อีรักได้เข้าเป็นภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้านการแปรสภาพเป็นทะเลทรายแล้ว


ภายหลังจากการส่งมอบภาคยานุวัติสารครบ 90วัน อีรักได้เข้าเป็นภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้านการแปรสภาพเป็นทะเลทราย (UNCCD) ในลำดับที่ 194 แล้ว  จึงทำให้ปัจจุบัน อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้านการแปรสภาพเป็นทะเลทราย มีภาคีสมาชิกทั้งหมด 194 ประเทศ รวมทั้งประชาคมยุโรป
อนุสัญญาฯนี้ มีผลบังคับใช้ภายหลังจากการส่งมอบเอกสารการให้สัตยาบันครบ 90 วัน ของ 50 ประเทศ ในวันที่ 26 ธันวาคม ค.ศ. 1996 (พ.ศ. 2539) และหลังจาก 90 วันของการอคอยให้เอกสารการให้สัตยาบันมีผลบังคับใช้ ประเทศที่ได้ลงนามให้สัตยาบันก็มีสถานะเป็นประเทศภาคีสมาชิก
อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้านการแปรสภาพเป็นทะเลทราย ถือกำเนิดมาจาก การประชุมสหประชาชาติเรื่องสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาในปี ค.ศ. 1992 (พ.ศ. 2535) ที่รู้จักกันในชื่อ  การประชุมสุดยอดของโลกที่ริโอ (Rio Earth Summit) อนุสัญญานี้ได้ให้ความสนใจกับเรื่องความเสื่อมโทรมของที่ดิน  ในที่ซึ่งมีประชากรที่อ่อนแอและมีระบบนิเวศที่เปราะบางที่สุดของโลก   ในระหว่าง 3 อนุสัญญาริโอด้วยกัน ซึ่งรวมทั้งอนุสัญญาว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพและกรอบอนุสัญญาว่าด้วยการต่อต้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศนั้น   อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้านการแปรสภาพเป็นทะเลทรายได้เป็นที่รู้ชัดมากขึ้นเรื่องๆว่า มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งในการช่วยให้การพัฒนาอย่างยั่งยืนประสบความสำเร็จ  จากการที่อนุสัญญาฯ มีส่วนช่วยลดความยากจนโดยตรง และอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้านการแปรสภาพเป็นทะเลทรายเอง ก็เป็นอนุสัญญาแรกในด้านการพัฒนา

 


กรมพัฒนาที่ดิน เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900
โทร. 02-562-5100
Land Development Department, Bangkok, Thailand.

Copyright @ Land Development Department 2010