แผนกลยุทธ์ของกรมพัฒนาที่ดิน

- วิสัยทัศน์

"กรมพัฒนาที่ดิน เป็นองค์กรนำในการวางแผนและกำหนดเขตการใช้ที่ดินที่เหมาะสมเพื่อการผลิต การอนุรักษ์ดินและน้ำและฟื้นฟูทรัพยากรที่ดินให้มีความอุดมสมบูรณ์ เพื่อเพิ่มผลผลิตและเป็นรากฐานของการพัฒนาการเกษตรได้อย่างยั่งยืน"

- พันธกิจ

  1. วางแผนการใช้และพัฒนาที่ดินเพื่อเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร และให้มีการใช้ประโยชน์ที่ดินอย่างยั่งยืน
  2. พัฒนาแหล่งน้ำและโครงสร้างพื้นฐานเพื่อสนับสนุนการจัดการผลผลิตของเกษตรกรรวมทั้งการจัดการน้ำให้กับผู้ใช้น้ำ ทุกประเภทอย่างมีประสิทธิผลเป็นธรรมและยั่งยืน
  3. วิจัยและพัฒนาการใช้ประโยชน์จากดินและน้ำ
  4. สนับสนุนการดำเนินงานบริหารจัดการทรัพยากรเพื่อการผลิต

- วัตถุประสงค์

  1. เพื่อให้ทรัพยากรที่ดินสามารถเพิ่มผลผลิตมีการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน โดยการอนุรักษ์ดินและน้ำ และการปรับปรุงบำรุงดิน
  2. เพื่อการถ่ายทอดเทคโนโลยีการพัฒนาที่ดินให้ชุมชน และประชาชนมีส่วนร่วมและรับผิดชอบในการพัฒนาและแก้ไขปัญหาทรัพยากรที่ดินอย่างจริงจังและต่อเนื่อง
  1. กลยุทธ์

