แผนรับมือ “ภัยพิบัติ ปี 54”

               ปัญหาภัยแล้ง  คาดว่าปี  2554  สถานการณ์จะยังมีความรุนแรง  อันเป็นผลต่อเนื่องจากปัญหาวิกฤตน้ำในเขื่อนปีผ่านมา  ทำให้สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำทั่วประเทศยังอยู่ในเกณฑ์น้อยมีปริมาณน้ำต้นทุนที่ใช้การณ์ได้  24,957  ล้านลบ.ม.  น้อยกว่าปี 2552  จำวน  1,024  ล้านลบ.ม.  โดยเฉพาะเขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์  ปริมาณน้ำยังต่ำกว่าเกณฑ์ปกติ  มีปริมาณน้ำใช้การได้  7,157  ล้านลบ.ม. 
แต่นโยบายของรัฐบาลในเรื่องประกันรายได้และความช่วยเหลือการประสบปัญหาภัยพิบัติด้านการเกษตรในช่วงที่ผ่านมา  ทำให้เกษตรกรมีความต้องการเพาะปลูกสูง  อย่างไรก็ตามปรากฏการณ์ลานีญายังคงมีอิทธิพลอยู่  จึงจำเป็นต้องเพิ่มพื้นที่เป้าหมายในการปลูกข้าวนาปรัง  เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์และปริมาณน้ำต้นทุน  โดยเฉพาะบริเวณพื้นที่ภาคกลาง  ภาคเหนือตอนล่าง  เป็นพื้นที่รับน้ำจากเขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์  ในปีนี้น้ำทั้ง  2  เขื่อนคาดว่าจะสูงกว่าปีที่แล้ว


ทั้งนี้  จากการวิเคราะห์พื้นที่เตือนภัยแล้งในพื้นที่ทำการเกษตร  มีจังหวัดที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ  จำนวน 73  จังหวัดคิดเป็นเนื้อที่จำนวน  133,249  ล้านไร่  ได้แก่  กำแพงเพชร  เชียงราย  เชียงใหม่  ตาก  นครสวรรค์  น่าน  พะเยา  พิจิตร  พิษณุโลก  เพชรบูรณ์  แพร่  แม่ฮ่องสอน  ลำปาง  ลำพูน  สุโขทัย  อุตรดิตถ์  อุทัยธานี  กาญจนบุรี  ชัยนาท  นครนายก  นนทบุรี  ปทุมธานี  ประจวบคีรีขันธ์  พระนครศรีอยุธยา  เพชรบุรี  ราชบุรี  ลพบุรี  สมุทรปราการ  สมุทรสาคร  สระบุรี  สิงห์บุรี  สุพรรณบุรี  อ่างทอง   กาฬสินธุ์  ขอนแก่น  ชัยภูมิ  นครพนม  นครราชสีมา  บุรีรัมย์  มหาสารคาม  มุกดาหาร  ยโสธร  ร้อยเอ็ด  เลย  สกลนคร  ศรีสะเกษ  สุรินทร์  หนองคาย  หนองบัวลำภู  อุดรธานี  อุบลราชธานี  อำนาจเจริญ  จันทบุรี  ฉะเชิงเทรา  ชลบุรี  ตราด  ปราจีนบุรี  ระยอง  สระแก้ว  กระบี่  ชุมพร  ตรัง  นครศรีธรรมราช  นราธิวาส  ปัตตานี  พังงา  พัทลุง  ภูเก็ต  ยะลา  ระนอง  สงขลา  สตูล  สุราษฎร์ธานี


