รายงานพิเศษ : กระทรวงเกษตรฯ เร่งแก้วิกฤติภัยแล้ง บรรเทาความเดือดร้อนเกษตรกร
 

     ภัยแล้งเป็นภัยธรรมชาติอย่างหนึ่งที่เมื่อเกิดขึ้นแล้ว จะนำความเสียหายทางเศรษฐกิจและสังคมมาสู่ประเทศชาติ และประชาชนเป็นอย่างมาก ทั้งทางด้านการขาดแคลนน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค และด้านการเกษตรที่ต้องพึ่งพาธรรมชาติ โดยเฉพาะประเทศไทยซึ่งเป็นประเทศเกษตรกรรม ที่มีการส่งออกสินค้าเกษตรและผลิตภัณท์แปรรูปทางการเกษตร
ที่สำคัญในตลาดโลก


     ขณะนี้สถานการณ์ภัยแล้งในประเทศไทย ที่เกิดจากสาเหตุฝนทิ้งช่วงกำลังขยายวงกว้างอย่างต่อเนื่อง สร้างความเดือดร้อนให้
แก่เกษตรกรอย่างหนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกษตรกรที่อยู่นอกเขตพื้นที่ชลประทาน ที่ต้องอาศัยน้ำฝนในการทำการเกษตรเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นภาคเหนือ ได้แก่ จังหวัดลำปาง พิจิตร สุโขทัย กำแพงเพชร และเพชรบูรณ์ ภาคกลาง เกือบทุกจังหวัด โดยเฉพาะจังหวัดลพบุรี นครสวรรค์ อุทัยธานี และกาญจนบุรี ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เกือบทุกจังหวัด ตั้งแต่จังหวัดอุดรธานี ขอนแก่น กาฬสินธุ์ สุรินทร์ บุรีรัมย์ และอุบลราชธานี ภาคตะวันออก บางจังหวัด ได้แก่ จังหวัดชลบุรี ระยอง สระแก้ว จันทบุรี และภาคใต้ ส่วนใหญ่ทางฝั่งตะวันออก ได้แก่ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สงขลาสุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช

     โดยในเรื่องนี้ ดร.อภิชาติ พงษ์ศรีหดุลชัย ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ตอนนี้กระทรวงเกษตรฯ เร่งระดมกำลังปฏิบัติการฝนหลวงให้ทั่วถึงทุกภูมิภาค โดยมีหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงในทุกภูมิภาคทั้งหมด 10 หน่วย ใช้เครื่องบินร่วมปฏิบัติการฝนหลวงจำนวน 24 ลำ เน้นพื้นที่การเกษตรเป็นเป้าหมายหลัก เพื่อประคับประคองให้เกษตรกรสามารถ
เก็บเกี่ยวผลผลิตได้มากที่สุด ซึ่งที่ผ่านมามีเกษตรกรที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์ภัยแล้งมาร้องขอให้ทำฝนหลวง
เป็นจำนวนมาก แต่ติดปัญหาคือ การทำฝนหลวงนั้นต้องดูสภาพอากาศเป็นหลักว่าเอื้ออำนวยต่อการเกิดฝนหรือไม่ ไม่ใช่ว่าขึ้นบินทุกครั้งแล้วจะมีฝน ดังนั้นจึงอยากให้เกษตรกรเข้าใจถึงข้อจำกัดตรงนี้ด้วย

     อย่างไรก็ดี เชื่อว่าสถานการณ์ภัยแล้งที่เกิดขึ้นนี้ จะไม่ร้ายแรงมากนัก หากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องช่วยกันแก้ปัญหาอย่างจริง แล้วเดินหน้าฝ่าวิกฤตินี้ไปด้วยกัน...

     “ภัยแล้งก็เหมือนน้ำท่วม เป็นเรื่องธรรมชาติที่เราไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ และมีความรุนแรงแค่ไหน จึงอยากฝากเตือนเกษตรกร โดยเฉพาะเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ไม่ควรปลูกข้าวตั้งแต่ต้นปี หรือปลูกเมื่อเห็นฝนตกลงมา เพราะจะทำให้
ประสบปัญหาฝนทิ้งช่วงในระยะต่อไป ข้าวที่ปลูกก็จะได้รับความเสียหาย จึงอยากให้เกษตรกรเชื่อฟังคำแนะนำของหน่วยงานราชการ
เป็นสำคัญ ว่าช่วงไหนควรปลูกข้าว นอกจากนี้ อยากให้มีการทำแหล่งกักเก็บน้ำในไร่นา ซึ่งตามนโยบายปี 2555 ของกระทรวงเกษตรฯ มีการขุดสระน้ำชุมชนจำนวน 8 พันบ่อ และในปี 2556 ได้งบประมาณมาสำหรับขุดสระน้ำเพิ่มอีก 8 หมื่นบ่อ แต่ก็ยังไม่เพียงพอตามความต้องการของเกษตรกรที่แจ้งขอมาแสนกว่าบ่อทั่วประเทศ หากทำได้ทั้งหมดจะช่วยบรรเทาเรื่องภัยแล้ง
ในปีต่อไปได้มากเลยทีเดียว” ดร.อภิชาติ กล่าว


ที่มา : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
พุธที่ 5 กันยายน 2555

 

 

 

เธเธฃเธกเธžเธฑเธ’เธ™เธฒเธ—เธตเนˆเธ”เธดเธ™ เน€เธ‚เธ•เธˆเธ•เธธเธˆเธฑเธเธฃ เธเธฃเธธเธ‡เน€เธ—เธžเธฏ 10900
เน‚เธ—เธฃ. 02-562-5100
Land Development Department, Bangkok, Thailand.

Copyright @ Land Development Department 2010