นายลูค นาคัดจา เลขาธิการอนุสัญญาUNCCD กล่าวในระหว่างการนำเสนอ เรื่อง “การปฏิบัติในการใช้ที่ดินอย่างยั่งยืนและการจัดการลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกในเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการปรับตัว” ว่า ทุกๆปีจะมีการสูญเสียที่ดินเนื่องจากความเสื่อมโทรมถึง 12 ล้านเฮกแตร์ ซึ่งเทียบเท่ากับขนาดของพื้นที่ประเทศเบนิน เขาคาดว่ามีคนเพียงเล็กน้อยที่รู้ในเรื่องนี้ เนื่องจากการแปรสภาพเป็นทะเลทรายและความแห้งแล้งคืบคลานเข้ามาสู่เราอย่างเงียบๆจึงทำให้คนไม่สามารถเห็นได้ เขาได้ให้ความเห็นว่า การรับรู้ที่คลาดเคลื่อนในเรื่องดังกล่าวก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่ง และให้ข้อสังเกตว่า สื่อก็มีส่วนทำให้การรับรู้บางอย่างคลาดเคลื่อนไปอย่างถาวร เขาได้ยกตัวอย่างให้เห็นถึงการรับรู้ที่คลาดเคลื่อน ใน 3 ประการ ได้แก่ (1) การแปรสภาพเป็นทะเลทรายเป็นประเด็นไกลตัวและไม่มีผลกระทบต่อทุกๆคน (2) เรื่องความเสื่อมโทรมของที่ดินเป็นเรื่องที่มีความเร่งด่วนน้อยกว่าเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และ (3) พื้นที่แห้งแล้งมีอยู่น้อยนิดและเป็นพื้นที่ที่ไม่ให้ผลิตผลใดๆ
นายนาคัดจา ให้ข้อสังเกตว่าสื่อเองก็มีความยากลำบาก ในเรื่องการรายงานข่าวดีๆเกี่ยวกับพื้นที่แห้งแล้ง เขาได้ยกตัวอย่างในเรื่องศักยภาพของการพัฒนาที่ดินที่ชัดเจนว่า 16 เปอร์เซ็นต์ได้เกิดขึ้นแล้วในพื้นที่แห้งแล้งในระหว่างปี ค.ศ. 1981 ถึง 2006 ซึ่งสื่อไม่เคยรายงานมาก่อน นายนาคัดจา ได้อธิบายว่าในขณะที่ให้ความสำคัญกับการจัดการที่ดินและน้ำอย่างยั่งยืนเพื่อการปรับตัว ก็ไม่ได้นำเรื่องศักยภาพการเก็บกักคาร์บอนของดินมารวมไว้ด้วย เขาได้กระตุ้นสื่อ เพื่อให้มั่นใจว่าเรื่องการแปรสภาพเป็นทะเลทราย จะได้รับการเอาใจใส่ เนื่องจากความสนใจในเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ กำลังเพิ่มอิทธิพลต่อการให้เงินทุนต่างๆ
นายนาคัดจา ได้กล่าวสรุปโดยย้ำว่า
|