    1. การพัฒนาระบบข้อมูลทรัพยากรดิน ให้มีการใช้ประโยชน์อย่างถูกต้อง ลดต้นทุนการผลิต เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน สนับสนุนการสร้างความเข้มแข็งตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง คุ้มครองพื้นที่ ทำการเกษตรที่มีความอุดมสมบูรณ์ให้เป็นแหล่งผลิตอาหารที่สำคัญของประเทศ รักษาทรัพยากรที่ดินให้สามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างยั่งยืนเกื้อกูลสิ่งแวดล้อมที่ดี โดยมีแนวทางการดำเนินงานดังนี้
    1.1 เร่งรัดจัดทำข้อมูลดิน โดยเฉพาะการสำรวจและจำแนกดิน มาตราส่วน 1:25,000
    โดยใช้ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ และระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ (GIS) ให้เสร็จทั้งประเทศ ประมาณ ปี 2549 เพื่อสอดคล้องกับข้อมูลภาพถ่ายและการจัดทำสินทรัพย์ของกระทรวงฯ รวมทั้งการปรับปรุงข้อมูลสภาพการใช้ที่ดิน ให้ถูกต้องทันสมัย
    1.2 วางแผนและกำหนดเขตการใช้ที่ดินที่เหมาะสม เพื่อการผลิตอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน
    1.3 กำหนดเขตความเหมาะสมของดินกับสินค้าเกษตรเป็นรายพืช และรายพันธุ์พืชเศรษฐกิจที่สำคัญ โดยนำระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ (GIS) มาใช้แบ่งการผลิตสินค้าออกเป็น 3 กลุ่ม คือ
    กลุ่มที่ 1 สินค้าผลิตเพื่อการส่งออก อาทิ ข้าว ยางพารา มันสำปะหลัง
    อ้อยโรงงาน กาแฟ สับปะรด ทุเรียน ลำใย
    กลุ่มที่ 2 สินค้าผลิตเพื่อใช้ในประเทศ อาทิ ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปาล์มน้ำมัน
    มันฝรั่ง
    กลุ่มที่ 3 สินค้าผลิตไม่เพียงพอกับความต้องการ อาทิ ถั่วเหลือง
    1.4 จัดทำแผนพัฒนาทรัพยากรที่ดินระดับตำบล ในพื้นที่ที่มีศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรชุมชน โดยให้เกษตรกรมีส่วนร่วมวิเคราะห์พื้นที่ ใช้ข้อมูลประกอบการตัดสินใจเลือกการผลิตพืชและการจัดการดินตามความต้องการและเหมาะสมกับสภาพพื้นที่
    1.5 จัดทำระบบฐานข้อมูลดินและการใช้ประโยชน์ที่ดินสนับสนุนศูนย์บริการ และ
    ถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรชุมชน เพื่อการจัดทำแผนพัฒนาการเกษตรและเป็นศูนย์การเรียนรู้ของชุมชน ที่ยั่งยืน
    1.6 ติดตามสถานการณ์การใช้ที่ดินในพื้นที่ทำการเกษตรเป็นรายพืชเศรษฐกิจสำคัญ
    พื้นที่ป่าไม้ถาวร และพื้นที่แหล่งน้ำ
    1.7 ประเมินผลผลิตพืชเศรษฐกิจสำคัญทั่วประเทศ เช่น ข้าว ยางพารา มันสำปะหลัง อ้อยโรงงาน กาแฟ สับปะรด ทุเรียน มังคุด ลำใย ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปาล์มน้ำมัน ถั่วเหลือง เพื่อเป็น ข้อมูลสนับสนุนการวางแผนการตลาด
    1.8 สำรวจและจัดทำระบบฐานข้อมูลพื้นที่ชุ่มน้ำ สำหรับการใช้ประโยชน์ในการสงวนและเพิ่มผลผลิต
    1.9 สนับสนุนการตรวจสอบรับรองเขตป่าไม้ถาวรและเขตเขา ภูเขา และเขตพื้นที่ลาดชันเกิน 35%
    1.10 สนับสนุนให้มี พ.ร.บ.คุ้มครองที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. …………. เพื่อวางแผนและกำหนดเขตการใช้ที่ดิน รวมทั้งใช้ประโยชน์ที่ดินได้อย่างเหมาะสมกับสมรรถนะของดิน และการลงทุนของรัฐในกิจกรรมการเกษตร

  2. การจัดการทรัพยากรที่ดินและน้ำในเชิงบูรณาการ ให้สามารถเพิ่มผลผลิตพืช พัฒนาและฟื้นฟูทรัพยากรที่ดินในเชิงคุณภาพ โดยมีแนวทางการดำเนินงาน ดังนี้