เบื้องต้นแบ่งการแก้ไขปัญหาออกเป็น  3  ระยะเช่นกัน  คือ
                ระยะก่อนเกิดภัย  เน้นการป้องกันและลดผลกระทบ  ประกอบด้วย  การปรับปรุงแหล่งน้ำให้สามารถกักเก็บน้ำ  จำนวน  17,943  แห่ง  แยกเป็นสระเก็บกักน้ำในไร่นานอกเขตชลประทาน  จำนวน  17,758  บ่อ  และแหล่งน้ำขนาดเล็ก  185  แห่ง  การก่อสร้างปรับปรุงแหล่งน้ำเพื่อการป้องกันและบรรเทาภัยแล้ง  ใช้งบประมาณจำนวน  2,671.606  ล้านบาท  แบ่งเป็นการก่อสร้างโครงการชลประทานขนาดเล็ก  95  โครงการ  วงเงิน  1,740.593   ล้านบาท  ขุดสระเก็บน้ำในไร่นา  8,000  บ่อ  วงเงิน  142.40  ล้านบาท  ก่อสร้างแหล่งน้ำขนาดเล็ก  232  แห่ง  775.431  ล้านบาท  และงานก่อสร้างปรับปรุงระบบแหล่งน้ำในเขตปฏิรูปที่ดิน  20  แห่ง  วงเงิน  13.182  ล้านบาท  นอกจากนี้  ยังมีการพัฒนาระบบข้อมูลสารสนเทศ  เพื่อการพยากรณ์และแจ้งเตือนภัย  การจัดทำข้อมูลพื้นที่เสี่ยงภัยการเฝ้าระวังและแจ้งเตือนภัย  การเตรียมความพร้อมของหน่วยงานประชาสัมพันธ์ให้ความรู้ทางวิชาการ

               ระยะเกิดภัย  เน้นการบริหารจัดการในภาวะฉุกเฉิน  ทั้งการติดตามและแจ้งเตือนภัย  การประเมินผลกระทบและการให้ความช่วยเหลือเบื้องต้นทั้งด้านน้ำ  ด้านพืช  ประมง  และปศุสัตว์


               ระยะหลังเกิดภัย   เน้นการให้ความช่วยเหลือความเดือดร้อนเกษตรทั้งเงินและการฟื้นฟูอาชีพให้  สำหรับแผนรับมือปัญหาภัยพิบัติด้านการเกษตรช่วงที่  2  เดือนเมษายน  2554 –กันยายน  2554  แบ่งเป็นการป้องกันปัญหาภัยแล้งและฝนทิ้งช่วง  จากการวิเคราะห์ข้อมูลมีพื้นที่ที่มีโอกาสเกิดฝนทิ้งช่วง  จำนวน  53  จังหวัด  เนื้อที่รวม  43.308  ล้านไร่  ได้แก่  กำแพงเพชร  เชียงราย  เชียงใหม่  ตาก  นครสวรรค์  น่าน  พะเยา  พิจิตร  พิษณุโลก  เพชรบูรณ์  แพร่  แม่ฮ่องสอน  ลำปาง  ลำพูน  สุโขทัย  อุตรดิตถ์  อุทัยธานี  กาญจนบุรี  ชัยนาท  นครนายก  นนทบุรี  ปทุมธานี  ประจวบคีรีขันธ์  พระนครศรีอยุธยา  เพชรบุรี  ราชบุรี  ลพบุรี  สมุทรปราการ  สมุทรสาคร  สระบุรี  สิงห์บุรี  สุพรรณบุรี  อ่างทอง   กาฬสินธุ์  ขอนแก่น  ชัยภูมิ  นครราชสีมา  บุรีรัมย์  มหาสารคาม  มุกดาหาร  ยโสธร  ร้อยเอ็ด  เลย  ศรีสะเกษ  สุรินทร์  หนองคาย  หนองบัวลำภู  อุดรธานี  อุบลราชธานี  อำนาจเจริญ  จันทบุรี  ฉะเชิงเทรา  ชลบุรี  ปราจีนบุรี  ระยอง  และสระแก้ว 


มีการเตรียมให้ช่วยเหลือด้านน้ำทั้งการส่งน้ำเข้าไปให้ความช่วยเหลือและเพิ่มประมาณน้ำต้นทุนเขื่อนขาดใหญ่ให้เพียงพอต่อความต้องการ

ที่มา        :   หนังสือพิมพ์มติชน  ฉบับวันที่  29  มกราคม  พ.ศ.  2554

 

กรมพัฒนาที่ดิน เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900
โทร. 02-562-5100
Land Development Department, Bangkok, Thailand.

Copyright @ Land Development Department 2010