Page 29 - Satun
P. 29
21
3. พืชเศรษฐกิจอนาคตไกลของจังหวัด
3.1 จ าปาดะสตูล (GI) มีผลรูปทรงกระบอก เปลือกบาง เนื้อมีสีเหลืองอมส้ม (สีจ าปา) สีเหลืองทอง
หรือสีเหลืองนวล เนื้อหนา รสชาติหวานและมีกลิ่นหอม ซึ่งปลูกในพื้นที่อ าเภอเมืองสตูล อ าเภอควนโดน
อ าเภอควนกาหลง อ าเภอท่าแพ อ าเภอละงู อ าเภอทุ่งหว้า และอ าเภอมะนัง ซึ่งประกอบด้วยพันธุ์
ขวัญสตูล พันธุ์สตูลสีทอง พันธุ์น้ าดอกไม้ พันธุ์ดอกโดน พันธุ์ทองเกษตร และพันธุ์วังทอง การปลูก
จ าปาดะสตูล สามารถปลูกได้ตลอดทั้งปี แต่นิยมปลูกในช่วงต้นฤดูฝน เนื่องจากสภาพภูมิอากาศ
เหมาะสมกับการเจริญเติบโต เก็บเกี่ยวตั้งแต่ช่วงเดือนกรกฎาคมถึงกันยายนของทุกปี นับอายุวันเก็บเกี่ยว
ประมาณ 110-120 วัน หลังดอกบานหรือตามความเหมาะสมของแต่ละพื้นที่
3.2 กาแฟ (โรบัสต้า) พบปลูกบริเวณต าบลวังประจัน ต าบลควนโดน อ าเภอควนโดน ต าบลทุ่งน้อย
อ าเภอควนกาหลง และต าบลคลองขุด อ าเภอเมืองสตูล ที่ยังคงมีการอนุรักษ์พันธุ์ต้นกาแฟโรบัสต้า
และกลุ่มเกษตรกร อ าเภอควนโดน จังหวัดสตูล ที่ได้แปรรูปและชงกาแฟตามต้นต ารับของ
ชาวมาเลเซียมาตั้งแต่ในอดีต หรือเรียกตามภาษามลายูว่า “กูปี้” หรือ “โกปี๊”จนสามารถสร้างเป็น
ผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นชื่อว่า “กาแฟโบราณควนโดน” จากการที่เกษตรกรบริเวณจังหวัดสตูลให้ความสนใจ
ขยายพื้นที่ปลูกกาแฟโรบัสต้ามากขึ้นเพื่อลดความเสี่ยงจากความผันผวนของราคายางพาราในอนาคต
และเป็นการเสริมรายได้ ผลผลิตจากต้นกาแฟโรบัสต้าพันธุ์พื้นเมืองส่วนใหญ่ยังคงมีปริมาณน้อย
เนื่องจากเกษตรกรยังขาดเทคโนโลยีในการจัดการ โดยเฉพาะการฟื้นฟูบ ารุงต้นกาแฟที่มีอายุมากให้มี
ผลผลิตสูงขึ้น ผลการศึกษาถึงความเป็นไปได้ที่จะน าต้นกาแฟโรบัสต้าพันธุ์พื้นเมืองมาปลูกทั้งใน
ลักษณะสวนกาแฟเชิงเดี่ยวและการปลูกร่วมในสวนยางพารา รวมทั้งแนวทางฟื้นฟูสภาพต้นกาแฟให้
มีความสมบูรณ์ภายใต้สภาพแวดล้อมสวนไม้ผลผสมผสาน พบว่า ต้นกาแฟโรบัสต้าพันธุ์พื้นเมืองแสดงให้
เห็นถึงการปรับตัวได้ดีในระบบนิเวศสวนไม้ผลผสมผสาน แต่ต้นกาแฟที่ได้รับสภาพร่มเงาทึบตลอดทั้งวัน
มักมีผลผลิตน้อยกว่าต้นกาแฟที่ได้รับแสงในช่วงเช้าหรือบ่ายทั้งนี้ การตัดแต่งกิ่งแห้งและกิ่งแขนง
ภายในทรงพุ่มและใส่ปุ๋ยบ ารุงต้นกาแฟอย่างเพียงพอจะช่วยให้มีปริมาณผลผลิตสูงขึ้นได้ เช่น การใส่ปุ๋ย
สูตร 15-15-15 อัตรา 0.5 กิโลกรัม/ต้น/ปี และปุ๋ยอินทรีย์บ ารุงต้นอัตรา 1-2 กิโลกรัม/ต้น/ปี และ
สูตร 13-13-21 การอนุรักษ์และฟื้นฟูต้นกาแฟโรบัสต้าพันธุ์พื้นเมืองจึงเป็นสิ่งที่เกษตรกรในชุมชนควรให้
ความส าคัญ เพราะนอกจากเป็นการสร้างมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์แล้ว ยังอาจพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์
ท้องถิ่นที่มีอัตลักษณ์ (Uniqueness and branding) หรืออาจน าไปสู่การรับรองเป็นพืชประจ า
ท้องถิ่นหรือสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (Geographical Indication: GI) ของจังหวัดสตูลในอนาคตได้อีกด้วย
3.3 สละ พบปลูกบริเวณอ าเภอควนโดน มี 2 สายพันธุ์ คือ สละอินโดพันธุ์ชวาและสละอินโด
พันธุ์บอเนียว สละอินโดถือเป็นพืชใช้น้ าน้อย เป็นพืชปลูกแซมต้นไม้ใหญ่ ซึ่งมีเกษตรกรปลูกแซมผลไม้
หรือสวนยางพารา เพราะปกติต้นสละต้องการแสงเพียง 60 เปอร์เซ็นต์ จึงจ าเป็นต้องได้ร่มเงาอย่างต้นไม้
ใหญ่และมีความพิเศษคือ จะให้ผลผลิตตลอดครึ่งปี บางช่วงระหว่างเดือนเมษายนถึงกันยายนก็จะให้
ผลผลิตมากที่สุด ควรปลูกเว้นระยะห่างกัน 2.5 เมตร ปลูกเพียง 2 ปี ก็จะให้ผลผลิต เมื่อต้นออกดอก
ก็น าดอกตัวผู้มาผสมกับดอกตัวเมีย จากนั้น 5-6 เดือน สละก็จะออกลูกสามารถกินได้ การดูแลก็ไม่
ยุ่งยาก เก็บเกี่ยวผลผลิตได้ตลอดครึ่งปี สร้างรายได้งามเป็นที่ต้องการของตลาด และพบว่าในอ าเภอ
เมืองสตูลและอ าเภอมะนัง ปลูกสละพันธุ์สุมาลีแทนการปลูกปาล์มน้ ามัน สละพันธุ์สุมาลี ใช้เวลาปลูกนาน