    2.1 ปรับเปลี่ยนวิธีการวางแผนและการจัดการงบประมาณ และบุคลากรเพื่อดำเนินการตามแผนพัฒนาทรัพยากรที่ดิน เน้นในพื้นที่ศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรชุมชน
    2.2 ดำเนินโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ โดยศึกษาและทดลองการพัฒนาที่ดินตามแนวพระราชดำริ ฟื้นฟูทรัพยากรที่ดิน และระบบอนุรักษ์ดินและน้ำด้วยเทคโนโลยีที่ง่ายต่อการปฏิบัติของประชาชนและชุมชน เช่น การปลูกหญ้าแฝก ทั้งเพื่อป้องกันการชะล้างพังทลายของดินและฟื้นฟู เพิ่มความอุดมสมบูรณ์ให้ดิน การปลูกพืชหมุนเวียน คลุมดิน และการแกล้งดิน เป็นต้น รวมทั้งสาธิต
    และเผยแพร่งานพัฒนาการเกษตรจากศูนย์ศึกษาการพัฒนา และขยายผลการพัฒนาการเกษตรไปสู่พื้นที่ที่มีความเหมาะสม
    2.3 สนับสนุนการพัฒนาที่ดินให้เหมาะสมกับการพัฒนาการผลิตในรูปแบบเกษตรยั่งยืน ได้แก่ เกษตรธรรมชาติ เกษตรอินทรีย์ เกษตรผสมผสาน วนเกษตร เกษตรทฤษฎีใหม่ รวมทั้งการพัฒนาการผลิตตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง
    2.4 ส่งเสริมการผลิตสินค้าเกษตรตามความต้องการของครัวโลก เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และผลิตอาหารที่ปลอดภัยจากสารพิษ (Food Safety) โดยสนับสนุนการปรับปรุงบำรุงดินเพื่อทำการเกษตรเพื่อความปลอดภัยด้านอาหาร
    2.5 อนุรักษ์ดินและน้ำ ฟื้นฟูทรัพยากรที่ดินที่มีปัญหาและเสื่อมโทรม ให้มีความอุดมสมบูรณ์และเหมาะสมกับการใช้ประโยชน์เพื่อเพิ่มผลผลิตทางการเกษตรและความมั่นคงทางอาหาร (Food Security) ทั้งในพื้นที่ผลิตพืชเพื่อการแข่งขัน และในพื้นที่ทำการเกษตรพอเพียงให้เป็นแหล่งผลิตอาหารที่สำคัญของประเทศ รวมทั้งฟื้นฟูอาชีพเกษตรกรหลังการพักชำระหนี้ และช่วยเหลือเกษตรกรที่ประสบภัยธรรมชาติ
    2.6 สร้างแปลงสาธิตจุดเรียนรู้ประจำตำบล และศูนย์บริการงานพัฒนาที่ดินประจำตำบล โดยมีหมอดินอาสาประจำตำบล เป็นเครือข่ายขยายผลการพัฒนาที่ดินให้แก่เกษตรกร เพิ่มผลผลิตได้อย่างทั่วถึงมากขึ้น
    2.7 ขยายผลการส่งเสริมให้เกษตรกร 2 ล้านครอบครัว เพิ่มผลผลิตร้อยละ 10 ในปี 2547 และขยายผลให้ครอบคลุมพื้นที่ทำการเกษตร
    2.8 พัฒนาต่อยอดพื้นที่ที่ได้ลงทุน โครงสร้างพื้นฐานการพัฒนาที่ดินไว้แล้ว เช่น หมู่บ้านพัฒนาที่ดิน แหล่งน้ำ ระบบส่งน้ำ ทฤษฎีใหม่ ให้มีการพัฒนาที่ดินอย่างมีคุณภาพตามมาตรฐานเกิดมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ สามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพอย่างยั่งยืน รวมทั้งพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร ให้เกษตรกรอย่างทั่วถึงมากขึ้น
    2.9 จัดทำฐานข้อมูลสารสนเทศภูมิศาสตร์พื้นที่ที่ดำเนินการแล้ว เพื่อติดตามผลการศึกษา และขยายการดำเนินงานให้ทั่วถึง

