ผลสำรวจของเมเปิลครอฟท์ บริษัทที่ปรึกษาความเสี่ยงของอังกฤษเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน ระบุว่า ในประเทศแอฟริกานำโดยโซมาเลีย มอลิเตเนีย และซูดาน มีน้ำเหลือไว้ใช้สอยสำหรับอุปโภค บริโภค น้อยที่สุดในโลก ในขณะที่ไอแลนด์มีมากที่สุดครับ
"ดัชนีีความเสี่ยงด้านความมั่นคงของน้ำ" ที่จัดอันดับ 165 ประเทศ พบว่าหลายประเทศในทวีปเอเชีย และ ทวีปแอฟริกา มีปริมาณน้ำเหลือไว้สำหรับใช้สอยในระดับที่คับขัน พิจารณาจากปัยจัยหลายอย่าง เช่น โอกาสในการเข้าถึงน้ำดื่ม ความต้องการน้ำต่อประชากร 1 คน และการพึ่งพาอาศัยแหล่งน้ำเเละแม่น้ำที่ไหลผ่านมาจากประเทศอื่นๆ
ผลสำรวจชิ้นนี้ซึ่งที่จริงแล้วจัดทำขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินความเสี่ยงในการลงทุน ระบุว่า ภาวะโลกร้อนและจำนวนประชากรโลกที่เพิ่มขึ้น หมายความว่า ความเขม็งเกลียวในการขาดแคลนน้ำสำหรับ อุปโภค บริโภค รวมทั้งสำหรับใช้ในอุสาหกรรมและการเกษตรจะกลายเป็นปัญหาที่น่าเป็นห่วงมากขึ้นในช่วงไม่กี่ทศวรรษข้างหน้า
โซมาเลียซึ่งมีประชากรเพียงแค่ 30 เปอร์เซนต์ ที่สามรถเข้าถึงน้ำสะอาดได้ เป็นประเทศที่จัดว่าอยู่ในภาวะวิกฤตที่สุด ตามมาด้วย มอเตเนีย ซูดาน ไนเจอร์ อิรัก อุซเบกิสถาน ปากีสถาน อียิปต์ เติร์กเมนิสถาน และซีเรีย ขณะที่ประเทศที่จัดว่าปลอดภัยที่สุด ในเรื่องนี้ คือไอซ์แลนด์ ตามมาด้วยนอร์เวย์ และนิวซีแลนด์ครับ
แอนนา มอส์ ผู้ทำการศึกษาวิจัยในเรื่องนี้ เปิดเผยว่า ภาวะโลกร้อนทำให้เกิดความยากลำบากต่อการเข้าถึงแหล่งน้ำที่มีจำกัดอยู่แล้วในหลายๆประเทศมากขึ้นไปอีก
ปัจจัยบางอย่าง เช่น การเปลี่ยนแปลงของฤดูมรสุมและการละลายของธารน้ำแข็ง อาจเป็นตัวขัดขวางการเข้าถึงแหล่งน้ำทั้งยังอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งระหว่างประเทศได้อีกด้วย นอกจากนี้การสร้างโรงงานไฟฟ้าพลังน้ำหรือระบบบชลประทานยังเป็นปัจจัยที่ทำให้ระดับน้ำในช่วงปลายแม่น้ำผิดปกติไป
ผลสำรวจชิ้นนี้ระบุว่า 70 เปอร์เซนต์ ของน้ำที่ใช้สำหรับอุปโภค บริโภคมาจากระบบชลประทาน ขณะที่ภาคอุตสาหกรรมใช้น้ำจากส่วนนี้ 22 เปอร์เซนต์
นอกจากนี้ผลสำรวจยังระบุบอีกครับว่า ปัญหาวิกฤตน้ำไม่ได้มีเฉพาะในประเทศที่ยากจนเท่านั้น ประเทศอย่างสหรัฐ บัลแกเรีย เบลเยี่ยม สเปน และออสเตเรียก็มีความเสี่ยงเช่นกัน
น้ำเป็นทรัพยากรที่จำเป็นสำหรับชีวิตของคนเราไม่ว่าจะอาศัยอยู่ที่ใดก็ตาม และวิกฤตน้ำ ย่อมส่งผลกระทบต่อการดำรงค์ชีวิตของมนุษย์ในวงกว้างครับ การแก้ปัญหาเรื่องน้ำจึงต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่ายไม่ว่าจะเป็นตัวบุคคล องค์กร ภาอุตสาหกรรม รัฐบาลตลอดจนองค์กรระหว่างประเทศ
ปัญหาเรื่องนี้ที่จริงแล้วใกล้ตัวและส่งผลสะเทือนอย่างรุนแรงทางที่ดีที่สุดคือเริ่มแก้ปัญหาที่ตัวเราด้วยครับ
จากหนังสือพิมพ์มติชน หน้า 16 วันที่ 25 มิถุนายน 2553
|