นโยบายและแนวทางการปฏิบัติงานของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ

ภาพbannerหน้าเวบ หมายเลข17913

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นประธานการประชุม

1. รมว. กษ ให้ทุกหน่วยงาน กษ. ยึดหลักการดำเนินงาน ดังนี้         
          1.1 ยึดหลักการทำงานแบบ Area Approach          
          1.2 ให้ทุกหน่วยงาน กษ. แปลงนโยบายที่ได้สั่งการให้เป็นแผนปฏิบัติงาน (Action Plan) ที่สอดคล้องกันและขับเคลื่อนให้เป็นรูปธรรมที่ชัดเจน ซึ่งอาจเป็นงานที่ทำอยู่แล้ว หรืองานที่ริเริ่มใหม่ และให้รายงาน รมว. กษ. ทราบอย่างต่อเนื่อง          
          1.3 ทุกหน่วยงานต้องมุ่งส่งเสริมและสนับสนุนการดำเนินงานในพื้นที่เป้าหมาย โดยให้มีหน่วยงานเจ้าภาพและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันวางแผนงาน          
          1.4 เน้นการพัฒนาคุณภาพมาตรฐานสินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์ตรงตามความต้องการของตลาด          
          1.5 ให้ความสำคัญกับเรื่องการกักเก็บน้ำสูงสุด          
          1.6 การปรับเปลี่ยนโครงสร้างการผลิตให้ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง โดยปีนี้ต้องกำหนดแผนงานให้ชัดเจนว่าจะทำที่ไหน อย่างไร ให้ดำเนินการต่อจากท่านปีติพงศ์          
          1.7 สหกรณ์ต้องมีความเข้มแข็ง          
          1.8 ในการดำเนินงานทุกเรื่อง ต้องมีเป้าหมายชัดเจน ให้ดูสถานการณ์ทั้งภายในและต่างประเทศ          
          1.9 การรายงาน รมว. กษ. ให้เริ่มจากคิดจะทำอะไร มีเป้าหมายอะไร และจะมีแผนปฏิบัติงาน (Action Plan) อะไรที่จะนำไปสู่เป้าหมาย

2. ส่วนราชการของ กษ. ได้รายงานผลการดำเนินงานตามภารกิจและนโยบาย ซึ่ง รมว. กษ. ได้มีข้อสั่งการและข้อคิดเห็นที่สำคัญของกรมพัฒนาที่ดิน สรุปได้ดังนี้         
          2.1 หน่วยงานในพื้นที่ของ กษ. ในจังหวัดทั่วประเทศ เช่น เกษตรตำบล เกษตรอำเภอ ต้องรอบรู้และมีข้อมูลสารสนเทศเพื่อพัฒนาที่ดินในพื้นที่ของตนเองเป็นอย่างดี ให้ กสก. และประสาน พด. เพื่อดำเนินการในเรื่องนี้          
          2.2 การสร้างบ่อน้ำในไร่นา ซึ่งได้งบประมาณ 20,000 บ่อ เกษตรกรไม่ค่อยทราบเรื่องนี้ จึงไปจ้างทหารขุดบ่อ ดังนั้น พด. ต้องทบทวนการวางแผนการเข้าถึงข้อมูล และประโยชน์ในการมีบ่อน้ำในไร่ให้กับเกษตรกรให้มากขึ้น          
          2.3 โครงการระบบสารสนเทศเพื่อการพัฒนาที่ดินหรือโปรแกรมจัดทำปุ๋ยรายแปลง ดิน น้ำ พืช และ มกอช. (มาตรฐาน) ต้องมีอยู่ในหน่วยงาน กสก. เช่น เกษตรอำเภอ เกษตรตำบล ต้องมีและต้องรู้ชำนาญงาน

3. เรื่องให้ความสำคัญ ดังนี้         
          3.1 กสส. เรื่องโครงการเครดิตยูเนี่ยน และโครงการช่วยเหลือเกษตรกรด้วยเครื่องจักรกลการเกษตร (เคยมี ประมาณปี 2552)          
          3.2 เรื่องประมง ที่จะประท้วงจะแก้ไขปัญหาอย่างไร          
          3.3 เรื่องบูรณาการ แบบ Area Approach ทั้ง วก. กสก. มกอช. ชป. พด. ต้องร่วมมือกัน
          3.4 เรื่องการลดต้นทุนการผลิต ต้องเพิ่มผลผลิตต่อไร่ด้วย จะทำอย่างไร          
          3.5 เรื่องคุณภาพสินค้า จะต้องใช้ทุกหน่วยงาน เพื่อให้สินค้าเกษตรมีคุณภาพ          
          3.6 เรื่องกักเก็บน้ำ มอบ ชป. ต้องไปดู          
          3.7 เรื่องเกษตรอินทรีย์ เกี่ยวข้องกับ วก. มกอช. กป. ปศ.          
          3.8 ให้เตรียมร่างกฎหมายรองรับที่สอดคล้องกับ (ร่าง) รัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการเกษตร          
          3.9 มอบรองปลัดฯ วิมล ไปฟิลิปินส์แทนในการประชุม AMAF และให้ดูเรื่องมอบหมายรัฐมนตรีกระทรวงอื่นรักษาการแทน ซึ่งสมัยที่ผ่านมา รมว.กษ. ไม่อยู่จะมอบ รมว.พณ.          
          3.10 เรื่องการบุกรุกป่าปลูกยางพารา ถ้าเป็นสวนป่ายางของนายทุนต้องดำเนินการเฉียบขาด แต่ถ้าเป็นของเกษตรกรรายย่อยจะดูแลอย่างไร          
          3.11 เรื่องบริหารจัดการน้ำมอบไปแล้ว เนื่องจากนายกรัฐมนตรีจะต้องเดินทางไปประชุม UN ให้หน่วยงานพิจารณา หากเห็นว่าควรมีประเด็นเกี่ยวข้องให้สรุปเสนอด่วน