  3. พัฒนาความเข้มแข็งทางเทคโนโลยีการจัดการที่ดิน โดยมีแนวทางการดำเนินงานดังนี้

    3.1 ปรับเปลี่ยนวิธีวิจัยและวางแผน โดยยึดความต้องการของลูกค้าเป็นหลัก รวมทั้งศึกษาและพัฒนาเป็นนวัตกรรมและ/หรือพัฒนาต่อยอดในเชิงพาณิชย์ โดยการดำเนินงานจะใช้ยุทธศาสตร์การเกษตรของกระทรวงฯ และนโยบายรัฐบาลเป็นหลัก
    3.2 วิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีพื้นบ้านและภูมิปัญญาท้องถิ่น โดยรวมรวบและจัดทำฐานข้อมูลความรู้ที่มีอยู่ภายในชุมชน พร้อมทั้งสร้างเครือข่ายถ่ายทอดองค์ความรู้ให้สามารถเข้าถึงข้อมูลได้โดยสะดวกและรวดเร็ว
    3.3 ปรับปรุงและพัฒนาต่อยอดเทคโนโลยีและภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านการพัฒนาที่ดิน อย่างมีคุณภาพ มีมาตรฐาน ให้เกิดองค์ความรู้ใหม่ในระดับสูงขึ้น เน้นการเพิ่มผลผลิตต่อพื้นที่สำหรับพื้นที่ผลิตเพื่อการแข่งขันและเกษตรพอเพียง
    3.4 วิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีอินทรีย์ ทดแทนสารเคมีทางการเกษตร อาทิ ปุ๋ยอินทรีย์ สารอินทรีย์น้ำ เช่น พด.2 ร่วมกับการใช้สารชีวภาพปราบศัตรูพืช ในการปรับสภาพดิน น้ำ และ
    สิ่งแวดล้อม เพื่อการทำเกษตรอินทรีย์ เป็นต้น
    3.5 วิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ ด้านการอนุรักษ์ดินและน้ำ การแก้ปัญหาทรัพยากรที่ดินและการปรับปรุงบำรุงดิน ที่ง่ายต่อการปฏิบัติในการทำการเกษตรแบบยั่งยืนอย่างมีคุณภาพและมาตรฐาน เป็นรายพืชสำคัญ
    3.6 ส่งเสริมนักวิจัยโดยร่วมมือกับสถาบันการศึกษาและองค์กรวิจัยทั้งในและต่างประเทศ สร้างผู้เชี่ยวชาญในแต่ละสาขา
    3.7 ถ่ายทอดผลงานวิจัยเทคโนโลยีการพัฒนาที่ดินให้ชุมชนและประชาชน มีส่วนร่วมและรับผิดชอบในการจัดการทรัพยากรที่ดินอย่างต่อเนื่องไปสู่กลุ่มเป้าหมาย เกิดการใช้ประโยชน์อย่างคุ้มค่า

  4. พัฒนาระบบถ่ายทอดเทคโนโลยีและเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ รวมทั้งการบริการการพัฒนาที่ดิน ข้อมูลดิน และการใช้ประโยชน์ที่ดินให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย โดยมีแนวทางการดำเนินงานดังนี้

    4.1 สร้างจิตสำนึกให้คนไทยทุกคนตระหนักถึงคุณค่าและความสำคัญของการรักษาทรัพยากรที่ดิน โดยสอดแทรกไว้ในหลักสูตรการศึกษาทุกระบบ รวมทั้งสร้างเครือข่ายองค์กรที่มีอยู่ในท้องถิ่นในการการเฝ้าระวังและดูแลรักษาทรัพยากรที่ดินให้สามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างยั่งยืน
    4.2 ขยายการส่งเสริมให้มีการใช้ข้อมูลเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อการศึกษาฝึกอบรมให้มากขึ้น
    4.3 สร้างกระบวนการเรียนรู้ด้านการพัฒนาที่ดินอย่างต่อเนื่อง โดยการจัดทำคลังข้อมูลเพื่อการเรียนรู้ให้ทุกคนสามารถเข้าถึงข้อมูลได้บน Web Site
    4.4 กระจายข้อมูลข่าวสารด้านการผลิตตามฤดูกาล และการเตือนภัยการเกษตร เพื่อลดความเสียหายจากผลกระทบของภัยธรรมชาติ
    4.5 ถ่ายทอดเทคโนโลยีการจัดการดิน น้ำ พืช ในแปลงเพาะปลูก อย่างถูกต้องและเหมาะสมให้กับเกษตรกร
    4.6 รณรงค์เผยแพร่ความรู้และความเข้าใจให้แก่เกษตรกร ในการใช้สารเคมี อาทิ ปุ๋ย สารปรับสภาพดิน สนับสนุนการใช้สารธรรมชาติทดแทนการใช้สารเคมี
    4.7 สนับสนุนการบริการความรู้และถ่ายทอดเทคโนโลยีการพัฒนาที่ดินที่ดี และเหมาะสม ผ่านศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรชุมชน
    4.8 เผยแพร่และประชาสัมพันธ์การใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีพื้นบ้าน และภูมิปัญญาท้องถิ่นผสมผสานกับเทคโนโลยีแผนใหม่
    4.9 ประชาสัมพันธ์และสร้างเครือข่ายความเข้าใจระหว่างเกษตรกรและชุมชน รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อสนับสนุนกระบวนการพัฒนาและส่งเสริมการทำการเกษตรแบบยั่งยืน โดยเฉพาะเกษตรอินทรีย์ เป็นต้น

