ในปี 1938 Charles Kellogg
นักธรรมชาติวิทยา ชาวอเมริกัน กล่าวไว้ว่า "สิ่งมีชีวิตทุกชนิดต้องอาศัยดินในการดำรงอยู่
สิ่งมีชีวิตไม่สามารถดำรงอยู่ได้โดยปราศจากดิน และไม่มีดินใดที่ปราศจากสิ่งมีชีวิต
ทั้งสองสิ่งนี้เกี่ยวพันซึ่งกันและกัน" ดินที่มีความอุดมสมบูรณ์นั้น
เป็นทรัพยากรสำคัญของโลกที่ไม่สามารถนำสิ่งใดมาทดแทนได้
และมีอยู่อย่างจำกัด ดินเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้สิ่งมีชีวิตดำรงอยู่บนโลก
และช่วยให้เรามีน้ำ , อาหาร , อาหารสัตว์ และพลังงาน
กระนั้น เมื่อประชากรโลกเพิ่มขึ้น
การแข่งขันเพื่อเรียกร้องสิทธิในการใช้ทรัพยากรที่มีจำกัดนี้ก็เพิ่มขึ้นอย่างรุนแรงเช่นกัน
ที่ดินที่อุดมสมบูรณ์ได้ถูกใช้เพื่อการกสิกรรมและการเลี้ยงสัตว์อย่างหนัก
รวมถึงเพื่อรองรับการเติบโตด้านสาธารณูปโภค การขยายพื้นที่อยู่อาศัย
และการทำเหมืองแร่ อีกทั้งการที่ผู้เกี่ยวข้องด้านการกำหนดนโยบายมักจะมองข้ามปัญหาหรือให้แนวทาง
การใช้ที่ดินอย่างผิด ๆ นั้น ยิ่งส่งผลให้สถานการณ์เหล่านี้แย่ลง
ภายในปี 2030 มีการคาดการณ์ว่าความต้องการด้านอาหารจะสูงขึ้น
50 เปอร์เซ็นต์ และความต้องการด้านพลังงานและน้ำ จะสูงขึ้น
45 และ 30 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ ทั้งนี้ เพียงแค่ปริมาณอาหารตามความต้องการดังกล่าวนั้น
ก็ต้องผลิตบนที่ดินที่อุดมสมบูรณ์ ในพื้นที่ที่ต้องการมากขึ้นอีกถึง
120 ล้านเฮกตาร์ (1 เฮกตาร์ เท่ากับ 10,000 ตารางเมตร)
ซึ่งเทียบเท่ากับขนาดพื้นที่ของประเทศแอฟริกาใต้ ถ้าที่ดินที่มีสภาพเสื่อมโทรมไม่ได้รับการฟื้นฟู
พื้นที่ป่าไม้และพื้นที่อื่น ๆ จะต้องถูกนำมาใช้เพื่อตอบสนองความต้องการผลิตอาหาร
อัตราการเกิดความเสื่อมโทรมของที่ดินในพื้นที่แห้งแล้งเป็นสิ่งที่น่ากังวล
เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีความเปราะบางเสื่อมโทรมได้ง่าย
จากการเป็นพื้นที่แห้งแล้งและขาดแคลนน้ำ การเสื่อมโทรมของที่ดินในที่นี้เรียกว่า
การแปรสภาพเป็นทะเลทราย เนื่องจากมันทำให้เกิดสภาพคล้ายทะเลทรายขึ้น
ในแต่ละปี ที่ดินขนาด 12 ล้านเฮกตาร์ หรือเทียบเท่ากับขนาดครึ่งหนึ่งของพื้นที่ประเทศสหราชอาณาจักร
ได้สูญเสียความอุดมสมบูรณ์ อันเนื่องมาจากการแปรสภาพเป็นทะเลทรายและความแห้งแล้ง
ซึ่งถ้าพื้นที่ดังกล่าวยังคงอุดมสมบูรณ์ จะสามารถใช้ปลูกข้าวได้ถึง
20 ล้านตัน
พื้นที่ที่แห้งแล้งในปัจจุบัน
สามารถรองรับระบบการเพาะปลูกของโลก ได้ถึง 44 เปอร์เซ็นต์
และรองรับการปศุสัตว์ ได้ถึง 50 เปอร์เซ็นต์ ถ้าเราต้องการความสำเร็จในการสร้างความมั่นคงทางด้านอาหาร
, น้ำ และพลังงาน สำหรับประชากรโลก ในอีกยี่สิบปีข้างหน้า
เราจำเป็นต้องดำเนินการทุกวิถีทางในการต่อต้านการแปรสภาพเป็นทะเลทราย
และการฟื้นฟูพื้นที่ที่มีสภาพเสื่อมโทรม
การประชุมระดับโลก ในวันต่อต้านการแปรสภาพเป็นทะเลทรายโลกในปีนี้
จัดขึ้นที่เมืองริโอเดอ จาเนโร ประเทศบราซิล ก่อนการประชุม
Rio บวก 20 เพียงไม่กี่วัน และในท้ายที่สุดของการประชุม
ผู้นำระดับโลก Rio บวก 20 จำเป็นต้องให้การรับรองและนำเป้าหมายในการใช้ที่ดินอย่างยั่งยืนที่ชัดเจนไปปฏิบัติ
