Page 38 - Songkhla
P. 38
30
3.3 พืชสมุนไพร ด้วยนโยบายของรัฐบาลที่ให้การสนับสนุนแนวคิด BCG (Bio-Circular-
Green Economy) หรือ เศรษฐกิจชีวภาพในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ พืชสมุนไพรเป็น
เรื่องหนึ่งที่ได้รับความสนใจ เนื่องจากเป็นแหล่งของสารสำคัญที่นำไปใช้ประโยชน์ในด้านต่าง ๆ เช่น
การแพทย์ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร และเครื่องสำอาง จึงสนับสนุนให้พืชสมุนไพรเป็นพืชทางเลือกในปี
2564 โดยดำเนินการภายใต้ตลาดนำการผลิต และหากทิศทางของตลาดสมุนไพรขยายตัวเพิ่มมากขึ้น
จะช่วยให้เกษตรกรผู้ปลูกพืชสมุนไพร มีรายได้และความมั่นคงในการดำรงชีพ จากฐานข้อมูล Agri-Map
Online จังหวัดสงขลามีพื้นที่ศักยภาพที่สามารถส่งเสริมให้ปลูกพืชสมุนไพรได้หลายชนิด เช่น ขมิ้นชัน
กระชายดำ ไพล เป็นต้น
ขมิ้นชัน เป็นพืชปลูกง่าย ชอบแสงแดดจัด และมีความชื้นสูง ชอบดินร่วนซุย มีการ
ระบายน้ำดี ไม่ชอบน้ำขัง เกษตรกรสามารถปลูกขมิ้นชันแซมในสวนเป็นการใช้พื้นที่ให้เกิดประโยชน์
และมีรายได้ระหว่างรอการเติบโตของไม้ผลไม้ยืนต้น โดยพื้นที่จังหวัดสงขลามีพื้นที่ศักยภาพในการ
ปลูกขมิ้นชันที่ระดับความเหมาะสมสูง (S1) ประมาณ 288,268 ไร่ กระจายอยู่ในอำเภอสะเดา
อำเภอหาดใหญ่ อำเภอจะนะ อำเภอคลองหอยโข่ง และอำเภอระโนด ตามลำดับ
กระชายดำ เป็นพืชที่ชอบที่ร่ม ดินร่วนซุยหรือเป็นดินปนทรายที่มีการระบายน้ำได้ดี
ชอบอากาศหนาวเย็น และขยายพันธุ์ด้วยวิธีการแบ่งเหง้า สามารถขยายพันธุ์ได้ตลอดทั้งปี แต่ถ้าต้องการ
ให้หัวหรือเหง้ามีคุณภาพต้องปลูกและเก็บเกี่ยวตามฤดูกาล คือปลูกในช่วงเดือนเมษายนถึงเดือนพฤษภาคม
และเก็บเกี่ยวในช่วงเดือนธันวาคมถึงเดือนมกราคม โดยพื้นที่จังหวัดสงขลามีพื้นที่ศักยภาพในการ
ปลูกกระชายดำที่ระดับความเหมาะสมสูง (S1) ประมาณ 260,959 ไร่ กระจายอยู่ในอำเภอสะเดา
อำเภอหาดใหญ่ อำเภอคลองหอยโข่ง อำเภอระโนด และอำเภอบางกล่ำ ตามลำดับ
ไพล เจริญได้ดีในดินร่วนซุย ปลูกง่าย ดูแลง่าย สามารถปลูกแซมระหว่างแปลงพืชหลักได้
โดยพื้นที่จังหวัดสงขลามีพื้นที่ศักยภาพในการปลูกไพลที่ระดับความเหมาะสมสูง (S1) ประมาณ
11,456 ไร่ อยู่ในอำเภอระโนด อำเภอสทิงพระ อำเภอสิงหนคร อำเภอสะเดา และอำเภอกระแสสินธุ์
ตามลำดับ
4. แนวทางการส่งเสริมการปลูกพืชเศรษฐกิจ
4.1 ยางพารา
1) พื้นที่ปลูกยางพาราที่มีความเหมาะสมสูง (S1) และปัจจุบันยังปลูกยางพาราอยู่ มีเนื้อที่
348,532 ไร่ มีพื้นที่ปลูกมากในเขตอำเภอนาทวี อำเภอสะเดา และอำเภอหาดใหญ่ ตามลำดับ ทั้งนี้
ตามมาตรการยุทธศาสตร์ยางพาราระยะ 20 ปี ( พ.ศ. 2560-2579) เน้นให้มีการเพิ่มผลผลิตยางพารา
ต่อไร่ต่อปี จากปกติเฉลี่ยอยู่ที่ 224 กิโลกรัมต่อไร่ เป็น 360 กิโลกรัมต่อไร่ ภายในปี 2579 นั้น ควรมี
การจัดการที่เหมาะสมในเรื่องต่าง ๆ ดังนี้ การคัดเลือกพันธุ์ให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่และต้านทานโรค
การปรับปรุงบำรุงดิน การใส่ปุ๋ยที่ถูกต้องและมีประสิทธิภาพ การปลูกพืชแซมและพืชคลุมดินให้
เหมาะสมเพราะมีผลต่อการเจริญเติบโตของยาง การบำรุงรักษา การใส่ปุ๋ยการตัดแต่งกิ่ง และเทคนิค
การกรีดยางให้มีปริมาณน้ำยางสูงมีคุณภาพและตรงตามมาตรฐาน เน้นการพัฒนาการตลาดในพื้นที่
เช่น จัดตั้งจุดรับซื้อ โรงงานแปรรูปผลิตภัณฑ์ในพื้นที่ที่มีความเหมาะสมสูง ส่งเสริมให้เกษตรกร