  5. พัฒนาระบบข้อมูลและสารสนเทศด้านทรัพยากรที่ดินให้ครอบคลุมทั่วประเทศ โดยมีแนวทางการดำเนินงานดังนี้

    5.1 เพิ่มประสิทธิภาพการใช้ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศในการบริหารจัดการงานต่างๆ ของกรมฯให้สูงขึ้น เช่น จัดทำระบบข้อมูล ออกแบบ จัดทำโครงการและงบประมาณ จัดสรรงบประมาณ การจ้างเหมา การจัดทำรายงานต่างๆ รวมทั้งการประเมินผล เป็นต้น ให้สามารถทำงานได้ถูกต้อง แม่นยำ รวดเร็วขึ้น โดยเฉพาะงานติดตามผลและรายงานต่างๆ ผ่าน Web site บนระบบ Internet เป็นต้น
    5.2 ปรับปรุงข้อมูลและพัฒนาโปรแกรมทั้ง GIS และ MIS ที่ได้มีการจัดทำไว้แล้วให้มีความทันสมัย ถูกต้อง และสะดวกต่อการเรียกใช้ เข้าถึงข้อมูลได้สะดวกและรวดเร็ว รวมทั้งการพัฒนาโปรแกรมใหม่
    5.3 ปรับปรุงข้อมูลข่าวสารการพัฒนาที่ดิน โดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อให้เกษตรกร ชุมชน และประชาชนในระดับตำบล หมู่บ้าน ได้รับข้อมูลถูกต้อง รวดเร็ว
    5.4 เร่งรัดและพัฒนาบุคลากรด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ โดยเฉพาะบุคลากรที่ปฏิบัติงานใกล้ชิดกับเกษตรกร โดยผ่านศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรชุมชน ซึ่งเป็นศูนย์การเรียนรู้ การเกษตรของชุมชน เพื่อให้เกษตรกรและองค์กรเกษตรกรสามารถแลกเปลี่ยนและเข้าถึงข้อมูลข่าวสารกับหน่วยงานของรัฐ ภาคเอกชนภายในประเทศ และต่างประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวดเร็ว และถูกต้อง
    5.5 พัฒนาอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ทั้ง Hardware และ Software ให้มีทั้งปริมาณและ ประสิทธิภาพสูงสามารถรองรับและสนับสนุนระบบฐานข้อมูล GIS/MIS ในการเชื่อมต่อระบบ Network ให้สามารถใช้งานได้สะดวก รวดเร็ว รองรับการถ่ายทอดสารสนเทศสู่ชนบทได้อย่างมีประสิทธิภาพ
    5.6 พัฒนาระบบสื่อสารแลกเปลี่ยนข้อมูลเครือข่ายคอมพิวเตอร์ทั้งในระบบ Internet/Intranet ทั้งในส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในรูปข้อมูล-ภาพ-เสียง ให้มีประสิทธิภาพ ความเร็วสูง และกระจายกันอย่างทั่วถึง
    5.7 ให้มีการตรวจสอบ บำรุงรักษา การสำรอง และรักษาความปลอดภัยของข้อมูล รวมทั้งการ Upgrade อุปกรณ์ ระบบคอมพิวเตอร์ให้สามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
    5.8 พัฒนาระบบ Internet ให้สามารถใช้ได้ทั้งการ Update ข้อมูล การให้บริการข้อมูล และการถ่ายทอดเทคโนโลยี โดยมุ่งเน้นเกษตรกรเป็นกลุ่มเป้าหมายที่รับการบริการข้อมูลและปัจจัยต่างๆ ผ่านทางระบบ Internet

