ไทยร่วมมือองค์การสหประชาชาติ ต่อต้านการแปรสภาพเป็นทะเลทรายและความแห้งแล้ง
 
(รายงานพิเศษ)

ประชากรประมาณหนึ่งพันล้านคน ในร้อยประเทศทั่วโลก ประสบปัญหาและผลกระทบจากการแปรสภาพเป็นทะเลทรายและความแห้งแล้ง ดังนั้น ในการประชุมสุดยอดของโลก เมื่อปี ค.ศ. 1992 ณ เมืองริโอเดอจาเนโร ประเทศบราซิล สหประชาชาติ จึงมีดำริ ให้ร่าง อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้านการแปรสภาพเป็นทะเลทรายและความแห้งแล้ง ( United Nations Convention to Combat Desertification in Those Countries Experiencing Serious Drought and/or Desertification ,Particularly in Africa:UNCCD ) ขึ้น จนมีผลบังคับใช้ในปี ค.ศ. 1994 ซึ่งปัจจุบันมีสมาชิกรวม 194 ประเทศ รวมทั้งประเทศไทยด้วย แต่ประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ ยังไม่ค่อยตระหนักถึงปัญหาดังกล่าว เนื่องจากผลกระทบที่เกิดขึ้นยังไม่วิกฤตจนถึงขั้นทำให้ขาดแคลนอาหารและน้ำอย่างรุนแรง ถึงแม้ว่าการแปรสภาพเป็นทะเลทรายในประเทศไทย ยังไม่รุนแรงจนถึงมีสภาพเป็นทะเลทราย แต่ก็อาจจะทวีความรุนแรงมากขึ้นได้ หากป่าไม้ยังคงถูกทำลาย พื้นที่ดินเสื่อมโทรมยังคงเพิ่มมากขึ้น การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทำให้เกิดภัยแล้งบ่อยครั้งและยาวนานขึ้น รวมทั้งการแพร่กระจายดินเค็ม ที่ประเทศไทยมีดินเค็มจัดอยู่กว่า 1 ล้านไร่ ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพิ่มมากขึ้นโดยปราศจากการดูแลเอาใจใส่

นายวรพงษ์ วรามิตร ผู้อำนวยการส่วนงานอนุสัญญาว่าด้วยการต่อต้านการแปรสภาพเป็นทะเลทราย กรมพัฒนาที่ดิน ในฐานะหัวหน้าสำนักงานผู้ประสานงานอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้านการแปรสภาพเป็นทะเลทราย ประจำประเทศไทย และปัจจุบันดำรงตำแหน่งรองประธานคณะกรรมการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของอนุสัญญา ฯ กล่าวว่า ถึงแม้ว่าประเทศไทยยังไม่ถึงขั้นเป็นทะเลทราย แต่ก็ประสบปัญหาความแห้งแล้งและความเสื่อมโทรมของทรัพยากรดินเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการเกษตรของประเทศ เนื่องจากมีพื้นที่ ที่ใช้ทำเกษตรกรรมอยู่จำกัดเพียง 130 ล้านไร่ จากพื้นที่ประเทศทั้งหมด 320 ล้านไร่ ดังนั้น ประเทศไทยจึงสมควรทุ่มเทแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างจริงจัง โดยการใช้ที่ดินอย่างมีแบบแผน มีการฟื้นฟูปรับปรุงบำรุงดินและจัดการที่ดินอย่างยั่งยืน มีระบบอนุรักษ์ดินและน้ำเพื่อการรักษาและใช้ประโยชน์อย่างมีประสิทธิภาพและที่จะขาดไม่ได้ก็คือ การสนับสนุนจากภาครัฐ และความร่วมมือจากภาคเอกชนและเกษตรกรผู้ใช้ที่ดินในการดูแลทรัพยากรดินอย่างจริงจัง

