นายชวลิต ชูขจร รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา หลายพื้นที่ทั่วทุกภูมิภาค ของประเทศไทยเกิดภาวะฝนทิ้งช่วง ส่งผลให้พืชผลทางการเกษตรในหลายพื้นที่ได้รับ ผลกระทบจากภัยแล้ง จึงจำเป็นต้องมี การเติมน้ำ ซึ่งในการเติมน้ำนั้น ก็มีอยู่ 2 วิธี คือ ในส่วนของกรมชลประทาน ที่มีน้ำต้นทุนในอ่างเก็บน้ำอยู่บ้าง ก็จะระบายน้ำช่วยเหลือพื้นที่ชลประทานและใช้เครื่องสูบน้ำช่วยเติมน้ำในไร่นาของเกษตรกรส่วนอีกวิธีหนึ่งคือ ต้องอาศัย การทำฝนหลวง ในการเข้าไปกระตุ้นและเสริมกลไกธรรมชาติเพื่อให้เกิดฝนในพื้นที่ไร่นา เป็นการช่วยบรรเทาความเดือดร้อน ให้กับเกษตรกรได้เป็นอย่างดี รวมไปถึงการเติมน้ำให้กับเขื่อน อ่างเก็บน้ำ บ่อน้ำในไร่นา เพื่อสำรองไว้ใช้ก่อนหมดฝน ทั้งนี้ เพื่อเป็นการบรรเทา ความเดือดร้อนที่เกิดขึ้น กระทรวงเกษตรฯ จึงสั่งการให้สำนักฝนหลวงและการบินเกษตร ตั้งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงประจำทุกภูมิภาค ช่วยเหลือพื้นที่ที่ประสบภัยแล้งอย่างเร่งด่วน โดยปัจจุบันมีเครื่องบิน ร่วมปฏิบัติการฝนหลวง รวม 24 ลำ แบ่งเป็นเครื่องบินของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 20 ลำและเครื่องบินของกองทัพ อากาศร่วมสนับสนุน 4 ลำ เพื่อปฏิบัติการ ตามหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงที่ตั้งขึ้นขณะนี้ 11 หน่วย ได้แก่ ภาคเหนือ ตั้ง 2 หน่วย ที่จังหวัดเชียงใหม่ และพิษณุโลก ภาคกลางที่ จังหวัดกาญจนบุรี และลพบุรี ภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่ จังหวัดขอนแก่น นครราชสีมา อุบลราชธานี และอุดรธานี ภาคตะวันออกที่ จังหวัดระยอง ส่วนภาคใต้ ตั้ง 2 หน่วย ที่ จังหวัดนครศรีธรรมราช และประจวบคีรีขันธ์ และยังตั้งฐานเติมสารฝนหลวงในจังหวัดที่ห่างไกลจากหน่วยฝนหลวงอีกหลายแห่งตามความเหมาะสมในแต่ละช่วงเวลา เช่นปัจจุบันมีฐานเติมสารฝนหลวง 4 แห่ง ที่จังหวัดนครสวรค์ บุรีรัมย์ สระแก้ว และสุราษฎร์ธานี นายชวลิต กล่าวเพิ่มเติมว่า ในการปฏิบัติการทำฝนหลวงในแต่ละวันนั้น ต้องดูความเหมาะสมของกระแสลม และสภาพ อากาศเป็นหลัก อีกทั้งยังต้องตรวจสอบข้อมูลก่อนว่าแต่ละพื้นที่มีความแห้งแล้งมากน้อยเพียงใด สภาพอากาศสามารถปฏิบัติ การฝนหลวงได้หรือไม่ แต่โดยทั่วไปในช่วงฤดูฝนก็จะสามารถดำเนินการได้ ยกเว้นบางวันที่มีสภาพอากาศไม่เหมาะสม เช่น ลมแรงมาก ก็จะไม่สามารถขึ้นปฏิบัติการได้ อย่างไรก็ตาม หากพื้นที่ใดประสบภาวะภัยแล้ง สามารถติดต่อไปที่สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดในพื้นที่จังหวัด ของท่านได้ทันที เพื่อขอรับการช่วยเหลือ ทางสำนักงานเกษตรอย่างไรก็ตาม หากพื้นที่ใดประสบภาวะภัยแล้ง สามารถติดต่อไปที่สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดในพื้นที่จังหวัดของท่านได้ทันที เพื่อขอรับการช่วยเหลือ ทางสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดจะแจ้งไปยังหน่วยปฏิบัติการฝนหลวง เพื่อวางแผนดำเนินการที่จะช่วยเหลือพื้นที่ที่เดือดร้อนเหล่านั้นต่อไป หรือจะติดต่อโดยตรงกับหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงที่อยู่ใกล้เคียงก็สามารถทำได้และสหกรณ์จังหวัดจะแจ้งไปยังหน่วยปฏิบัติการฝนหลวง เพื่อวางแผนดำเนินการที่จะช่วยเหลือพื้นที่ที่เดือดร้อนเหล่านั้นต่อไป หรือจะติดต่อโดยตรงกับหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงที่อยู่ใกล้ เคียงก็สามารถทำได้
Copyright @ Land Development Department 2010