Page 40 - Kalasin
P. 40
32
4) แนวทางการจัดการ
(1) พื้นที่ที่มีความเหมาะสมควรส่งเสริมการผลิต (S1 หรือ S2) ควรสนับสนุนให้
เกษตรกรปลูกยางพาราต่อไปเนื่องจากเป็นพื้นที่ที่เหมาะสม สามารถช่วยลดต้นทุนการผลิตและได้
ผลผลิตที่มีคุณภาพดี ซึ่งการปลูกยางพาราในพื้นที่ดังกล่าวข้างต้นสามารถนําไปสู่การต่อยอดโครงการ
ที่สําคัญต่าง ๆ ได้ เช่น ระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ เกษตรแม่นยํา เป็นต้น
พื้นที่ปลูกยางพาราในบริเวณที่มีความเหมาะสมสูง (S1) คือพื้นที่ปลูกยางพารา
ในที่ดินที่ไม่มีข้อจํากัดทางกายภาพต่อการปลูกยางพาราซึ่งควรสงวนไว้เป็นแหล่งปลูกยางพารา
ที่สําคัญของจังหวัด โดยกระจายอยู่ในอําเภอยางตลาด อําเภอเขาวง และอําเภอนาคู เป็นต้น
พื้นที่ปลูกยางพาราในบริเวณที่มีความเหมาะสมปานกลาง (S2) คือพื้นที่ปลูกยางพารา
ในที่ดินที่มีข้อจํากัดทางกายภาพบางประการต่อการปลูกยางพาราเช่น ความอุดมสมบูรณ์ของดิน
ความเป็นกรดเป็นด่างและแหล่งน้ํา โดยกระจายอยู่ในอําเภอกุฉินารายณ์ อําเภอเมืองกาฬสินธุ์ และ
อําเภอหนองกุงศรี เป็นต้น
(2) พื้นที่ที่ควรปรับเปลี่ยนการผลิตในพื้นที่ไม่เหมาะสม (S3 หรือ N) ควรสนับสนุนให้
เข้าโครงการปรับเปลี่ยนการผลิต เช่น เปลี่ยนชนิดพืชที่มีความเหมาะสมกว่าการปลูกยางพารา
มีต้นทุนที่ต่ํา และให้ผลตอบแทนที่ดีกว่า เป็นต้น แต่ทั้งนี้ต้องพิจารณาแหล่งรับซื้อร่วมด้วย
3. พืชเศรษฐกิจอนาคตไกลของจังหวัด
พืชที่ได้รับความนิยมและมีชื่อเสียงของจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้แก่ มะม่วง แตงโม และพุทรา ซึ่งมี
รายละเอียดดังต่อไปนี้
3.1 มะม่วง เป็นพืชทางเลือกสดใสของกาฬสินธุ์ ตลาดต่างประเทศยกนิ้ว คุณภาพดี รสชาติ
โดนใจ จังหวัดกาฬสินธุ์เป็นแหล่งผลิตมะม่วงคุณภาพ ปัจจุบันมีพื้นที่เพาะปลูกมะม่วงประมาณ
2,500 ไร่ ผลผลิตรวมกว่า 4 พันตัน มูลค่าเฉียด 70 ล้านบาท เกษตรกรในพื้นที่หันมารวมกลุ่มผลิต
เพื่อส่งออกตลาดต่างประเทศทั้งญี่ปุ่น จีน เกาหลี และประเทศแถบยุโรป นับเป็นอีกหนึ่งพืชทางเลือก
ที่สร้างรายได้ให้กับเกษตรกร นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการสํานักงานเศรษฐกิจการเกษตร
(สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงการวิเคราะห์เศรษฐกิจสินค้าเกษตร ตามโครงการ
บริหารจัดการพื้นที่เกษตรกรรม (Zoning by Agri-Map) ซึ่งจากการติดตามสินค้าเกษตรทางเลือก
ของจังหวัดกาฬสินธุ์ โดยสํานักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 4 (สศท.4) พบว่า จังหวัดมีศักยภาพในการ
ผลิตมะม่วง ปลูกมะม่วงหลายสายพันธุ์เพื่อเป็นพืชทางเลือก เช่น มะม่วงพันธุ์น้ําดอกไม้ และพันธุ์
มหาชนกที่มีคุณภาพเป็นที่ต้องการของตลาดต่างประเทศ ได้แก่ ญี่ปุ่น เกาหลี จีน และประเทศแถบ
ยุโรป ปัจจุบันจังหวัดกาฬสินธุ์ มีพื้นที่เพาะปลูกมะม่วง ได้แก่ อําเภอหนองกุงศรี อําเภอห้วยเม็ก
อําเภอท่าคันโท อําเภอร่องคํา อําเภอยางตลาด และอําเภอกมลาไสย รวมพื้นที่จํานวน 2,532 ไร่ มะม่วง
ที่ได้คุณภาพตามมาตรฐานจะถูกส่งไปขายต่างประเทศ โดยมีบริษัทเอกชนรับซื้อมะม่วงจากเกษตรกร
ในปริมาณไม่จํากัด ขอเพียงสามารถผลิตมะม่วงให้ได้ตามคุณภาพเพื่อการส่งออก
โดยมะม่วงน้ําดอกไม้เกษตรกรสามารถขายส่งบริษัทรับซื้อได้เฉลี่ยกิโลกรัมละ 53.16 บาท
ส่วนมะม่วงมหาชนก เฉลี่ยกิโลกรัมละ 26.7 บาท แต่พันธุ์ที่เป็นที่นิยมสําหรับประเทศส่งออกจะเป็น
มะม่วงน้ําดอกไม้สีทอง ซึ่งมะม่วงที่นี่จะเป็นที่นิยมและเป็นที่ติดใจในตลาดต่างประเทศ ทั้งด้านรสชาติ

