Page 35 - MahaSarakham
P. 35
27
ทั้งนี้ ในการส่งเสริมการปลูกพืชจะพิจารณาเฉพาะพื้นที่ที่มีศักยภาพคงเหลือในระดับ
ความเหมาะสมสูง (S1) และระดับความเหมาะสมปานกลาง (S2) เท่านั้น เนื่องจากสภาพพื้นที่ปลูกพืช
ตรงตามศักยภาพของดิน การลงทุนต่ําก็สามารถเพิ่มผลผลิตได้ จึงควรส่งเสริมในพื้นที่ดังกล่าว
เมื่อวิเคราะห์ข้อมูลศักยภาพพื้นที่ร่วมกับพื้นที่ปลูกพืชในปัจจุบัน พบว่า พื้นที่ที่ควร
พิจารณาให้มีการปรับเปลี่ยนไปปลูกยางพารา คือ บริเวณที่เป็นพื้นที่ปลูกข้าว (S3+N) 757,451 ไร่
และพื้นที่ปลูกอ้อยโรงงาน (S3) 48,175 ไร่ (ตารางที่ 10)
ตารางที่ 10 พื้นที่มีศักยภาพในการขยายการผลิตยางพารา
ข้าว (ไร่) อ้อยโรงงาน (ไร่)
อําเภอ
S3 N รวม S3
แกดํา 7,588 39,538 47,126 62
นาดูน 42,988 14,654 57,642 63
บรบือ 23,094 111,766 134,860 5,108
กุดรัง 563 37,164 37,727 10,523
ชื่นชม 12,971 651 13,622 -
นาเชือก 15,049 52,394 67,443 348
วาปีปทุม 46,658 75,888 122,546 180
เชียงยืน 44,372 5,707 50,079 -
กันทรวิชัย 26,056 544 26,600 -
ยางสีสุราช 19,935 10,935 30,870 -
โกสุมพิสัย 14,731 32,261 46,992 29,104
พยัคฆภูมิพิสัย 22,057 21,428 43,485 16
เมืองมหาสารคาม 21,400 57,059 78,459 2,771
รวม 297,462 459,989 757,451 48,175
4) แนวทางการจัดการ
(1) พื้นที่ที่มีความเหมาะสมควรส่งเสริมการผลิต (S1 หรือ S2) ควรสนับสนุนให้
เกษตรกรปลูกยางพาราต่อไปเนื่องจากเป็นพื้นที่ที่เหมาะสม สามารถช่วยลดต้นทุนการผลิต และ
ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพดี ซึ่งการปลูกยางพาราในพื้นที่ดังกล่าวข้างต้นสามารถนําไปสู่การต่อยอด
โครงการที่สําคัญต่าง ๆ ได้ เช่น เกษตรอินทรีย์ ระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ เกษตร
แม่นยํา เป็นต้น
พื้นที่ปลูกยางพาราในบริเวณที่มีความเหมาะสมสูง (S1) คือพื้นที่ปลูกยางพาราใน
ที่ดินที่ไม่มีข้อจํากัดทางกายภาพต่อการปลูกยางพาราซึ่งควรสงวนไว้เป็นแหล่งปลูกยางพาราที่สําคัญ
ของจังหวัด โดยกระจายอยู่ในอําเภอโกสุมพิสัย อําเภอนาเชือก และอําเภอเมืองมหาสารคาม เป็นต้น
พื้นที่ปลูกยางพาราในบริเวณที่มีความเหมาะสมปานกลาง (S2) คือพื้นที่ปลูกยางพาราใน
ที่ดินที่มีข้อจํากัดทางกายภาพบางประการต่อการปลูกยางพารา เช่น ความอุดมสมบูรณ์ของดิน ความเป็น
กรดเป็นด่างและแหล่งน้ํา โดยกระจายอยู่ในอําเภอบรบือ อําเภอโกสุมพิสัย และอําเภอวาปีปทุม เป็นต้น