4. เรื่องเพื่อพิจารณา         
          4.1 แนวทางการลดต้นทุนการผลิตสินค้าเกษตร              
               รองเลขาธิการ สศก. (นางสาวจริยา สุทธิไชยา) ได้นำเสนอแนวทางการลดต้นทุนการผลิตสินค้าเกษตรซึ่ง รมว. กษ. และที่ประชุม ให้ความเห็นชอบในหลักการ โดยมีข้อคิดเห็น ดังนี้  
               1) ต้องการเห็นวิธีการที่เป็นรูปธรรม ทำให้เกษตรกรลดต้นทุนอย่างยั่งยืน              
               2) การส่งเสริมการทำการเกษตรแบบพื้นที่แปลงใหญ่ ให้ทบทวนพื้นที่ที่จังหวัดเลือกมาอีกครั้งหนึ่ง โดยให้ตรวจสอบความถูกต้องว่า พืชที่ส่งเสริมปลูกมีความเหมาะสมหรือไม่ โดยให้พิจารณาถึงความต้องการตลาดด้วย โดยให้นำแนวทางการลดต้นทุนไปใช้ในพื้นที่แปลงใหญ่ รวมทั้งหาวิธีการเชื่อมโยงกับโครงการ Motor Pool ของ มท. ด้วย              
               3) รมว.กษ. จะประกาศให้ปี 2559 เป็นปีแห่งการรณรงค์ลดต้นทุนการผลิตสินค้าเกษตร
          4.2 การจัดทำฐานข้อมูลเกษตรกร              
               อธิบดี กสก. ได้นำเสนอแนวทางการจัดทำฐานข้อมูลเกษตรกร ซึ่ง รมว.กษ. และที่ประชุมให้ความเห็นชอบในหลักการ โดยมีข้อคิดเห็นให้ไปปรับปรุงเพิ่มเติมดังนี้              
               1) การออกแบบเนื้อหา ในระบบฐานข้อมูลเกษตรกร ควรครอบคลุมกับการนำไปใช้ประโยชน์ในงานทุกด้านของ กษ. เช่น หนี้สินเกษตรกร และทุกหน่วยงาน กษ. สามารถเข้ามาดึงข้อมูลไปใช้ประโยชน์ได้จากระบบเครือข่าย รวมทั้งขอให้พิจารณาดูว่า หน่วยงานอื่นที่ทำฐานข้อมูล กษ. จะนำมาใช้ประโยชน์ได้อย่างไร เช่น สำนักงานสถิติแห่งชาติ              
               2) การออกแบบฟอร์มข้อมูลเกษตรกร ควรครอบคลุมงานที่มีอยู่ งานที่กำลังทำ และงานจะทำในอนาคต              
               3) ให้ กสก. เสนอโครงการฯ ภายในสัปดาห์นี้ สำหรับตัวอย่างแบบฟอร์มและการเก็บข้อมูล ให้แล้วเสร็จกลางเดือนตุลาคม          
          4.3 การจัดตั้ง Single Command              
               จากที่รองปลัด กษ. (นายอภัย สุทธิสังข์) ได้นำเสนอแนวคิดการจัดตั้ง Single Command เพื่อขับเคลื่อนงานนโยบายสำคัญของ กษ. ซึ่ง รมว. กษ. และที่ประชุมเสนอให้มีการทบทวน โดยมอบหมายให้หารือกับเลขานุการ รมว. กษ. ก่อนเสนอที่ประชุมพิจารณาอีกครั้ง และมีข้อคิดเห็น ดังนี้              
               1) ยังไม่เห็นวิธีการขับเคลื่อนที่ชัดเจนในระดับจังหวัด โดยเฉพาะการจัดตั้งหน่วยงานเพื่อทำหน้าที่เป็น Center Command และผู้ที่จะทำหน้าที่เป็น Single Commander ในระดับจังหวัด
               2) การสร้างให้หน่วยงาน กษ. ในระดับจังหวัด ยอมรับและปฏิบัติตาม Single Commander จะทำอย่างไร


                                                                                       -----------------------------------