ช่วงนี้เรามักได้ยินข่าวเรื่องภัยแล้งอยู่บ่อย ๆ เพราะแม้ย่างเข้าสู่ฤดูฝนแล้ว แต่ปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมาก็มีไม่มากนัก และก่อนหน้านี้หลายคนบอกว่าเมืองไทยมีเขื่อนจำนวนมาก น่าจะสามารถบรรเทาภัยแล้งได้ แต่ความคิดและประเด็นนี้เป็นต้องตกไป เมื่อแหล่งกักเก็บน้ำต่าง ๆ ในปีนี้มีปริมาณน้ำเหลือน้อยมาก น้อยกว่าปีที่ผ่านมาถึง 8% และยังระบายออกไปใช้งานได้น้อย ส่งผลให้ผู้คนได้รับผลกระทบจำนวนมาก
โดยเฉพาะอาชีพเกษตรกร ซึ่งถือเป็นอาชีพหลักของคนไทย กำลังได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก หลังจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ประกาศขอความร่วมมือจากเกษตรกรให้เลื่อนการทำนาปีออกไปก่อน จนกว่าจะมีฝนตกชุก เพื่อป้องกันปัญหาขาดแคลนน้ำที่จะเกิดขึ้น อีกทั้งยังต้องพิจารณาวางแผน เรื่องการจัดสรรน้ำที่จะใช้ทำนาปรังในปีต่อไปด้วย เพื่อให้สอดคล้องกับปริมาณน้ำที่เก็บกักได้ในแต่ละเขื่อน ส่งผลให้การเพาะปลูกไม่สามารถทำได้ หรือหากทำได้ก็ได้ผลผลิตที่ไม่ดีเท่าที่ควร

ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล ประธานมูลนิธิข้าวไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ออกมาให้สัมภาษณ์ว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเป็นห่วงชาวนาไทยอย่างมาก และได้ทรงกำชับให้ช่วยเหลือชาวนาอย่างเต็มที่ โดย ดร.สุเมธ ได้ให้คำแนะนำไว้ว่า รัฐบาลควรเร่งวางระบบการบริหารจัดการน้ำ โดยถอดบทเรียนจากแนวทางพระราชดำริซึ่งมีทั่วประเทศ รวมทั้งเร่งโครงการสร้างระบบชลประทานอย่างเร่งด่วน เพื่อ
บรรเทาปัญหาภัยแล้ง
อย่างไรก็ตาม เพราะปัญหาภัยแล้ง ไม่ใช่ปัญหาเล็ก ๆ จึงได้มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้ามาติดตามสถานการณ์ดังกล่าวอย่างใกล้ชิด ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หรือทางกองบัญชาการกองทัพไทย ที่จะร่วมกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ส่งมอบและรับคืนพื้นที่ป่าขอใช้ประโยชน์ของทางราชการทหารให้กับกรมป่าไม้ เพื่อนำไปฟื้นฟู และพัฒนาป่าต้นน้ำให้อุดมสมบูรณ์ต่อไป
|