหลังอยู ทั้งนี้ควรใหการชวยเหลือเกษตรกรที่ทํากินในพื้นที่นี้ โดย
                       สงเสริมและสรางความรูความเขาใจในการไถระเบิดดินดาน ใหเกษตรกรมีวิธีปองกันและแกไขปญหา
                       ที่ลดตนทุน ใหการชวยเหลือเกษตรกรที่เลือกปลูกพืชชนิดใหมที่ใหผลตอบแทนที่ดีกวา หรือใชพื้นที่
                       ผลิตอาหารเพื่อบริโภคในครัวเรือน หรือเขาโครงการบริหารจัดการพื้นที่เกษตรกรรม (Zoning by

                       Agri-Map) เปนตน จัดหาตลาดใหกับเกษตรกรในการปลูกพืชไร หรือพืชผักทดแทน โดยอาจเริ่มจาก
                       ตลาดชุมชน สงเสริมใหมีการใสปุยตามคาวิเคราะหดิน ซึ่งอาจตองใชปุยสั่งตัด สรางความรูความเขาใจ
                       ใหกับเกษตรกรในการจัดการพื้นที่ การปลูก การดูแลรักษา การปองกันโรค แมลงศัตรูพืช และการ

                       เก็บเกี่ยว สงเสริมการใชทอนพันธุที่ตานทานโรค และใหผลผลิตสูง พัฒนาระบบน้ําหยด และการใช
                       น้ําจากแหลงน้ําในพื้นที่ ใหมีการใชประโยชนกับมันสําปะหลังใหมากที่สุด สงเสริมเกษตรกรแปรรูป
                       มันสําปะหลังเบื้องตนเพื่อเพิ่มมูลคา อาทิ การแปรรูปมันเสนสะอาด ประชาสัมพันธใหเกษตรกร
                       เก็บเกี่ยวในชวงอายุ และระยะเวลาที่เหมาะสม
                             4)  พื้นที่ที่มีศักยภาพหรือมีความเหมาะสมสําหรับการปลูกมันสําปะหลัง แตปจจุบัน

                       เกษตรกรไมไดใชพื้นที่ปลูกมันสําปะหลัง พบวา เกษตรกรปลูกพืชอื่นทดแทน เชน ขาว ปาลมน้ํามัน
                       มะพราว ไมผล ไมยืนตน หรือพืชไรอื่น ๆ เปนตน ควรสรางความเขาใจใหกับเกษตรกรในการบริหาร
                       จัดการพื้นที่ และการปรับปรุงบํารุงดินไมใหเสื่อมโทรม

                         4.4  ขาวโพดเลี้ยงสัตว
                             1) พื้นที่ปลูกขาวโพดเลี้ยงสัตวที่มีความเหมาะสมสูง (S1) และปจจุบันยังปลูกขาวโพดเลี้ยง

                       สัตวอยู มีเนื้อที่ 853 ไร กระจายตัวอยูในอําเภอพัฒนานิคมและอําเภอชัยบาดาล ควรสงเสริมใหเกษตรกร
                       หันมาปลูกพืชชนิดอื่นทดแทน เชน ออยโรงงาน ขาว ทั้งนี้หากพืชที่ปลูกเปนพืชไร ถาในอนาคตขาวโพด
                       เลี้ยงสัตวราคาดี เกษตรกรอาจกลับมาปลูกขาวโพดเลี้ยงสัตวไดเหมือนเดิม แตหากเปนไมผลหรือไมยืนตน

                       การกลับมาปลูกขาวโพดเลี้ยงสัตวอาจเปนเรื่องยาก ดังนั้นอาจสงเสริมในเรื่องของการทําเกษตรรูปแบบอื่น
                       เชน ทาการเกษตรแบบผสมผสาน แตทั้งนี้ตองพิจารณาตนทุนการผลิตและการตลาดรวมดวย
                             2) พื้นที่ปลูกขาวที่มีความเหมาะสมปานกลาง (S2) และปจจุบันยังปลูกขาวอยู มีเนื้อที่
                       113,992 ไร กระจายตัวอยูในอําเภอเมืองลพบุรี อําเภอพัฒนานิคมและชัยบาดาล เปนพื้นที่ปลูก

                       ขาวโพดเลี้ยงสัตวที่มีขอจํากัดไมมากนัก เกษตรกรยังคงปลูกขาวโพดเลี้ยงสัตวไดผลดี ควรสนับสนุน
                       ใหการชวยเหลือเกษตรกรที่ทากินในพื้นที่นี้ โดยสนับสนุนการปรับโครงสรางที่ดิน ปรับปรุงบํารุงดิน
                       สนับสนุนแหลงน้ํา ใหเกษตรกรเลือกปลูกพืชชนิดใหมที่มีความเหมาะสม และใหผลตอบแทนที่ดีกวา
   31   32   33   34   35   36   37   38   39   40   41