มีข่าวเล็กๆ อยู่ข่างหนึ่งจากเว็บฮายู ซึ่งผมไปพบเข้าโดยบังเอิญว่า นายบัน คี มูน เลขาธิการสหประชาชาติหรือยูเอ็นได้เดินทางไปดู “ทะเลอารัล” ในประเทศอุสเบกิสถานซึ่งแห้งขอดจนกลายเป็นทะเลทรายแล้วกระแสลมก็พัดทรายเหล่านั้น จนกลายเป็นพายุทรายปลิวไปไกลถึงสแกนดิเนเวียและญี่ปุ่น.. อันแสดงให้เห็นว่าพายุทรายที่กล่าวถึงนี้มีขนาดใหญ่และรุนแรงมากจนไปไกลข้ามทวีปได้ ผมอ่านแล้วก็งงๆ และไม่อยากเชื่อว่าทะเลจะแห้งขอดได้จริง
นี่ทะเลนะครับ ไม่ใช่บ่อน้ำหรือบึงข้างบ้านจะได้แห้งแบบง่ายๆ ด้วยความสงสัยผมเลยลองไปค้นหาข้อมูลว่าทะเลอารัลนี่อยู่ไหน มีขนาดใหญ่เล็กเพียงใด และอะไรทำให้ทะเลแห้งได้
หลังจากดูจนแน่ใจแล้ว ผมก็ได้แต่ร้องแบบจีนปนลาวว่า ไอ้หยา! ทะเลแห้งจริงๆ ด้วยเด้อ! ไม่อยากจะเชื่อเลย แต่มันก็เป็นความจริง ไหนๆ ผมก็อุตส่าห์ตั้งชื่อคอลัมน์ของตัวเองว่า “แหลมรักโลก” มาตั้งแต่ต้นปีหากไม่เขียนเรื่องนี้ก็จะถือว่ามีความผิดอย่างมหันต์ที่ไม่ยอมบอกเล่าเก้าสิบถึงภัยอันยิ่งใหญ่ของมนุษยชาติ ที่เกิดจากน้ำมือของมนุษย์เอง เรื่องน่ากลัวสุดๆ ไม่เล่าคงไม่ได้แล้วละครับ
หากจะให้ลำดับความว่าเรื่องนี้นั้นน่ากลัวอย่างไร ผมคงต้องเริ่มต้นที่ลักษณะของทะเลอารัลว่า ห้วงน้ำแห่งนี้เป็นทะเลปิดที่มีความกว้างใหญ่อยู่ในอันดับ 4 ของโลก คือมีพื้นที่อยู่ราวๆ 68,000 ตารางกิโลเมตร มีความลึกประมาณ 31 เมตร ตั้งอยู่ในกลางทวีปเอเชียโดยมีด้านเหนืออยู่ในเขตปกครองตนเองคาราคัลปัคสถาน ประเทศอุซเบกิสถาน เมื่อมองจากบนอากาศลงไปจะเห็นเป็นแอ่งน้ำขนาดใหญ่สีเขียวปั๊ดตั้งอยู่ใจกลางทวีป

หน้าถัดไป |