| |
ความแห้งแล้งในประเทศไทย
สาเหตุจากลมฟ้าอากาศดังกล่าว ความแห้งแล้งที่เกิดขึ้นในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคกลาง จึงเกิดขึ้นในระยะที่ไม่มีฝน คือ เดือนพฤศจิกายน ถึง เดือนพฤษภาคม และเป็นฤดูหนาวต่อเนื่องกับฤดูร้อน ส่วนภาคใต้จะเริ่มแห้งแล้งในเดือน กุมภาพันธ์ ถึง เดือนพฤษภาคม
“ช่วงความแห้งแล้งดังกล่าวอาจจะนานกว่าปกติถ้าหากมรสุมไม่พัดผ่านตรงตามช่วงเวลาในปีฝนปกติ”
อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยได้เกิดความแห้งแล้งขึ้นหลายครั้ง โดยมีปริมาณฝนเฉลี่ยทั้งปีในปีที่แห้งแล้งมีดังนี้
|
| พ.ศ |
ปริมาณฝน (ม.ม) |
2520
2521
2532
2535
2536
2540
2541
|
1,522
1,473
1,518
1,429
1,590
1,430
1,514 |
| ปริมาณฝนดังกล่าวนี้ต่ำกว่าปริมาณฝนเฉลี่ย 30 ปี ที่มีค่า 1,684 มิลลิเมตร |
|
เมื่อ พ.ศ. 2537 ได้เกิดปรากฏการณ์ เอล นินโญขึ้นผลกระทบที่ตามมาคือความแห้งแล้งในหลายภูมิภาค รวมทั้งประเทศไทยด้วย
“ปรากฏการณ์ เอล นินโญ” คือ “การอุ่นขึ้นอย่างผิดปกติของน้ำทะเลบริเวณตอนกลางและตะวันออกของมหาสมุทร แปซิฟิกเขตร้อน ซึ่งเกิดจากการอ่อนกำลังลงของลมค้า ตามปกติเหนือน่านน้ำมหาสมุทรแปซิฟิกเขตร้อนหรือมหาสมุทรแปซิฟิกเขตศูนย์สูตร จะมีลมค้าตะวันออกพัดปกคลุมเป็นประจำ ลมนี้จะพัดพาผิวหน้าน้ำทะเลที่อุ่นจากทางตะวันออก (บริเวณชายฝั่งประเทศเอกวาดอร์ เปรู และชิลีตอนเหนือ) ไปสะสมอยู่ทางตะวันตก (บริเวณชายฝั่งอินโดนีเซีย และออสเตรเลีย) ทำให้บรรยากาศเหนือบริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตกมีความชื้นเนื่องจากขบวนการ ระเหย และมีการก่อตัวของเมฆและฝนบริเวณตะวันออกและตะวันออกเฉียงใต้ของเอเชีย รวมทั้งประเทศต่างๆที่เป็นเกาะอยู่ในมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตก ขณะที่ทางตะวันออกของแปซิฟิกเขตศูนย์สูตรมีการไหลขึ้นของน้ำเย็นระดับล่าง ขึ้นไปยังผิวน้ำและทำให้เกิดความแห้งแล้งบริเวณชายฝั่งอเมริกาใต้ แต่เมื่อลมค้าตะวันออกมีกำลังอ่อนกว่าปกติ ลมที่พัดปกคลุมบริเวณตะวันออกของปาปัวนิวกินี จะเปลี่ยนทิศทางจากตะวันออกเป็นตะวันตก ทำให้เกิดคลื่นใต้น้ำพัดพาเอามวลน้ำอุ่นที่สะสมอยู่บริเวณแปซิฟิกตะวันตกไป แทนที่น้ำเย็นทางแปซิฟิกตะวันออก เมื่อมวลน้ำอุ่นได้ถูกพัดพาไปถึงแปซิฟิกศูนย์สูตรตะวันออก (บริเวณชายฝั่งประเทศเอกวาดอร์) ก็จะรวมเข้ากับผิวน้ำ ทำให้ผิวหน้าน้ำทะเลบริเวณนี้อุ่นขึ้น และน้ำอุ่นนี้จะค่อยๆ แผ่ขยายพื้นที่ไปทางตะวันตกถึงตอนกลางของมหาสมุทร ส่งผลให้บริเวณที่มีการก่อตัวของเมฆและฝนซึ่งปกติจะอยู่ทางตะวันตก ของมหาสมุทรเปลี่ยนแปลงไปอยู่ที่บริเวณตอนกลางและตะวันออก บริเวณดังกล่าวจึงมีฝนตกมากกว่าปกติ ขณะที่แปซิฟิกตะวันตกที่เคยมีฝนมากจะมีฝนน้อยและเกิดความแห้งแล้ง ”
การแก้ไขปัญหาความแห้งแล้ง
การแก้ไขปัญหาความแห้งแล้งในประเทศไทยที่ดำเนินการมาในอดีต ในพ.ศ. 2523 2537 และ 2541 มีการดำเนินการเฉพาะหน้าหรือเร่งด่วนไปพร้อมกันรวม 6 ด้าน คือ
1. การจัดสรรน้ำ เพื่อการประปา ผลักดันน้ำเค็ม อุปโภคบริโภค และการทำนาปรัง
2. ลดการใช้น้ำ โดยลดพื้นที่นาปรัง ปิดเส้นทางคมนาคมการเดินเรือชั่วคราว ห้ามมิให้ใช้น้ำจากทางน้ำชลประทานหรือทางน้ำอื่นที่เชื่อมกับทางน้ำชลประทาน เพื่อกิจกรรมสนามกอล์ฟ
3. ป้องกันน้ำเค็มที่จะกระทบสวนผลไม้ โดยการก่อสร้างทำนบชั่วคราว เพื่อป้องกันน้ำเค็มในแม่น้ำเจ้าพระยาและท่าจีนเข้าสู่สวนผลไม้
4. จัดหาน้ำเพิ่มเติม เช่นนำน้ำในกระบวนการผลิตมาใช้อีก (Recycle) ขุดบ่อบาดาลเพิ่ม เป่า-ล้างบ่อบาดาลที่มีอยู่ การทำฝนเทียม
5. การช่วยเหลือ โดยการแจกจ่ายน้ำเพื่อการอุปโภค บริโภค และการเกษตร รวมทั้งการจัดหาเครื่องสูบน้ำช่วยเหลือเกษตรกร
6. ประชาสัมพันธ์ ให้ประชาชนใช้น้ำอย่างประหยัด ลดการทำนาปรัง
สรุป
ความแห้งแล้งที่เกิดขึ้นในประเทศไทยในอดีตนั้น เป็นความแห้งแล้งที่เกิดขึ้นตามฤดูกาล ช่วงความแห้งแล้งดังกล่าวอาจจะนานกว่าปกติ ถ้าหากมรสุมไม่พัดผ่านตรงตามช่วงเวลาในปีฝนปกติ
หน้าก่อน
|
 |
 |
กรมพัฒนาที่ดิน เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900
โทร. 02-562-5100
Land Development Department, Bangkok, Thailand. |
|
Copyright @ Land Development Department 2010 |
|
 |
| |