นางสาวเบญจพร ชาครานนท์
อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน
ลงพื้นที่เพื่อตรวจติดตามการบริหารจัดการน้ำ และแผนโครงการปรับปรุงพัฒนาแหล่งน้ำของ จ.อำนาจเจริญ

               วันเสาร์ที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2564 เวลา 11.15 น. นางสาวเบญจพร ชาครานนท์ อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน พร้อมด้วย ดร.สถาพร ใจอารีย์ รองอธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน และ นายศรจิตร ศรีณรงค์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาที่ดินเขต 4 ร่วมลงพื้นที่กับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน และผู้บริหารระดับสูงหน่วยงานสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อตรวจติดตามการบริหารจัดการน้ำ และแผนโครงการปรับปรุงพัฒนาแหล่งน้ำของจังหวัดอำนาจเจริญ พร้อมรับมอบนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยให้กรมพัฒนาที่ดิน ขุดสระเก็บน้ำเพิ่มเติมในพื้นที่ ซึ่งในปีนี้จะเร่งรัดอนุมัติงบประมาณให้แล้วเสร็จตามแผนงานที่เตรียมการไว้ จากนั้นคณะผู้บริหารระดับสูงกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ร่วมกันปล่อยปลาจำนวน 100,000 ตัว เพื่อเป็นศิริมงคล ณ อ่างเก็บน้ำพุทธอุทยาน ต.บุ่ง อ.เมืองอำนาจเจริญ จ.อำนาจเจริญ 

“กระทรวงเกษตรฯ จะเป็นที่พึ่งของเกษตรกร ขอให้ทุกคนร่วมมือร่วมใจกัน เพื่อพัฒนาพื้นที่รับน้ำของอ่างเก็บน้ำพุทธอุทยานของกรมชลประทาน ดังกล่าวไปด้วยกัน”... ดร.เฉลิมชัย กล่าวทิ้งท้าย 

               เวลา 13.15 น. คณะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เดินทางไปตรวจเยี่ยมแปลงใหญ่แพะ ม.7 ต.นาป่าแซง อ.ปทุมราชวงศา จ.อำนาจเจริญ ซึ่งเป็นการรวมกลุ่มขึ้นทะเบียนในโครงการส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ด้านปศุสัตว์ มีสมาชิกที่เป็นเกษตรกรต้นแบบที่ประสบความสำเร็จในการเลี้ยงแพะ จนสามารถเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ของชุมชนและผู้ที่สนใจ ซึ่งกลุ่มแปลงใหญ่แพะนี้ ได้เข้าร่วมโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด ภายใต้แผนฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด – 19 โดยได้รับอุดหนุนเป็นจำนวนเงิน 3 ล้านบาท โดยในวันนี้ได้มีพิธีมอบวัสดุและเครื่องจักรกลการเกษตรให้แก่ตัวแทนเกษตรกร ที่เข้าร่วมโครงการฯ อาทิ อาหารสัตว์ หญ้าแห้ง รถแทรกเตอร์ รถเกี่ยวข้าว รถตัก รถบรรทุกพืชผล เป็นต้น 

               จากนั้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เดินทางต่อไปยัง วัดแจ่มอารมณ์ บ้านโคกสารท่า หมู่ที่ 5 ต.โคกสาร อ.ชานุมาน จ.อำนาจเจริญ เพื่อรับฟังปัญหาการเปลี่ยนแปลงระบบนิเวศแม่น้ำโขง และพบปะพี่น้องประชาชน ซึ่งระบบนิเวศในแม่น้ำโขงนี้ ได้รับผลกระทบในหลายด้าน ทั้งแม่น้ำโขงแห้งขอดจนเห็นเนินทราย น้ำโขงเปลี่ยนสี และน้ำขึ้น-ลง ผิดธรรมชาติ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จึงมุ่งเน้นแก้ปัญหาความยากจนและพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้มีรายได้น้อย เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม และสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจภายใน ควบคู่กับการแก้ไขปัญหาด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 

รายงาน/ภาพ : กลุ่มเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ สำนักงานเลขานุการกรม กรมพัฒนาที่ดิน