Page 20 - Kalasin
P. 20

12








                          4) แนวทางการจัดการ
                           (1) พื้นที่ที่มีความเหมาะสมควรส่งเสริมการผลิต (S1 หรือ S2) ควรสนับสนุนให้เกษตรกร
                       ปลูกข้าวต่อไปเนื่องจากเป็นพื้นที่ที่เหมาะสม สามารถช่วยลดต้นทุนการผลิตและได้ผลผลิตที่มีคุณภาพดี
                       ซึ่งการปลูกข้าวในพื้นที่ดังกล่าวข้างต้นสามารถนําไปสู่การต่อยอดโครงการที่สําคัญต่าง ๆ ได้ เช่น เกษตร

                       อินทรีย์ ระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ เกษตรแม่นยํา เป็นต้น
                             พื้นที่ปลูกข้าวในบริเวณที่มีความเหมาะสมสูง (S1) คือ พื้นที่ปลูกข้าวในที่ดินที่ไม่มี
                       ข้อจํากัดทางกายภาพต่อการปลูกข้าว ซึ่งควรสงวนไว้เป็นแหล่งปลูกข้าวที่สําคัญของจังหวัด โดย
                       กระจายอยู่ในอําเภอกมลาไสย  อําเภอเมืองกาฬสินธุ์  และอําเภอฆ้องชัยพัฒนา  เป็นต้น

                             พื้นที่ปลูกข้าวในบริเวณที่มีความเหมาะสมปานกลาง (S2) คือ พื้นที่ปลูกข้าวในที่ดิน
                       ที่มีข้อจํากัดทางกายภาพบางประการต่อการปลูกข้าว เช่น ความอุดมสมบูรณ์ของดิน ความเป็นกรด
                       เป็นด่าง และแหล่งน้ําโดยกระจายอยู่ในอําเภอยางตลาด อําเภอกุฉินารายณ์ และอําเภอสมเด็จ เป็นต้น
                            (2) พื้นที่ที่ควรปรับเปลี่ยนการผลิตในพื้นที่ไม่เหมาะสม (S3 หรือ N) ควรสนับสนุนให้

                       เข้าโครงการปรับเปลี่ยนการผลิต เช่น ทําการเกษตรผสมผสานหรือพืชที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า
                       โดยพิจารณาแหล่งรับซื้อร่วมด้วย

                        2.2  อ้อยโรงงาน

                           อ้อยโรงงานเป็นพืชเศรษฐกิจหลักของจังหวัดกาฬสินธุ์ในลําดับที่ 2 จากฐานข้อมูลในแผนที่
                       เกษตรเชิงรุก หรือ Agri-Map Online สามารถวิเคราะห์ข้อมูลได้ดังนี้ (ตารางที่ 5 และภาพที่ 8 - 9)

                          1) การวิเคราะห์ศักยภาพของพื้นที่ปลูก
                            ระดับที่ 1 เป็นพื้นที่ความเหมาะสมสูง (S1) มีเนื้อที่ 17,056 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 0.47
                       ของพื้นที่ศักยภาพของที่ดิน พบมากในอําเภอยางตลาด 14,347 ไร่ อําเภอนาคู 961 ไร่ และ

                       อําเภอฆ้องชัยพัฒนา 682 ไร่
                            ระดับที่ 2 เป็นพื้นที่ความเหมาะสมปานกลาง (S2) มีเนื้อที่ 2,189,321 ไร่ คิดเป็นร้อยละ
                       60.39 ของพื้นที่ศักยภาพของที่ดิน พบมากในอําเภอกุฉินารายณ์ 297,598 ไร่ อําเภอหนองกุงศรี

                       282,590 ไร่ และอําเภอเมืองกาฬสินธุ์ 268,507 ไร่
                            ระดับที่ 3 เป็นพื้นที่ความเหมาะสมเล็กน้อย (S3) มีเนื้อที่ 103,850 ไร่ คิดเป็นร้อยละ
                       2.86 ของพื้นที่ศักยภาพของที่ดิน พบมากในอําเภอนาคู 35,432 ไร่ อําเภอกุฉินารายณ์ 17,622 ไร่ และ
                       อําเภอห้วยผึ้ง 15,984 ไร่

                            ระดับที่ 4 เป็นพื้นที่ไม่เหมาะสม (N) มีเนื้อที่ 1,315,200 ไร่

                          2) การวิเคราะห์พื้นที่ปลูกอ้อยโรงงานในปัจจุบัน ซึ่งจําแนกตามชั้นความเหมาะสม
                       ของที่ดิน ได้ดังนี้
                           (1) พื้นที่เหมาะสมสูง (S1) มีเนื้อที่ 109ไร่ คิดเป็นร้อยละ 0.64 ของพื้นที่ศักยภาพสูง
                       พบมากในอําเภอนาคู 60 ไร่ อําเภอห้วยเม็ก 26 ไร่ และอําเภอยางตลาด 23 ไร่

                           (2) พื้นที่เหมาะสมปานกลาง (S2) มีเนื้อที่ 528,556 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 24.14 ของพื้นที่
                       ศักยภาพปานกลาง พบมากในอําเภอกุฉินารายณ์ 71,366 ไร่ อําเภอหนองกุงศรี 69,219 ไร่ และ
                       อําเภอห้วยเม็ก 64,083 ไร่
   15   16   17   18   19   20   21   22   23   24   25