ความเห็นและข้อเสนอแนะของสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ การสร้างความพร้อมของประเทศไทยในการปฏิบัติตามอนุสัญญาด้านทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม

อนุสัญญา (Convention) เป็นข้อตกลงระหว่างประเทศ เพื่อใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติไปสู่ข้อยุติตามจุดประสงค์ของอนุสัญญา อนุสัญญากำเนิดจากปัญหาและข้อขัดแย้งในเรื่องผลประโยชน์ของประเทศต่างๆ ซึ่งกลุ่มประเทศที่ได้รับความเสียหายจะปรึกษาหารือร่วมกันจนพัฒนาเป็นร่างข้อตกลงเบื้องต้น อนุสัญญาจะใช้วิธีลงนามสนับสนุน เมื่อครบจำนวนประเทศผู้ลงนามสนับสนุนตามที่กำหนดไว้แล้ว ถือว่าอนุสัญญาฉบับนั้นมีผลบังคับใช้ โดยใช้หลักการและแนวคิดอยู่บนพื้นฐานของงานวิชาการโดยใช้รายงาทางวิชาการรองรับข้อตกลง อนุสัญญาด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จึงเป็นข้อตกลงระหว่างประเทศต่างๆ เพื่อแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมโลกร่วมกัน เนื่องจากระบบนิเวศน์ของโลกมีความเชื่อมโยงเป็นระบบเดียวกัน อนุสัญญามีทั้งประโยชน์และสร้างความเสียหายแก่ประเทศผู้เป็นสมาชิกได้ ซึ่งขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ สำหรับประเทศมหาอำนาจซึ่งมีความพร้อมทั้งทางด้านทุน มีความเชี่ยวชาญเรื่องกระบวนการของอนุสัญญา มีความสามารถในการหาข้อมูลและค้นคว้าวิจัย จะมีอำนาจต่อรองสูงกว่าประเทศสมาชิกอื่น รวมทั้งมีอำนาจการต่อรองในการปรับแก้เงื่อนไขอนุสัญญาให้เป็นประโยชน์ต่อประเทศของตนและประเทศสมาชิกที่เป็นกลุ่มพวกเดียวกันสูง กระบวนการของการทำอนุสัญญาส่วนใหญ่จะเริ่มต้นดี เพราะมีหลักการและแนวคิดอยู่บนพื้นฐานของงานวิชชาการ แต่ภายหลังจากการประชุมสามัญ (COP : Conference of the party) จะเกิดการแย่งชิงกัน เพื่อให้ประเทศของตนและกลุ่มประเทศที่เป็นพวกเดียวกันได้ ผลประโยชน์ตอบแทนจากการตกลงมากที่สุด เป็นผลให้ข้อตกลงที่ริเริ่มมาจากเหตุผลทางวิชาการ เพื่อสนับสนุนผลประโยชน์ของประเทศสมาชิกทั้งหมด กลายเป็นข้อตกลงที่เกิดจากการผลักดัน โดยทางการเมืองระหว่างประเทศ และอาจใช้ข้อมูลทางวิชาการที่บิดเบือน มีเจตนาเลือกหัวข้อการศึกษาวิจัยเฉพาะที่ให้ประโยชน์ต่อตนเองและกลุ่มพวก ประเทศที่เข้าร่วมในกระบวนการของอนุสัญญา โดยการลงนามเพื่อเข้าเป็นสมาชิกตั้งแต่ระยะต้นๆของอนุสัญญา จะทำให้มีโอกาสด้านการเตรียมความพร้อมและสร้างความสามารถด้านการปรับตัวเพื่อใช้ประโยชน์จากอนุสัญญาได้เร็วกว่าประเทศที่เข้าเป็นสมาชิกในระยะต่อมา สำหรับประเทศที่พึ่งพาตนเองได้และเป็นที่พึ่งของประเทศอื่น การไม่เข้าร่วมเป็นประเทศ

