Page 35 - LopBuri
P. 35

27







                       เพื่อสงวนใหเปนแหลงผลิตขาวที่สําคัญของจังหวัด และมีการบริหารจัดการนาชลประทาน การจัดการ
                       ดิน ปุย พันธุขาว มีการรวมกลุมเปนเกษตรแปลงใหญ พัฒนาตอยอดครบวงจรดานการตลาดในและ
                       ตางประเทศ สําหรับการแปรรูป แหลงทุน มีภาครัฐสนับสนุนการทํามาตรฐานสินคาเกษตรอินทรีย
                       และ GAP เนื่องจากเปนพื้นที่ศักยภาพสูง การปลูกพืชหลังนาจะชวยใหเกษตรกรมีรายไดเพิ่มขึ้น และ

                       เปนการปรับปรุงบํารุงดิน ทั้งนี้ภาครัฐควรใหความรูความเขาใจกับเกษตรกรโดยแนะนําวาพื้นที่นี้เปน
                       พื้นที่ที่มีความเหมาะสมตอการปลูกขาวจึงไมควรปรับเปลี่ยนไปปลูกพืชชนิดอื่น หากขาวราคาไมดีถา
                       ตองการเปลี่ยนชนิดพืชควรเปนพืชไร เพื่อที่ในอนาคตจะไดกลับมาทํานาไดอีก
                             2) พื้นที่ปลูกขาวที่มีความเหมาะสมปานกลาง (S2) และปจจุบันยังปลูกขาวอยู มีเนื้อที่

                       127,394 ไร กระจายตัวอยูในอําเภอโคกสําโรง อําเภอสระโบสถ และอําเภอโคกเจริญ เปนพื้นที่ปลูก
                       ขาวที่มีขอจํากัดไมมากนัก เกษตรกรยังคงปลูกขาวไดผลดี ควรสนับสนุนดานการบริหารจัดการน้ํา
                       เชน ชลประทาน จะสรางความมั่นใจใหกับเกษตรกรในการใชที่ดิน ปญหาการทิ้งถิ่นฐานไปทํางานที่
                       อื่นจะลดลง และพื้นที่ในเขตนี้มีความเหมาะสมสําหรับการเกษตรแบบผสมผสาน เกษตรแมนยําหรือ

                       เกษตรทฤษฎีใหม เปนตน และภาครัฐควรใหความรูความเขาใจกับเกษตรกรโดยแนะนําวาไมควร
                       ปรับเปลี่ยนไปปลูกพืชชนิดอื่น หากขาวราคาไมดีและตองการปรับเปลี่ยนการผลิตควรเปนพืชไร
                       เพื่อในอนาคตยังสามารถกลับมาทํานาไดอีก

                             3) พื้นที่ปลูกขาวที่ไมมีความเหมาะสม (S3 และ N)  และปจจุบันเกษตรกรยังคงใชที่ดิน
                       ปลูกขาวอยู ทั้งนี้ควรใหการชวยเหลือเกษตรกรที่ทํากินในพื้นที่นี้ เนื่องจากเปนพื้นที่ไมเหมาะสม
                       โดยสนับสนุนการปรับโครงสรางที่ดิน ปรับปรุงบํารุงดิน สนับสนุนแหลงน้ํา ใหเกษตรกรเลือกปลูกพืช
                       ชนิดใหมที่มีความเหมาะสม และใหผลตอบแทนที่ดีกวา หรือใชพื้นที่ผลิตอาหารเพื่อบริโภคใน
                       ครัวเรือน หรือเขาโครงการบริหารจัดการพื้นที่เกษตรกรรม (Zoning by Agri-Map) เปนตน

                             4) พื้นที่ที่มีศักยภาพหรือมีความเหมาะสมสําหรับการปลูกขาว แตปจจุบันเกษตรกรไมได
                       ใชพื้นที่ปลูกขาว พบวา เกษตรกรปลูกพืชอื่นทดแทน เชน ออยโรงงาน มันสําปะหลัง เปนตน ทั้งนี้
                       หากพืชที่ปลูกเปนพืชไร และในอนาคตขาวราคาดี เกษตรกรอาจกลับมาปลูกขาวไดเหมือนเดิม แต

                       หากเปนไมผลหรือไมยืนตน การกลับมาปลูกขาวอาจเปนเรื่องยาก ดังนั้นอาจสงเสริมในเรื่องของการ
                       ทําเกษตรรูปแบบอื่น เชน ทําการเกษตรแบบผสมผสานทดแทน

                         4.3  มันสําปะหลัง
                             1)  พื้นที่ปลูกมันสําปะหลังที่มีความเหมาะสมสูง (S1)  และปจจุบันยังปลูกมันสําปะหลัง
                       อยู มีเนื้อที่ 38,818 ไร โดยอําเภอที่ปลูกมันสําปะหลังมากที่สุด ไดแก อําเภอหนองมวง อําเภอโคก

                       เจริญ  และอําเภอพัฒนานิคม ตามมาตรการยุทธศาสตรมันสําปะหลัง 2564 – 2567 เนนให
                       เกษตรกรเขาถึงพันธุมันสําปะหลังตานทานโรคใบดาง (Cassava Mosaic Disease: CMD) ใหเชื้อแปง
                       สูงและมีผลผลิตเฉลี่ยตอไรไมต่ํากวา 5 ตัน ภายใน  พ.ศ. 2567 นั้น ทําใหเนนมีการเพิ่มผลผลิตมัน
                       สําปะหลังในพื้นที่ที่มีศักยภาพสูง แตเนนการลดตนทุนผลผลิต เรงหา แนวทางแกไขปญหาโรคโคน

                       เนาหัวเนา และโรคใบดางมันสําปะหลัง สงเสริมการทําระบบน้ําหยด ในพื้นที่ที่มีศักยภาพ
                       การปรับปรุงบํารุงดิน การใสปุยที่ถูกตองและมีประสิทธิภาพ ทําการวิเคราะหคุณภาพดินอยูเสมอ
                       สงเสริมเกษตรกรแปรรูปมันสําปะหลังเบื้องตนเพื่อเพิ่มมูลคา อาทิ การแปรรูปมันเสนสะอาด
                       สรางความรวมมือระหวางเกษตรกรและโรงงาน เพื่อวางแผนการขุดของเกษตรกร ประชาสัมพันธ
   30   31   32   33   34   35   36   37   38   39   40