“กาญจน์” วิกฤตน้ำแห้งขอด ทส. คาด 60 จังหวัดเจอแล้ง
 

    

ทส. คาดปีนี้ภัยแล้ง 60 จังหวัด แต่เชื่อไม่รุนแรงได้ปรากฏการณ์ลานิญาช่วยให้มีฝนตกมากกว่าปกติ อ่างเก็บน้ำพระเจดีย์สามองค์ เมืองกาญจน์ เนื้อที่กว่า 100 ไร่ แห้งขอด
เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ นายวิบูลย์ สงวนพงศ์ อธิบดีกรมการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กล่าวว่า ขณะนี้มีจังหวัดประกาศเป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน (ภัยแล้ง) แล้วจำนวน 13 จังหวัด 99 อำเภอ 642 ตำบล 6,730 หมู่บ้าน แยกเป็นภาคเหนือ 4 จังหวัดได้แก่ กำแพงเพชร เชียงราย ลำพูนและพะเยา ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 3 จังหวัด ได้แก่ อุดรธานี เลยและหนองคาย ภาคกลาง 3 จังหวัดได้แก่ ประจวบคีรีขันธ์ เพชรบุรี และสระบุรี ภาคตะวันออก 3 จังหวัด ได้แก่ฉะเชิงเทรา ตราดและจันทบุรี ทั้งนี้

ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ภัยแล้งสามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ทางสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานให้การช่วยเหลือโดยด่วนต่อไป
ที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) นายประณีต ร้อยบาง อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล (ทบ.) แถลงข่าวถึงการเตรียมรับมือภัยแล้งว่า ศูนย์ปฏิบัติการและติดตามสถานการณ์ด้านน้ำบาดาล คาดการณ์ว่าจะมีพื้นที่เสี่ยงภัยแล้งปีนี้ใน 60 จังหวัด 596 อำเภอ 27,524 หมู่บ้าน ขณะนี้มีปริมาณน้ำผิวดินในเขื่อนต่างๆ 33 แห่งทั่วประเทศ เฉลี่ยอยู่ที่รอยละ 64 คาดว่าจะมีน้ำพอแจกจ่ายให้ประชาชนทั่วประเทศ ขณะเดียวกันปรากฏลานิญาที่มีอิทธิพลต่อประเทศไทยมาตั้งแต่เดือน ธันวาคม 2553 ไปจนถึงกลางปี 2554 ทำให้มีปริมาณฝนตกมากกว่าปกติ จะส่งผลให้ฤดูร้อนในปีนี้ อากาศจะไม่ร้อนมากนัก อย่างไรก็ตามได้เตรียมอุปกรณ์และเครื่องจักรเพื่อช่วยเหลือและบรรเทาปัญหาภัยแล้งให้ประชาชนประกอบด้วย ชุดเจาะน้ำบาดาล 88 ชุด และเตรียมบ่อน้ำบาดาล 116,930 บ่อ


ที่ จ. กาญจนบุรี นายณฐพลษ์ วิเชียรเพริศ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี นายจำรัส กังน้อย นายอำเภอสังขละบุรี เดินทางไปที่บริเวณอ่างเก็บน้ำบ้านพระเจดีย์สามองค์ หมู่ที่ 9 ต.หนองลู อ.สังขละบุรี เนื้อที่กว่า 100 ไร่ ปรากฏว่าน้ำแห้งขอด 100% ชาวบ้านกว่า 5,000 คน ได้รับความเดือดร้อนอย่างหนักในรอบ 20 ปี
นายจำรัสกล่าวว่า บ้านพระเจดีย์สามองค์มีแหล่งน้ำแห่งเดียวที่ใช้ผลิตประปาหมู่บ้านและหล่อเลี้ยงอุตสาหกรรม กว่า 20 ปีที่ผ่านมาอ่างเก็บน้ำแห่งนี้ไม่เคยแห้งขอดขนาดนี้มาก่อน ขณะนี้มีพื้นที่วิกฤตที่สุด คือ ต.หนองลู 10 หมู่บ้าน นอกจากนี้ แม่น้ำซองกาเลียและแม่น้ำบิคลี่น้ำเริ่มแห้งขอด ส่วนแม่น้ำรันตีแห้งขอดไปแล้ว ซึ่งทั้ง 3 สายเป็นต้นน้ำของแม่น้ำแควน้อยที่ไหลลงเขื่อนวชิราลงกรณ์ ทำให้น้ำในอ่างลดลงอย่างรวดเร็วแพจำนวนมากเกยตื้น เมืองบาดาลหรือวัดวังก์วิเวการามซึ่งจมอยู่ใต้น้ำคงโผล่ขึ้นมาเร็วกว่าทุกปี