ในทุก ๆ ประเทศ และเพื่อให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าว เราจำเป็นต้องหลีกเลี่ยงการเกิดความเสื่อมโทรมของที่ดินในเขตพื้นที่ที่อุดมสมบูรณ์
และฟื้นฟูความอุดมสมบูรณ์ของดินในพื้นที่ที่เสื่อมโทรม
อีกทั้ง เราจำเป็นต้องหลีกเลี่ยงการตัดไม้ทำลายป่า และมีการดำเนินการตามนโยบายเตรียมความพร้อมเพื่อต่อสู้กับความแห้งแล้งซ้ำซากในทุกประเทศและทุกภูมิภาค
แม้ว่าที่ผ่านมา เป้าหมายเรื่อง
การปราศจากความเสื่อมโทรมของที่ดิน หรือ Zero Net Land
Degradation ยังไม่ประสบความสำเร็จ แต่ก็มีเรื่องราวของความสำเร็จต่าง
ๆ ในการฟื้นฟูที่ดิน อีกทั้งการค้นพบทางวิทยาศาสตร์และความรู้ทางเทคนิคต่าง
ๆ ในปัจจุบัน บ่งชี้ว่าเป้าหมายนี้สามารถเป็นจริงได้ แนวทางปฏิบัติเพื่อแก้ไขการแปรสภาพเป็นทะเลทรายนั้นมีอยู่จริง
และได้ถูกนำไปปฏิบัติแล้วโดยหลายชุมชนท้องถิ่นทั่วโลก
การคงความอุดมสมบูรณ์ของดิน และการฟื้นฟูที่ดินที่มีสภาพเสื่อมโทรมนั้น
ทำให้เรามั่นใจได้ว่า จะเกิดความมั่นคงด้านอาหาร และบรรเทาความยากจนและความหิวโหยในพื้นที่ชนบท
รวมถึงสร้างความสามารถในการเผชิญกับความท้าทายต่าง ๆ ทางด้านสิ่งแวดล้อม
ที่ดินขนาดมากกว่า 2 พันล้านเฮกตาร์
ที่กระจายอยู่ทั่วโลก ควรจะได้รับการฟื้นฟูโดยการทำวนเกษตร
และฟื้นฟูภูมิทัศน์ อีกทั้ง ประมาณ 1.5 พันล้านเฮกตาร์
ของพื้นที่ดังกล่าว ควรจะได้รับการฟื้นฟูแบบผสมผสาน โดยวิธีการทางวนเกษตร
และการประกอบกสิกรรมขนาดเล็กโดยเจ้าของที่ดิน เราจึงจำเป็นต้องส่งเสริมเทคนิคการใช้ที่ดินและน้ำอย่างยั่งยืน
การทำวนเกษตร และการสร้างพื้นที่สีเขียว รวมทั้ง ให้การสนับสนุนทางการเมือง
ในรูปแบบการทำธุรกิจแบบใหม่ร่วมด้วย โดยวิธีดังกล่าวนี้
เราจึงจะสามารถเป็นชุมชนที่ปราศจากที่ดินที่เสื่อมโทรมได้
เราจำเป็นต้องได้รับความร่วมมือจากท่าน
เพื่อทำให้เป้าหมายดังกล่าวบรรลุความสำเร็จ รัฐบาลแต่ละประเทศควรออกนโยบายด้านการใช้ที่ดินอย่างยั่งยืน
และให้เป็นความสำคัญลำดับแรก ๆ รวมถึงกำหนดเป้าหมายระดับชาติเพื่อหยุดยั้งการเกิดความเสื่อมโทรมของที่ดิน
ภาคธุรกิจก็ควรลงทุนในด้านการปฏิบัติเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้ที่ดินอย่างยั่งยืน
นักวิทยาศาสตร์ , สื่อมวลชน และภาคประชาสังคม ก็ควรช่วยกันประชาสัมพันธ์ความสำคัญของเป้าหมายนี้
ด้วยความร่วมมือของพวกเรา ก็จะสามารถขับเคลื่อนความเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นได้
เรามีความปรารถนาเป็นอย่างยิ่งที่จะเชิญทุกประเทศร่วมเฉลิมฉลองวันต่อต้านการแปรสภาพเป็นทะเลทรายโลก
ซึ่งสิ่งนี้จะเป็นเครื่องเตือนใจว่า ถึงแม้จะมีความก้าวหน้าเกิดขึ้น
ความเสื่อมโทรมของที่ดิน , การแปรสภาพเป็นทะเลทราย และความแห้งแล้ง
ยังเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่ เราไม่ควรปล่อยให้สิ่งเหล่านี้ทำให้พื้นดินอันเป็นรากฐานที่สำคัญ
และจำเป็นในการดำรงชีวิตในอนาคตของเราต้องแห้งเหือด ดังนั้น
โปรดร่วมกันหยุดการเกิดความเสื่อมโทรมของที่ดิน
|