ไฟป่าและฝนทิ้งช่วง
เมื่อเข้าสู่ฤดูแล้ง ภัยธรรมชาติที่จะตามมาในช่วงนี้คือ ไฟป่า ที่มักจะเกิดขึ้นในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือเกือบทุกจังหวัด โดยจะเกิดในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงต้นเดือนพฤษภาคมซึ่งจังหวัดที่ได้รับผลกระทบจากการเกิดไฟป่าค่อนข้างมาก ได้แก่ จังหวัดเชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน เชียงราย และลำปาง ซึ่งส่งผลกระทบจนกระทั่งต้องมีการประกาศให้เป็นพื้นที่ ภัยพิบัติเพราะมีปริมาณฝุ่นละอองในอากาศเกินกว่ามาตรฐานและเป็นอันตรายกับเด็ก ผู้สูงอายุ และสัตว์เลี้ยง จนต้องรณรงค์ไม่ได้มีการเผาขยะและเผาป่า
ไฟป่ามักเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติแต่ส่งผลกระทบต่อคนสิ่งแวดล้อมในวงกว้าง ทำให้เกิดทัศนวิสัยที่ไม่ดีในการขับขี่จนก่อให้เกิดอุบัติเหตุ และยังก่อให้เกิดโรคทางเดินหายใจที่ส่งผลเสียต่อทั้งร่างกายและจิตใจของผู้ที่อยู่อาศัยอยู่ในพื้นที่ที่เกิดไฟป่า ต้นไม้ถูกทำลาย เกิดโรคระบาดที่มากับแมลง ทำให้พืชบางชนิดหายไป ส่งผลยังโครงสร้างของป่าเปลี่ยนแปลงไป ขณะที่สัตว์ป่าที่อาศัยอยู่ในป่าลดปริมาณลงจากความแห้งแล้งเพราะขาดแคลนแหล่งอาหาร
ส่วนโครงสร้างของดินเมื่อเกิดไฟป่าจะทำให้ดินในบริเวณนั้นมีความร้อนเพิ่มมากขึ้น ความชื้นลดลง เมื่อความชื้นลดลงทำให้ความอุดมสมบูรณ์ในดินเปลี่ยนแปลงไป ความสามารถในการดูดซับน้ำของดินก็จะลดลง หากเป็นพื้นที่ต้นน้ำแหล่งน้ำก็จะค่อย ๆ ถูกทำลายลงอย่างช้า ๆ และเมื่อดินมีความสามารถในการอุ้มน้ำลดลงเมื่อเข้าสู่ฤดูฝนอาจทำให้เกิดแผ่นดินถล่มหรือดินเลื่อนไหลในบริเวณนั้นได้
สภาวะฝนแล้งหรือฝนทิ้งช่วง เป็นสาเหตุสำคัญในการเกิดไฟป่า เพราะความแห้งแล้งของลมฟ้าอากาศทำให้ฝนมีปริมาณน้อยกว่าปกติ และฝนไม่ตกต้องตามฤดูกาล ผลที่ตามมาคือการขาดแคลนน้ำใช้ พืชต่าง ๆ ก็ขาดน้ำหล่อเลี้ยง ขาดความชุ่มชื้น หากทำการเกษตรที่ต้องอาศัยน้ำฝนจะทำให้ผลผลิตที่ได้ไม่สมบูรณ์และไม่เจริญเติบโตเท่าที่ควร
ความรุนแรงของฝนแล้งโดยทั่วไปจะขึ้นอยู่กับระดับความชื้นทั้งในอากาศและในดิน หากมีระยะเวลาที่ฝนทิ้งช่วงยาวนานก็จะก่อให้เกิดความเสียหายอย่างมาก โดยเฉพาะเมื่อเกิดฝนแล้งในช่วงฤดูฝนจะทำให้พืชไร่ต่าง ๆ ที่ควรได้รับน้ำฝนขาดน้ำ ได้รับความเสียหายและเกิดโรคระบาด
ภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นในพื้นที่ภาคต่าง ๆ ของประเทศไทยมีทั้งไฟป่า พายุฤดูร้อน ภัยแล้งน้ำท่วม แผ่นดินถล่ม พายุหมุนเขตร้อน และพายุฝนฟ้าคะนองหมุนเวียนกันไปตลอดทั้งปี ส่วนในภาคเหนือภัยจากไฟป่าจะเริ่มเกิดขึ้นในช่วงเดือนกุมภาพันธ์เป็นต้นไป จากนั้นประมาณเดือนมีนาคมถึงเมษายนจะมีทั้งพายุฤดูร้อน ไฟป่าและฝนแล้ง เมื่อเข้าสู่เดือนพฤษภาคมที่เริ่มเข้าสู่ฤดูฝนก็จะเริ่มมีน้ำท่วมและพายุฤดูร้อน ส่วนในเดือนมิถุนายน อาจเกิดน้ำท่วมและฝนทิ้งช่วง ส่วนตั้งแต่เดือนกรกฎาคมถึงกันยายน เป็นต้นไปอาจเกิดพายุหมุนเขตร้อน น้ำท่วม และพายุฝนฟ้าคะนอง โดยภัยธรรมชาติที่อาจจะเกิดขึ้นเราต้องเตรียมพร้อมเสมอในการที่จะรับภัยธรรมชาติที่เราคาดไม่ถึง
เรียบเรียงโดย : ศรีสุข อาชา สขร.สปข.3 ป้อนข้อมูลโดย :ส่วนข่าวและรายการภูมิภาค สปข.3
ที่มา : กรมอุตุนิยมวิทยาและกรมทรัพยากรธรณี
|