ที่ผ่านมา ทางกรมพัฒนาที่ดิน ได้มีโครงการต่อต้านความเสื่อมโทรมของที่ดินและความแห้งแล้งร่วมกับทุกภาคส่วน โดยเฉพาะการร่วมกับเกษตรกรทำโครงการ ภายใต้ชื่อ ”โครงการหมอดินอาสา” กรม ฯ มีแผนปฏิบัติการของประเทศที่สอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และในช่วงระหว่าง ปี ค.ศ.2010 – 2014 กองทุนสิ่งแวดล้อมโลกได้จัดสรรงบประมาณให้ประเทศไทยใช้ในการดำเนินการต่อต้านการแปรสภาพเป็นทะเลทรายจำนวน 2.48 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งทุก ๆ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถขอใช้งบประมาณดังกล่าวได้ โดยกองทุนสิ่งแวดล้อมโลกมีวัตถุประสงค์ ในการใช้เพื่อพัฒนาความรู้ความสามารถของบุคลากรและเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารให้เกิดความตระหนักในเรื่องความสำคัญของการต่อต้านการแปรสภาพเป็นทะเลทราย อย่างไรก็ตาม งบประมาณดังกล่าวยังคงเป็นเพียงส่วนน้อย ถึงกระนั้นก็ตาม ปัญหาการแปรสภาพเป็นทะเลทรายเป็นปัญหาใหญ่ที่ทุกฝ่ายต้องทุ่มเทอย่างจริงจัง

“หากมีคำถามว่าถึงเวลาแล้วหรือยังที่คนไทย ต้องหันมาสนใจแก้ปัญหาการแปรสภาพเป็นทะเลทรายและความแห้งแล้ว คำตอบก็คือ เวลานี้เป็นเวลาที่เหมาะสมที่คนไทยต้องหันมาสนใจ เพราะการแปรสภาพเป็นทะเลทรายมีผลทำให้ทั้งคุณภาพและปริมาณสินค้าเกษตรลดต่ำลง ในขณะที่ความหวังทั้งคุณภาพและปริมาณเพิ่มขึ้น และผลกระทบจะทำให้ทั้งรายได้และความมั่นคงทางอาหารลดลง ปัจจุบันโลกให้ความสำคัญกับการักษาสิ่งแวดล้อมเพิ่มขึ้นอย่างมาก ภาคเกษตรกรรมก็ทวีความสำคัญในทางเศรษฐกิจของประเทศและระหว่างประเทศมากขึ้น เราจึงได้ยินข่าวการเจรจาพหุภาคีระหว่างประเทศในเรื่องการเกษตร อาหารและสิ่งแวดล้อมอยู่เสมอ ๆ กฎกติการะหว่างประเทศก็มีมากขึ้น สินค้าเกษตรและอาหารถูกกำหนดให้ต้องแสดงรายละเอียดคุณภาพแก่ผู้บริโภคมากขึ้น และอาจรวมถึงการต้องมีฉลากแสดงการรับรองการจัดการปัจจัยการผลิตที่รวมถึงการอนุรักษ์ดินและน้ำและการรักษาสิ่งแวดล้อมด้วย ประชาชนอาจถูกทำให้มีแรงจูงใจในการซื้อสินค้าที่รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น หรือต่างประเทศอาจใช้เป็นข้ออ้างในการกีดกันทางการค้า ดังนั้นการดำเนินการต่อต้านการแปรสภาพเป็นทะเลทรายจึงเป็นเครื่องค้ำจุนเศรษฐกิจของประเทศได้อีกทางหนึ่ง” นายวรพงษ์ กล่าว

หากท่านใดสนใจข้อมูลเกี่ยวกับ UNCCD สามารถเข้าไปดูได้ที่เว็บไซต์กรมพัฒนาที่ดิน http://irw101.ldd.go.th/Web_UNCCD/index.htm เรามาช่วยกันพลิกฟื้นความอุดมสมบูรณ์ให้กับผืนแผ่นดินไทยตั้งแต่วันนี้ ก่อนที่มันจะกลายสภาพเป็นทะเลทรายในที่สุด 

ที่มา  :  หนังสือพิมพ์แนวหน้า ฉบับวันที่ 27 กรกฎาคม 2554 หน้า 18

 

 

 

กรมพัฒนาที่ดิน เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900
โทร. 02-562-5100
Land Development Department, Bangkok, Thailand.

Copyright @ Land Development Department 2010