โลก ซึ่งนักวิทยาศาสตร์ประมาณกันว่าสิ้นศตวรรษที่ 20 สิ่งมีชีวิตต่างๆ ในโลกจะสูญพันธุ์ไปอีกไม่น้อยกว่า 20-50 ชนิดด้วยกัน ผลลัพธ์สำคัญของการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพคือ ทำให้ความสมดุลในโลกเปลี่ยนแปลงไป ความสมดุลที่เปลี่ยนไปเพียงเล็กๆน้อยๆ ก่อนหน้านี้เราอาจจะไม่รู้สึกกัน แต่ภัยธรรมชาติที่หลายประเทศทั่วโลกรวมทั้งประเทศไทยของเราได้รับอยู่เวลานี้คงทำให้หลายคนตระหนักแล้วว่า เมื่อความสมดุลสูญเสียไปมากๆ ภัยพิบัติทางธรรมชาติก็จะตามเรามาติดๆกัน พื้นที่ซึ่งเคยเป็นทางไหลของน้ำ กลายเป็นหมู่บ้านจัดสรร หรืออาคารก่อสร้างขนาดใหญ่ พื้นที่ชุ่มน้ำกลายเป็นห้างสรรพสินค้าชั้นนำ หรือดินแดนซึ่งเคยเป็นที่อาศัยของสัตว์ป่าและแมกไม้นานาพันธุ์ กลายเป็นเขื่อนขนาดยักษ์ ป่าชายเลนกลายเป็นนากุ้ง ป่าดิบชื้นบนภูเขา กลายเป็นไร่ข้าวโพด ฯลฯ ความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้จึงตามมาด้วย น้ำท่วมโคลนถล่ม และสารพัดภัยพิบัติทางธรรมชาติ ใช่ว่าเราจะไม่เคยพูดถึงผลเสียจากความสูญเสียความหลากหลายทางธรรมชาติ ตลอด 10-20 ปี ที่ผ่านมาเราพูดกันมาตลอด ในห้องเรียนเราก็ถูกสั่งสอนกันมาตลอด ซึ่งเราก็ได้แต่พูด แค่พูดแต่ไม่ทำ ทำก็ทำนิดๆ หน่อยๆ ไม่เพียงพอที่จะหยุดยั้งความสูญเสียได้ เราปล่อยให้คนที่ต้องการสร้างและทำลายมีอิทธิพลมากกว่าคนที่ต้องการอนุรักษ์ จึงไม่แปลกที่ ไอยูซีเอ็นจะสรุปว่าทั่วโลกประสบความล้มเหลวในการรักษาความหลากหลายทางชีวภาพและถ้ายังไม่ตระหนัก ไม่มีใครสำนึกกับสิ่งที่เกิดขึ้น ปีหน้า ปีต่อไป และปีต่อไปเราก็ต้องเผชิญกับสิ่งที่จะตามมากับความไม่สมดุลในโลกอยู่เรื่อยๆ ซึ่งไม่มีใครรู้ว่าจะหนักหนาสาหัสอีกสักเท่าไร ...
Copyright @ Land Development Department 2010