นายณฐพลษ์ กล่าวว่า แม่น้ำซองกาเลีย แม่น้ำบิคลี่และแม่น้ำรันตี ที่ไหลมาบรรจบกันเป็นแม่น้ำแควน้อยมีปริมาณน้อยมาก โดยเฉพาะซองกาเลียที่มีต้นน้ำจากเขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร น้ำลดลงอย่างเห็นได้ชัด ทำให้ประชาชนเป็นห่วงว่าเทศกาลสงกรานต์จะไม่มีน้ำให้นักท่องเที่ยวลงเล่น ตนเป็นห่วงราษฎรมาก จะประสานชลประทานที่ 13 เพื่อหาแนวทางช่วยเหลือเร่งด่วน เบื้องต้นให้นายอำเภอและองค์กรท้องถิ่นจัดรถบรรทุกน้ำไปแจกจ่ายประชาชนก่อน


นายวนิช แสงสุวรรณ ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขื่อนศรีนครินทร์ ฝ่ายบริหาร กล่าวว่าประชาชนท้ายเขื่อนศรีนครินทร์และเขื่อนวชิราลงกรณ์ ยังมีน้ำใช้เพื่อการเกษตร อุปโภคบริโภคได้ 4,442 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) โดยเขื่อนศรนครินทร์มีน้ำ 13,670 ล้านลบ.ม. ใช้เพื่อการเกษตรได้กว่า 3,400 ล้านลบ.ม. เขื่อนวชิราลงกรณ์ 4,049 ล้านลบ.ม. ใช้เพื่อการเกษตร 1,037 ล้านลบ.ม. โดยระบายน้ำได้ถึง 5 เดือน จึงไม่น่าวิตกมากนัก


“แต่ถ้าหากเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ถือว่าปีนี้มีต้นทุนน้ำน้อยกว่า 50% เหนืออ่างเก็บน้ำ โดยเริ่มมองเห็นพื้นดิน จึง ต้องขอให้ใช้น้ำอย่างประหยัด สำหรับชุมชน 6 ตำบล 33 หมู่บ้านรอบเขื่อนศรีนครินทร์ จะจัดรถบรรทุกน้ำไปแจกจ่ายต่อไป” นายวนิชกล่าว ที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งมีพื้นที่ประสบภัยแล้งทุกอำเภอสภาพภัยแล้งต่อเนื่องส่งผลกระทบทำให้สับปะรดได้รับความเสียหายจำนวนมากขณะที่เกษตรกรเร่งตัดผลผลิตส่งโรงงานแปรรูปหลังราคาสับปะรดพุ่งสูงถึงกิโลกรัมละ 7 บาท เนื่องจากผลผลิตมีน้อย ขณะเดียวกันชาวไร่สับปะรดในหมู่ 6 บ้านทุ่งเคล็ด ต.เกาะหลัก อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ ต้องเช่ารถสูบน้ำไปลดผลผลิต ส่วนผลผลิตสับปะรดบางส่วนเสียหายต้องนำไปเป็นอาหารสัตว์


วันเดียวกัน ชาวบ้านหมู่ 8 บ้านสายดินแดง ต.หนองปลาไหล อ.วังทรายพูนและชาวบ้านจาก อ.สากเหล็ก จ.พิจิตร ประมาณ 80 คน ชุมนุมกันที่ศาลากลางหมู่บ้าน หลังจากชาวบ้าน อ.สากเหล็ก จ.พิจิตร ประมาณ 80 คน ชุมนุมกันที่ศาลากลางหมู่บ้าน หลังจากชาวบ้าน อ.สากเหล็ก ที่ทำนาอยู่ใกล้เคียงสูบน้ำใส่ที่นาตนเองจนน้ำเกือบแห้งสระ โดยอ้างว่าจะจับปลา ขณะที่ชาวบ้านหมู่ 8 ต.หนองปลาไหล ต้องการน้ำใช้ในช่วงหน้าแล้ง โดยชาวบ้านทั้งสองฝ่ายถกเถียงจนเกือบจะทะเลาะวิวาทกัน ก่อนที่ชาวบ้านหมู่ 8 ต.หนองปลาไหล ไปแจ้งตำรวจที่ สภ.วังทรายพูน ให้ปิดเครื่องสูบน้ำเหตุการณ์จึงสงบลง ต่างคนต่างแยกย้ายกันไป