  6. ปรับระบบงานและพัฒนาขีดความสามารถของบุคลากร โดยมีแนวทางการดำเนินงานดังนี้

    6.1 ด้านการปรับโครงสร้างและระบบงาน

    1) ปรับระบบงานให้สอดคล้องกับการดำเนินงานตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี ปี 2546
    2)ปรับบทบาทภารกิจและปรับปรุงโครงสร้างขององค์กรให้เอื้อต่อการปฏิบัติงานเชิง พื้นที่ ปรับบทบาทจากการเป็นผู้ปฏิบัติไปเป็นผู้กำกับดูแลและอำนวยความสะดวก
    3) ปรับระบบงบประมาณเป็นแบบมุ่งผลลัพธ์ให้สามารถผ่อนคลายการบริหาร งบประมาณของหน่วยงานได้อย่างแท้จริง
    4) พัฒนาระบบมาตรฐานสากลของประเทศไทย ด้านการจัดการและสัมฤทธิ์ผลของงานภาครัฐ (P.S.O.) อย่างต่อเนื่อง
    5) จัดทำข้อตกลงการทำงาน (Public Service Agreement : PSA) และมีระบบควบคุมตรวจสอบการปฏิบัติงานอย่างชัดเจน โปร่งใส
    6) วางระบบการปฏิบัติงานและระบบข้อมูลที่เชื่อมโยงเป็นเอกภาพ และน่าเชื่อถือโดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ
    7) ให้ทุกหน่วยงานรณรงค์เผยแพร่ค่านิยมสร้างสรรค์ และจรรยาบรรณการทำงานที่ มุ่งประโยชน์ของประชาชนด้วยความสุจริต ขยันอดทน มีความรับผิดชอบ มุ่งมั่นทำงานให้สำเร็จ และสามารถทำงานร่วมกับประชาชนได้
    8) เตรียมความพร้อมให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในภารกิจ ที่กรมฯถ่ายโอนให้ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดำเนินการ ได้แก่ การปรับปรุงและซ่อมแซมแหล่งน้ำขนาดเล็ก โดยกรมฯจะให้คำปรึกษาแนะนำเทคนิคการออกแบบ และควบคุมตรวจสอบงาน

    6.2 ด้านการพัฒนาขีดความสามารถของบุคลากร
    1) บุคลากรของกรมฯ

    1.1) พัฒนากรมพัฒนาที่ดิน ให้เป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้
    1.2) พัฒนาบุคลากรของกรมฯ ให้รองรับกลไกการดำเนินงานของศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรชุมชน เช่น พัฒนาบุคลากรกรมฯ ให้สามารถวางแผนการพัฒนาทรัพยากรที่ดิน การพัฒนาหมอดินอาสาทุกตำบล ให้เป็นวิทยากร และช่วยงานบริการของกรมฯ ได้เป็นอย่างดี เช่น การหาข้อมูลความต้องการของเกษตรกร เป็นต้น
    1.3) พัฒนากำลังคนและความสามารถด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีและ
    การบริหารจัดการด้านปริมาณและคุณภาพ ให้สอดคล้องกับภารกิจ
    1.4) สนับสนุนและจัดหาทุนการศึกษาและทุนฝึกอบรมดูงาน และการแลกเปลี่ยนฝึกงานในองค์กรระหว่างประเทศรวมทั้งทุนแลกเปลี่ยนทางวิชาการ
    1.5) พัฒนาทักษะและเพิ่มความรู้ความสามารถในการวิจัย วิเคราะห์ปัญหาและแนวทางแก้ไขในระดับพื้นที่ให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง
    1.6) เร่งรัดพัฒนาบุคลากรด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ โดยเฉพาะบุคลากรที่ปฏิบัติงานใกล้ชิดกับเกษตรกร
    1.7) เพิ่มศักยภาพในการเจรจา ในเวทีความตกลงด้านทรัพยากรธรรมชาติ โดยพัฒนาทักษะความสามารถของบุคลากรทั้งด้านปริมาณและคุณภาพในการเจรจาต่อรอง ตลอดจนสร้างระบบฐานข้อมูลและเครือข่ายระหว่างองค์กรภายในประเทศและต่างประเทศ
    1.8) พัฒนาบุคลากรด้านการวิจัยและส่งเสริมการพัฒนาเทคโนโลยี และ
    ภูมิปัญญาท้องถิ่น