       สมาชิกหรือเข้าร่วมเป็นสมาชิกช้าจะเป็นผลดีกว่า แต่การที่ประเทศดังกล่าวเข้าเป็นสมาชิกอนุสัญญาใดๆ จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อต้องการได้รับเกียรติยศและต้องการผลประโยชน์มากขึ้น สำหรับประเทศไทยเป็นประเทศเล็กๆ อาจจัดอยู่ในกลุ่มประเทศที่ยังจำเป็นต้องพึ่งพาประเทศอื่นๆในหลายๆเรื่องมีอำนาจต่อรองน้อย การเข้าเป็นภาคีอนุสัญญาจึงมีความจำเป็น

อุปสรรคต่อการดำเนินงานตามอนุสัญญาของประเทศไทย

  1. ปัญหาโครงสร้างการบริหารจัดการในระบบราชการไม่มีลักษณะการทำงานแบบบูรณาการ ความรับผิดชอบของแต่ละอนุสัญญา มีการจัดแบ่งภารกิจไปตามแต่ละหน่วยงานซึ่งเป็นหน่วยงานระดับกรม มีกฎหมายเฉพาะของแต่ละกรม แต่ละหน่วยงานจึงมีการปฏิบัติเฉพาะภายใต้อำนาจหน้าที่ตามกฎหมายของตนเท่านั้น ขาดผู้กำหนดทิศทางอย่างชัดเจน ส่งผลให้มีปัญหาในการปฏิบัติตามอนุสัญญา และส่งผลกระทบต่อการเตรียมความพร้อมในการเจรจาแลกเปลี่ยนผลประโยชน์

  2. ปัญหาหน่วยงานราชการขาดผู้เชี่ยวชาญสำหรับปฏิบัติงานให้เกิดความต่อเนื่องจากการสลับสับเปลี่ยนหน้าที่ของผู้บริหารและเกษียณอายุราชการของผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งเป็นผลให้ขาดกระบวนการสร้างองค์ความรู้ และการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านอนุสัญญาภายในหน่วยงานให้สืบถอดแก่คนรุ่นต่อไป

  3. ปัญหาการขาดงานวิจัยและค้นหาข้อมูลวิชาการ รวมถึงการวิจัยทางด้านกฎหมายกระบวนการยุติธรรม ธรรมมาภิบาลและการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน ซึ่งกระทบต่อกระบวนการกำหนดนโยบาย เพื่อเตรียมความพร้อมที่ต้องนำไปใช้ในการเจรจาต่อรอง

  4. ปัญหาการขาดความเข้าใจในบทบาทภารกิจ องค์กรภาคการเมืองซึ่งมีบทบาทสำคัญในการให้ความสนับสนุนหรือท้วงติง ให้การปฏิบัติมีผลต่อประเทศไทยโดยรวม

  5. ปัญหาการมีส่วนร่วมของภาคส่วนต่างๆ ภาคราชการที่จะต้องทำงานอย่างบูรณาการกันภาคการเมืองซึ่งไม่มีความเข้าใจในบทบาทของตนเอง และภาคประชาชนซึ่งยังไม่มีความรู้ ความเข้าใจว่าเกี่ยวข้องอย่างไรกับการดำเนินชีวิตประจำวัน

  6. ปัญหาการขาดความเชื่อมั่นของประชาชนเกี่ยวกับการใช้อนุสัญญา อนุรักษ์ ปกป้อง และการแก้ไขปัญหาการทำลายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ทำให้เกิดการไม่ให้ความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ เนื่องจากประชาชนไม่มีความรู้และขาดความเข้าใจเกี่ยวกับอนุสัญญาแต่ละฉบับรวมทั้งประชาชนมีความเข้าใจผิดพลาดว่าอนุสัญญาอาจสร้างปัญหาและผลกระทบมากกว่าการสร้างประโยชน์
หน้าถัดไป
กรมพัฒนาที่ดิน เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900
โทร. 02-562-5100
Land Development Department, Bangkok, Thailand.

Copyright @ Land Development Department 2010