นางอนงค์ อาจชัยชนะ สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลหนองปลาไหล กล่าวว่าสระน้ำดังกล่าวเป็นของหมู่บ้านที่ผ่านมายินยอมให้นายจรูญ ไม่ทราบนามสกุล ชาวอ.สากเหล็ก ซึ่งทำนาอยู่ใกล้กันกับสูบน้ำทำนาจนเหลือเพียงครึ่งสระ เพราะเห็นว่าข้าวเริ่มออกรวงแล้วแต่นายจรูญกลับจะสูบน้ำให้แห้งบ่อเพื่อจับปลาจึงขอให้หยุด
นายสมหวัง ปานสุขสาร หัวหน้าโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาเขื่อนแควน้อยบำรุงแดน ต.คันโช้ง อ.วัดโบสถ์ จ.พิษณุโลก กล่าวฤดูแล้งปีนี้เขื่อนแควน้อยบำรุงแดนมีปริมาณน้ำกักเก็บที่ 426.52 ล้านลบ.ม.

โดยแผนการส่งน้ำตั้งแต่เดือนมกราคม-เมษายน  ระบายน้ำวันละ  6.91  ล้านลบ.ม.  เมื่อถึงเดือนเมษายนจะเหลือน้ำในอ่างประมาณ  100  ล้านลบ.ม.  ทำให้พื้นที่ชลประทานไม่ขาดแคลนน้ำ  โดยปล่อยน้ำให้พื้นที่ชลประทานฝั่งขวา  15,226  ไร่  ฝั่งซ้าย  8,600  ไร่  ขณะนี้สามารถปลูกข้าวนาปรังกันได้เต็มพื้นที่รับน้ำ  ส่วนพื้นที่ชลประทานทั้งหมดของเขื่อนอยู่ที่  150,000  ไร่
ส่วนที่  จ.อุตรดิตถ์  นายประเสริฐ  ธำรงวิศว  ผู้ช่วยอำนวยการเขื่อนสิริกิติ์  ฝ่ายปฏิบัติการกล่าวว่า  ปริมาณน้ำในเขื่อนอยู่ที่  5,991.88  ล้านลบ.ม.  คิดเป็น  63%  ใช้งานได้  3,141.88 ล้านลบ.ม.  หรือ  47.18%  มีปริมาณน้ำไหลเข้า  3.94  ล้านลบ.ม.  ปล่อยน้ำเพื่อการเกษตรลุ่มน้ำน่านวันละ  30  ล้านลบ.ม.  หากคิดตามข้อมูลขณะนี้จะสามารถระบายน้ำได้นาน  100  วัน  และคาดว่าจะมีฝนช่วงปลายเดือนมิถุนายน  จึงอยากให้เกษตรกรช่วยกันประหยัดน้ำด้วย  ฝากเตือนชาวนาว่า  ปีนี้ให้ทำนาปรังครั้งเดียว  จะได้ไม่เกิดความเสียหาย
นายประกาย  พรมน้ำอ่าง  ราษฏรหมู่ที่  1  ต.ป่าคาย  อ.ทองแสงชัน  จ.อุตรดิตถ์  กล่าวว่า  ต.ป่าคาย  ประสบปัญหาภัยแล้งหนักที่สุด  บางหมู่บ้านแล้งซ้ำซาก  พื้นที่การเกษตรเสียหายอย่างหนัก  ชาวบ้านต้องช่วยกันเองโดยซื้อน้ำจากพื้นที่ใกล้เคียง  แม้จะมีคลองตรอนไหลผ่าน  แต่ไม่มีปัญญานำมาใช้  ก่อนหน้านี้เสนอโครงการสูบน้ำด้วยไฟฟ้าไป  แต่อบต.อ้างว่าไม่มีเงิน  โครงการขุดแก้มลิงของอบต.ถูกชาวบ้านคัดค้าน  เพราะอยู่บนเชิงเขา  ไม่มีน้ำไหลผ่านพอที่จะกักเก็บได้ก่อนหน้านี้สร้างไป 2-3  โครงการแต่ไม่มีน้ำกักเก็บล่าสุดจะมีแก้มลิงอีกกว่า  100  ไร่  นอกจากไม่มีน้ำเก็บแล้วยังต้องเสียพื้นที่ป่าไม้อีกมาก


ที่  จ.กาฬสินธุ์  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  ตั้งแต่เวลา  09.00น.  เกิดฝนตกหนักกว่า  6 ชั่วโมงทำให้เขตเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์เกิดน้ำท่วม  บางจุดสูงถึง  40  เซนติเมตร  เทศบาลต้องเร่งระดมเจ้าหน้าที่ลอกท่อระบายน้ำออกจากชุมชน

ที่มา  :  หนังสือพิมพ์มติขน  ฉบับวันที่  22  กุมภาพันธ์  2554

 

 

กรมพัฒนาที่ดิน เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900
โทร. 02-562-5100
Land Development Department, Bangkok, Thailand.

Copyright @ Land Development Department 2010