    2) หมอดินอาสา

    2.1) พัฒนาหมอดินอาสาประจำตำบลให้ครบทุกตำบลอย่างมีคุณภาพ
    รับผิดชอบในการสร้างจุดเรียนรู้ประจำตำบล และเป็นศูนย์บริการงานพัฒนาที่ดินประจำตำบล เป็นเครือข่ายขยายการปฏิบัติงานของกรมฯ ให้มีความครอบคลุมทั่วถึงทั่วประเทศได้อย่างรวดเร็ว และมากขึ้น
    2.2) พัฒนาหมอดินอาสาประจำหมู่บ้าน เป็นตัวแทนของกรมฯ ดูแลให้คำปรึกษาแนะนำเกษตรกรในหมู่บ้าน ประสานงานกับเจ้าหน้าที่ของกรมพัฒนาที่ดินและหมอดินอาสาประจำตำบล
    2.3) พัฒนาหมอดินอาสาให้เป็นผู้ประกอบการเกษตร และสามารถถ่ายทอด สู่เกษตรกรในพื้นที่ต่อไปได้
  • ผลผลิตและตัวชี้วัดความสำเร็จ ปีงบประมาณ 2547

    กรมพัฒนาที่ดินได้รับงบประมาณในงานจัดการทรัพยากรที่ดิน ภายใต้แผนงานส่งเสริมการผลิตการเกษตร มี 3 ผลผลิต ซึ่งจะมีตัวชี้วัดทั้งเชิงคุณภาพและตัวชี้วัดเชิงปริมาณ
    1) การพัฒนาทรัพยากรที่ดินและน้ำ
         ตัวชี้วัดเชิงปริมาณ
         - ทรัพยากรที่ดินได้รับการพัฒนา 1.71 ล้านไร่ / 114,000 ครอบครัว
         - แหล่งน้ำได้รับการพัฒนา 11,335 แห่ง
         ตัวชี้วัดเชิงคุณภาพ
        - พื้นที่เป้าหมายได้รับการปรับปรุง สามารถเพิ่มผลผลิตได้ ไม่น้อยกว่าร้อยละ 20
    2) การกำหนดเขตการใช้ที่ดิน
         ตัวชี้วัดเชิงปริมาณ
         - เขตการใช้ที่ดิน 12 ชนิดพืช
         ตัวชี้วัดเชิงคุณภาพ
         - เกษตรกรได้รับทราบข้อมูลเขตการใช้ที่ดินและสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้อย่างถูกต้องและเหมาะสมไม่น้อยกว่าร้อยละ 70
    3) การส่งเสริมและพัฒนาความเข้มแข็งให้เกษตรกร
         ตัวชี้วัดเชิงปริมาณ
         - หมอดินอาสาได้รับการพัฒนาองค์ความรู้ด้านพัฒนาที่ดิน 60,000 ราย
         - เกษตรกรได้รับการส่งเสริมและพัฒนาด้านอาชีพ 843,510 ไร่/78,200 ครอบครัว
         ตัวชี้วัดเชิงคุณภาพ
         - เกษตรกรที่ได้รับการส่งเสริมและพัฒนาอาชีพมีความมั่นคงในการประกอบอาชีพ ไม่น้อยกว่า ร้อยละ 70